“อาคม” เตรียมดันแผนแม่บทโครงข่ายรถไฟฟ้าระยะ 2 เพิ่ม 10 เส้นทาง หวังสร้างโครงข่ายรองรับการขยายตัวเขตเมืองรอบนอกเชื่อม กทม.
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่าขณะนี้เตรียมแผนแม่บทลงทุนโครงข่ายรถไฟฟ้าระยะที่ 2 จำนวน 10 เส้นทาง เพื่อขยายโครงข่ายคมนาคมขนาดใหญ่รองรับการขยายตัวเมืองเชื่อมกับกรุงเทพมหานคร
นายอาคม กล่าวในงานสัมมนา “รถไฟฟ้ามาหา...นคร พลิกโฉมเมืองเร่งเครื่องลงทุน” จัดโดย“ฐานเศรษบกิจ” ว่า ขณะนี้นอกจากการเร่งรัดโครงข่ายรถไฟฟ้าในระยะที่1แล้ว ดังนั้นจึงร่างแผนแม่บทลงทุนโครงข่ายรถไฟฟ้า ระยะที่ 2 จำนวน 10 สาย ซึ่งจะช่วยเพิ่มทางเลือกให้ผู้โดยสารและลดความเสี่ยงการเดินทางในอนาคต หากเกิดกรณีรถไฟฟ้าขัดข้อง และเป็นปัจจัยสำคัญของการพัฒนาเมืองรองเชื่อมโครงข่ายจากภายในเมืองออกไปสู่ชานเมือง
“แผนหลักๆ ตอนนี้ที่วางการพัฒนาของแผนแม่บทรถไฟฟ้าระยะที่สอง คือจะเน้นสร้างโครงข่ายตัดจุดแนวรถไฟเส้นทางเดิม เพื่อเพิ่มทางเลือกการเดินทาง อย่างเช่น สร้างแนวรถไฟฟ้าทางตะวันออกเฉียงเหนือ ตะวันออกเฉียงใต้ ตะวันตกเฉียงเหนือ และตะวันตกเฉียงใต้ เป็นต้น โดยปัจจุบันกระทรวงฯ ได้มอบหมายให้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เตรียมจัดจ้างที่ปรึกษามาช่วยวิเคราะห์เส้นทาง คาดว่าจะเร่งรัดดำเนินการให้แล้วเสร็จในปีงบประมาณ 2560และบางส่วนร่วมต้นเข้าสู่ขั้นตอนการเปิดประมูลได้ในช่วงปี2561ซึ่งการทำแผนครั้งนี้ก็จะถือเป็นการประเมินแผนที่จะใช้เป็นระยะ10ปีด้วย”
นายอาคม กล่าวถึงความคืบหน้าของโครงข่ายรถไฟฟ้าในกรุงเทพและปริมณฑล 10 สาย ซึ่งจัดอยู่ในแผนระยะที่1 ว่าโดยภาพรวมมีการลงทุนในมูลค่ากว่า 5 แสนล้านบาท ซึ่งแผนหลักๆ จะเน้นเป็นลงทุนพัฒนาโครงข่ายรถไฟฟ้าในเส้นทางสายหลักเข้าสู่เมืองเพื่อตอบโจทย์การเดินทางของประชาชนที่ค่อนข้างแออัด ได้แก่ โครงข่ายที่เป็นวงกลม คือสายสีน้ำเงิน โครงข่ายเชื่อมโยงจากฝั่งตะวันออกไปตะวันตก คือสายสีส้ม โครงข่ายเชื่อมโยงด้านตะวันออกจากฝั่งทางเหนือไปฝั่งใต้ คือ สายสีเขียว และโครงข่ายเชื่อมโยงด้านตะวันตกจากฝั่งทางเหนือไปฝั่งใต้ คือ สายสีม่วง บางใหญ่ - เตาปูน - ราษฎร์บูรณะ
เริ่มเห็นโครงข่ายทยอยเปิดตั้งแต่ปีนี้
นายอาคม ยังกล่าวอีกว่า โครงข่ายรถไฟฟ้าที่จัดอยู่ในระยะที่1นั้น จะมีการทยอยเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการตั้งแต่ปีนี้ เริ่มต้นจากรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงบางใหญ่ - เตาปูน ที่เตรียมเปิดให้บริการในวันที่ 6 ส.ค.
หลังจากนั้นในปี2560ก็จะมีการเปิดเดินรถ 1 สถานีของโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ส่วนเชื่อมสถานีเตาปูน - บางซื่อ และในปี 2561 ก็จะทำการเปิดเดินรถสายสีเขียวช่วงแบริ่ง - สมุทรปราการ ก่อนที่ปี 2562 จะเปิดเดินรถสายสีเขียว ช่วงหมอชิต - คูคต และเปิดเดินรถสายสีน้ำเงิน ส่วนต่อขยายช่วงหัวลำโพง - บางแค และช่วงบางซื่อ - ท่าพระ ครบทั้งเส้นทาง
ขณะที่ปี2563ก็จะเปิดเดินรถสายสีแดงช่วงบางซื่อ - รังสิต และช่วงบางซื่อ - หัวหมากพร้อมกับสายสีชมพู ช่วงแคราย - มีนบุรีสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว - สำโรงสายสีเขียวส่วนต่อขยายช่วงสมุทรปราการ - บางปู และช่วงคูคต - ลำลูกกาต่อเนื่องด้วยปี2564ก็จะเปิดเดินรถสายสีน้ำเงิน ส่วนต่อขยายช่วงบางแค - พุทธมณฑลสาย 4 และปี2565จะเปิดเดินรถสายสีม่วงด้านใต้ ช่วงเตาปูน - ราษฎร์บูรณะ และสายสีส้มตะวันตก ช่วงตลิ่งชัน - ศูนย์วัฒนธรรมฯ
วางโครงข่ายรองรับประชากร14ล้าน
“หลังจากปีนี้เป็นต้นไปก็จะเห็นโครงข่ายรถไฟฟ้าเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องแต่ก็ต้องยอมรับว่าโครงข่ายเหล่านี้ยังไม่เพียงพอ เพราะหากเกิดรถไฟฟ้าขัดข้อง ก็มีแต่ทางเลือกต้องต่อรถโดยสารประจำทาง ดังนั้นจึงต้องมีโครงข่ายย่อยเพื่อเป็นทางเลือก โดยทางเลือกเหล่านี้จะจัดอยู่ในแผนแม่บทระยะที่ 2 ซึ่งนอกจากจะเป็นส่วนรับมือเหตุขัดข้องแล้ว การขยายโครงข่ายก็เพื่อรองรับประชากรในกรุงเทพฯ ที่พบว่าจดทะเบียนอยู่ถึง 13 - 14 ล้านคน แบ่งเป็นประชากรที่มีทะเบียนบ้านในกรุงเทพฯ 6 ล้านคน ประชากรแฝง 4 - 5 ล้านคน และอีก 3 - 4 ล้านคน ก็เป็นประชากรที่อยู่รอบนอกกรุงเทพฯ แต่เดินทางเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ ดังนั้นเราต้องเร่งวางโครงข่ายเพื่ออำนวยความสะดวก และกระจายความเจริญออกไป”
นายอาคม ยังกล่าวอีกว่า ต้องยอมรับว่าโครงการลงทุนรถไฟฟ้าทิ้งช่วงมานานถึง12ปีนับตั้งแต่ปี2547และเห็นชัดว่าเมื่อการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เริ่มขั้นตอนประกวดราคารถไฟฟ้าก็พบว่ามีเอกชนตอบรับดีอย่างมาก แสดงให้เห็นว่าการลงทุนอัดอั้นมานาน และรัฐบาลก็เปิดกว้างอยากให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาโครงข่ายครั้งนี้
คาดในปีหน้าแผนระยะที่1ประกวดราคาหมด
นายอาคม กล่าวว่าโครงการที่เหลือในแผนระยะที่1นั้น กระทรวงฯจะเร่งรัดให้เข้าสู่ขั้นตอนประกวดราคาให้แล้วเสร็จภายในปี2560 โดยโครงการต่อไปที่เตรียมเข้าสู่ขั้นตอนเสนอการเห็นชอบการคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายในเดือน ก.ย.นี้ คือสายสีม่วงช่วงเตาปูน – ราษฎร์บูรณะ
นอกจากโครงการรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ แล้ว รัฐบาลยังให้ความสำคัญเร่งรัด และผลักดันโครงการลงทุนทุกมิติ ซึ่งรวมไปถึงรถไฟระหว่างเมือง และรถไฟความเร็วสูง 4 เส้นทาง อีกทั้งยังได้รับนโยบายจากพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ใช้ประโยชน์จากสองข้างทางของรถไฟความเร็วสูง รถไฟทางคู่ และรถไฟฟ้า เพื่อสร้างรายได้เพิ่มขึ้นลดภาระงบประมาณการลงทุนมหาศาล โดยแนวทางจะเปิดให้เอกชนเข้ามาพัฒนาพื้นที่ในเชิงธุรกิจ ทั้งในตัวสถานี และพื้นที่โดยรอบสถานี ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างวางแผนงานร่วมกับกรมโยธาธิการและผังเมือง และกรุงเทพฯ
คาดแผนแม่บทเสร็จในปีหน้า
ด้านนายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กล่าวว่า ขณะนี้ สนข.เตรียมดำเนินการจ้างที่ปรึกษาเข้ามาช่วยทำแผนแม่บทระบบโครงข่ายรถไฟฟ้าระยะที่2 ซึ่งคาดว่าจะจัดจ้างได้ภายในเดือน พ.ย. – ธ.ค.นี้
แผนดำเนินการข้างต้น สนข.ได้รับโจทย์จากกระทรวงคมนาคมที่จะเน้นหลักวางโครงข่ายรถไฟฟ้าเพิ่มเติมอีก10เส้นทาง มุ่งพัฒนาไปในพื้นที่หัวเมืองรองรอบเขตกรุงเทพฯ นำมาสู่การขยายเมือง ขยายความเจริญไปยังพื้นที่รอบนอก และผลักดันให้ประชาชนกระจายตัวออกไปอยู่ในพื้นที่รอบนอกมากขึ้น
อย่างไรก็ดี สนข.ตั้งเป้าว่าจะสามารถเร่งรัดวางแผนแม่บทดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายในปี 2560 และส่งผลให้โครงการบางส่วนจะสามารถเริ่มต้นก่อสร้างได้ตั้งแต่ปี2561เป็นต้นไป
เล็งปฏิรูปเส้นทางรถหนุนรถไฟฟ้า
นอกจากการวางแผนขยายโครงข่ายรถไฟฟ้าแล้ว กระทรวงคมนาคมยังอยู่ระหว่างนำแผนงานปฏิรูปเส้นทางรถโดยสารสาธารณะที่กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ดำเนินการอยู่มาปรับใช้ร่วมกับแผนของรถไฟฟ้า
นายชัยวัฒน์ กล่าวว่านโยบายชัดเจนว่าเส้นทางรถโดยสารสาธารณะหลังจากนี้จะต้องวางแนวเส้นทางให้เป็นเสมือนระบบขนส่งที่เข้ามาเสริมบริการรถไฟฟ้าพร้อมทำการขนส่งและส่งต่อผู้โดยสารของทั้งสองบริการอย่างมีระบบ เพื่อมุ่งหวังในการเพิ่มสัดส่วนการใช้บริการรถขนส่งสาธารณะในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลในปี2565 ให้เพิ่มเป็น60%และการเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว 40% หลังจากปัจจุบันสัดส่วนการใช้งานพบว่ามีการใช้ขนส่งสาธารณะอยู่ที่ 30% และเดินทางโดยรถส่วนตัว70%








