“แบงก์ชาติ” แจงยอด “เอฟดีไอ” ครึ่งปีแรกลดฮวบ ผลจากนักลงทุนต่างชาติรายใหญ่ขายกิจการให้คนไทย มูลค่ากว่า 3.5 พันล้านดอลลาร์
จากข้อมูลเศรษฐกิจรายเดือนของ ธปท. ระบุว่า เอฟดีไอในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2559 มียอดไหลเข้าสุทธิจำนวน 347 ล้านดอลลาร์ ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนซึ่งมียอดไหลเข้าสุทธิ 4,203 ล้านดอลลาร์ หรือลดลง 3,856 ล้านดอลลาร์ คิดเป็นการลดลง 91.7%
นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) กล่าวว่า ตัวเลขเอฟดีไอช่วงครึ่งปีแรกที่ลดลงค่อนข้างมาก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะมีรายการขนาดใหญ่ที่นักลงทุนต่างประเทศขายกิจการออกไป โดยมีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 3.5 พันล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 1.3-1.4 แสนล้านบาท แต่การขายกิจการดังกล่าวไม่ได้กระทบกับกิจกรรมเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นกับไทยมากนัก
นางรุ่ง มัลลิกะมาส ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายนโยบายเศรษฐกิจการเงิน ธปท. กล่าวว่า มูลค่า เอฟดีไอ สุทธิในช่วงครึ่งแรกปี 2559 ซึ่งต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนค่อนข้างมาก และดูต่ำกว่าปกตินั้น มีสาเหตุจากการที่นักลงทุนไทยซื้อกิจการธุรกิจค้าปลีกในประเทศจากนักลงทุนต่างชาติในช่วงไตรมาสแรกของปี ซึ่งธุรกรรมดังกล่าวมีมูลค่าค่อนข้างสูง และลงบัญชีเป็นเอฟดีไอไหลออก
ทั้งนี้หากไม่รวมรายการดังกล่าว เอฟดีไอ สุทธิจะมีมูลค่าต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนไม่มาก โดยการลดลงของ เอฟดีไอ ในส่วนที่เหลือไม่ได้น่าตกใจ เพราะส่วนหนึ่งเกิดจากผลของฐานที่สูง เนื่องจากช่วงต้นปี 2558 มีเอฟดีไอรายใหญ่เข้ามาเพิ่มทุนในธุรกิจโทรคมนาคม ซึ่งเป็นปัจจัยบวกพิเศษ
นอกจากนี้ ยังเป็นผลจากสินเชื่อการค้าของกิจการในเครือ(Trade Credit) ที่ลดลง สอดคล้องกับมูลค่าการนำเข้าของไทยที่หดตัวในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ และหากพิจารณาเฉพาะเอฟดีไอขาเข้าในส่วนที่เป็นหุ้นทุน ซึ่งเป็นตัวชี้เม็ดเงินลงทุนใหม่นั้น ยังคงมีอยู่ต่อเนื่อง









