ในยุคที่ประชากรออนไลน์ขยายตัวสูง ปัจจุบันมีกว่า 38 ล้านคนส่งผลให้มีการเสพสื่อและคอนเทนท์ทีวีผ่านจออื่นๆ เพิ่มขึ้น
อุตสาหกรรมสื่อจึงร่วมกันขับเคลื่อนการวัดค่าความนิยมทีวี (เรทติ้ง) รูปแบบ “มัลติ สกรีน” เพื่อความแม่นยำด้านการวางแผนสื่อสารและใช้งบโฆษณา
สุภาพ คลี่ขจาย นายกสมาคมวิจัยเพื่อพัฒนาสื่อ (ประเทศไทย) หรือ MRDA กล่าวว่าหลังจากสมาคมฯ เซ็นสัญญาว่าจ้างบริษัท กันตาร์ มีเดีย จำกัด เป็นตัวแทนดำเนินการวิจัยเรทติ้งทีวีใหม่ รูปแบบ “มัลติ สกรีน” ในทุกช่องทางการรับชมทีวี ทั้งจอโทรทัศน์ พีซี แทบเล็ต และมือถือ เพื่อให้ได้ข้อมูลเป็นมาตรฐานสอดคล้องกับพฤติกรรมการรับชม วานนี้ (27 ก.ค.) ได้จ่ายเงินก้อนแรกแล้ว
“การจ่ายเงินก้อนแรกเป็นสัญญาณว่ารถไฟเดินหน้าออกจากสถานีแล้ว สมาชิกสมาคมฯ ทั้งมีเดีย เอเยนซี ที่เป็นผู้ซื้อโฆษณาเข้าร่วมกว่า 95% ทีวีดิจิทัลที่ร่วมโครงการเกือบครบทุกสถานี และอุตสาหกรรมสื่อพร้อมใช้ข้อมูลจากผลวิจัยเดียวกัน”
วรรณี รัตนพล อุปนายกสมาคมวิจัยเพื่อพัฒนาสื่อ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ขั้นตอนจะเริ่มสำรวจกลุ่มตัวอย่างคัดเลือกตามหลักประชากรศาสตร์ 3 หมื่่นราย และบ้านตัวอย่าง 3,000 ครัวเรือนติดตั้งอุปกรณ์วัดทั้งจอโทรทัศน์ , พีซี , แทบเล็ต และมือถือ ในช่วง ก.ค.2559- เม.ย.2560 จากนั้นจะเริ่มรายงานผล พ.ค.- ก.ค.2560 และเริ่มใช้ผลอย่างเป็นทางการในเดือน ส.ค.2560
เมื่อผลวิจัยเรทติ้งใหม่เริ่มใช้งาน สมาคมมีเดียเอเยนซี่และธุรกิจสื่อแห่งประเทศไทย (MAAT) จะรับรองข้อมูลและใช้ข้อมูลดังกล่าวเป็นมาตรฐานกำหนดราคาซื้อขายโฆษณาเพียงแหล่งเดียว จากปัจจุบันได้รับการสนับสนุนการซื้อข้อมูลจากมีเดีย เอเยนซี่ 21 ราย สัดส่วน 95% ของผู้ซื้อโฆษณาทั้งหมด
ส่วนกลุ่มทีวีดิจิทัลและเคเบิลทีวี ตอบรับอย่างเป็นทางการ 14 ช่อง โดยมีทีวีดิจิทัลที่ตอบรับและรอการอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท 5 ช่อง และ 1 ช่อง โมโน จะเข้าร่วมภายหลังและจ่ายเงินเพิ่ม 25%
และเพื่อประกันความเสี่ยงให้สมาชิกทีวีดิจิทัล มีค่าใช้จ่ายคงที่หรือไม่มากไปกว่าการจ่ายเงินในช่วงเริ่มต้นปีละ 8 ล้านบาทต่อช่องต่อปี ได้เจรจากับกันตาร์ แบ่งสัญญาออกเป็น 2 สัญญา คือ 1. เอ็มอาร์ดีเอ จ่ายเงิน 70% ของสัญญาระยะเวลา 6 ปี ที่มีมูลค่า 1,500 ล้านบาท และ 2. กันตาร์ เป็นผู้รับผิดชอบจ่ายเงิน 30% ของสัญญา โดยสามารถนำข้อมูลวิจัยไปขายให้กับผู้ประกอบการอื่นๆ ที่สนใจนอกจากสมาชิกสมาคมในราคาเดียวกันได้
ส่วนความเคลื่อนไหวของ “นีลเส็น” ผู้จัดเรทติ้งทีวีปัจจุบัน สินธุ์ เภตรารัตน์ กรรมการผู้จัดการธุรกิจมีเดีย นีลเส็น (ประเทศไทย) กล่าวว่าไตรมาส 4 เตรียมเปิดตัวบริการวัดเรทติ้งรายการผู้ชมที่ดูทีวีผ่านออนไลน์ หรือ Digital Content Rating(DCR) ซึ่งไทยเป็นประเทศที่ 3 ต่อจากสหรัฐ และออสเตรเลีย โดยจะเริ่มรายงานผลไตรมาสแรกปี 2560 โดยจะใช้กลุ่มตัวอย่างผู้ใช้งานเฟซบุ๊คกว่า 20 ล้านราย ที่ล็อกอินเฟซบุ๊ค จากนั้นเปิดรับชมรายการทีวีทั้งเว็บไซต์สถานีทีวี เว็บไซต์อื่นๆ แอพพลิเคชั่น และดิจิทัลแพลตฟอร์มต่างๆ จากอุปกรณ์พีซี สมาร์ทโฟน และแทบเล็ต โดยเฟซบุ๊คจะเก็บข้อมูลการรับชมและส่งต่อข้อมูลให้ นีลเส็นนำมาวิเคราะห์การรับชม จากนั้นจะรายงานข้อมูลทางประชากรศาสตร์ของผู้รับชม ระยะเวลา และแพลตฟอร์มที่ดูทีวีและคำนวณเป็นเรทติ้งที่เป็นมาตรฐานเดียวกับเรทติ้งทีวีปัจจุบัน
ปัจจุบันได้เสนอบริการให้กับทีวีดิจิทัล รวมทั้งทีวีทุกประเภท และเตรียมเสนอต่อเจ้าของรายการทีวี และรายการที่ออกอากาศบนดิจิทัลแพลตฟอร์มต่างๆ ที่ต้องการวัดเรทติ้งคอนเทนท์ออนไลน์
และยังเตรียมเพิ่มกลุ่มตัวอย่างวัดเรทติ้งทีวีจาก 2,400 บ้าน เป็น 3,000 บ้าน ปีหน้า สอดคล้องกับการขยายโครงข่ายส่งสัญญาณโทรทัศน์ระบบดิจิทัล (Mux) ที่ครอบคลุมทั่วประเทศ 90% ในปีนี้









