วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

Daily Market Outlook (27 ก.ค.59)

ระมัดระวังก่อนการประชุม Fed และ BOJ

คาดหุ้นไทยเคลื่อนไหวในกรอบแคบวันนี้หลังจากหุ้นสหรัฐปิดไม่ไปไหนเมื่อคืน นักลงทุนระมัดระวังก่อนหการประชุม Fed คืนนี้ และ BOJ ในวันศุกร์ ในขณะที่เป็นที่คาดกันว่า Fed จะยังไม่ขึ้นดอกเบี้ย ตลาดให้ความสำคัญกับขนาดของมาตรการกระตุ้นจาก BOJ ราคาน้ำมันก็ปิดสวนทางกัน WTI ร่วงต่อในขณะที่ Brent ขยับขึ้น ปัจจัยภายในประเทศ หุ้นรับเหมายังคงมีข่าวดีอย่างต่อเนื่องล่าสุด ครม. เพิ่งอนุมัติโครงการรถไฟสายสีแดงมูลค่า 4.42 หมื่นล้านบาท แต่แผนขึ้นภาษีสรรพสามิตอาจส่งผลลบต่อเป้าการขยายตัวของเศรษฐกิจ



หุ้นเด่นวันนี้: QH (Bt2.82; NR; IAA consensus 16TP Bt3.55)

เลือก QH เป็น Pick of the day จากการที่หุ้นยังคง Undervalue จากพอร์ตการลงทุนของบริษัท รวมทั้งแนวโน้มของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ฟื้นตัวดีขึ้น QH มีพอร์ตการลงทุนรวมมูลค่า 34,000 ล้านบาท คิดเป็น 3.17 บาทต่อหุ้นโดยเป็นการถือหุ้นใน 4 กิจการสำคัญ คือ HMPRO(QH ถือหุ้น 19.9%) LHBANK (21.3%) และกองทุนอสังหาริมทรัพย์ สองแห่ง คือ QHHR (31.3%) และ QHPF (25.7%) ในขณะที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีมูลค่า 38,000 ล้านบาท มีหนี้สินสุทธิ 24,000 ล้านบาท ทำให้มูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (NAV) อยู่ที่ 48,000 ล้านบาท หรือ 4.48 บาทต่อหุ้น ซึ่งสูงกว่าราคาหุ้นปัจจุบันอย่างมาก ในขณะที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปี 2559 นี้ QH ตั้งเป้าการเติบโตของรายได้ 8% เป็น 21,600 ล้านบาท โดยมุ่งเน้นการพัฒนาโครงการแนวราบมากกว่าแนวสูง โดยจะพัฒนาโครงการในเฟสใหม่บนทำเลเดิมในที่ดินที่มีอยู่เดิม เช่น ถนนราชพฤกษ์ และถนนพระราม 5 ทั้งนี้ QH ว่าแผนเปิด 14 โครงการ มูลค่า 15,000 ล้านบาท ในปีนี้เป็นทาวเฮาส์ 35% บ้านเดี่ยว 61% และคอนโดมีเนียม 4% ตาม IAA Consensus คาดการณ์ EPS ปี 2559 เท่ากับ 0.30 บาทและปี 2560 เท่ากับ 0.34 บาท เติบโต 4% และ 15% ตามลำดับ ปัจจุบันหุ้นซื้อขายกันที่ค่า PER ปี 2559 ที่ 9.5 เท่า และปี 2560 ที่ 8.3 เท่า เป็นการคิดที่ไม่นับรวมว่า QH เป็น HoldingCompany ซึ่งถือหุ้นในกิจการที่เติบโตและสร้างผลตอบแทนการลงทุนที่ดีให้ (Holding Company ให้ค่า PER ได้ถึง 12-15 เท่า) เราจึงเห็นว่า QH เป็นหุ้น Undervalue และ Price Pattern ทางเทคนิคของ QH มีความแข็งแกร่งในแนวโน้มขาขึ้นอย่างชัดเจน จากการเกิดทั้ง Daily, Weekly, & Monthly Buy Signal ดังนั้นการอ่อนตัวของ QH หากเกิดขึ้น ถือเป็นโอกาสอันดีในการเข้าทยอยเก็บหุ้น ซึ่งเราคาดว่าจะเห็นการปรับตัวขึ้นไปทดสอบเป้าหมายถัดไปที่ 3.02 บาท และเป้าหมายสำคัญที่ 3.26 บาท ตามลำดับ โดยมีจุด Stop Loss ระยะสั้นในรอบนี้อยู่ที่ 2.68 บาท (Resistance: 2.88, 2.94, 3.00; Support: 2.76, 2.70, 2.64)

ปัจจัยสำคัญ

ประเด็นในประเทศ:

• รถไฟชานเมืองสายสีแดงได้รับการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีเมื่อวานนี้ ให้ดำเนินการก่อสร้างสายสีแดงอ่อน เส้นทางบางซื่อ-หัวหมาก และสายสีแดงเข้ม เส้นทาง บางซื่อ-หัวลำโพงมูลค่ารวม 44,160 ล้านบาท ซึ่งเป็นการต่อเชื่อมจากการก่อสร้างที่ดำเนินการอยู่ในสายสีแดงช่วง บางซื่อ-รังสิต โครงการเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของ 20 โครงการโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาล การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) คาดว่า จะเปิดประมูลเสนอราคา สำหรับโครงการ ในเดือน ส.ค.นี้ และ การก่อสร้าง มีแผนจะเริ่มในเดือนก.พ.60ความเห็น: การเปิดประมูลสำหรับโครงการนี้จะเอื้อประโยชน์ต่อผู้ประกอบการรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ 4 รายคือITD , CK , STEC และ UNIQ มากที่สุด เพราะเป็นผู้ประกอบการที่ผ่านคุณสมบัติรับงานตามที่รฟท.กำหนด ซึ่งITD และ UNIQ เป็นผู้ประกอบการทำดำเนินการก่อสร้าง เส้นทาง บางซื่อ - รังสิต ในขณะนี้ อาจทำให้จะความได้เปรียบด้านเครื่องมือเครื่องจักรการก่อสร้างกว่าผู้ประกอบการรายอื่นสำหรับการเสนอราคา อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการอื่น ๆ จากต่างประเทศ อาจจะมา ในเข้าร่วมเสนอราคาและทำให้มีการแข่งขันสู้ราคากันมากขึ้น

• กสทช. ชุดปัจจุบันเตรียมส่งต่อการประมูลคลื่นให้กับชุดใหม่ในอนาคต จะไม่มีการประมูลคลื่นเกิดขึ้นในชุดนี้อีกแล้วจนกว่าจะหมดวาระไปใน ต.ค. ปีหน้า ภายใต้แผนการจัดสรรคลื่นความถี่นั้น ยังมีอีกสามช่วงคลื่นรอการประมูลคือ 2.6 กิกะเฮิร์ตซ์ 1800 เมกะเฮิร์ตซ์ และ 700 เมกะเฮิร์ตซ์ (The Nation) ความเห็น: กสทช.วางแผนจะประมูลคลื่น 700 เมกะเฮิร์ตซ์จำนวน 45 เมกะเฮิร์ตซ์ซึ่งใช้ในกิจการโทรทัศน์ภายในปี 2563 และก็น่าจะใช้เวลาอีกนานในการเจรจาขอคลื่น 2.6 กิกะเฮิร์ตซ์มาจัดสรร เราจึงเชื่อว่าอย่างเร็วสุดการประมูลรอบใหม่น่าจะเกิดขึ้นได้ ก.ย. 2561 ที่สัมปทานของ กสท. โทรคมนาคมได้หมดลง DTAC (31.25 บาท, ถือ, ราคาเป้าหมาย 31 บาท) น่าจะถูกกดดันสุดจากการจัดสรรคลื่นความถี่ที่ยืดเยื้อเพราะ DTAC คว้าน้ำเหลวในการประมูลที่ผ่านมาทั้งคลื่น 1800 เมกะเฮิร์ตซ์และ 900 เมกะเฮิร์ตซ์

• พิจารณาขึ้นภาษีสรรพสามิต นายกฯ ได้ยืนยันว่ารัฐบาลจะขึ้นภาษีสรรสามิตเพื่อเพิ่มรายได้ภาษีอย่างน้อยอีก 1 ใน 3 ระบุว่ารัฐบาลต้องดูแลคนจนและผู้สูงอายุ รวมถึงให้บริการทางด้านสุขภาพอนามัยและการศึกษาให้แก่ประชาชน และเพื่อให้สอดคล้องกับเกณฑ์ของ WTO และข้อตกลงการค้าเสรี (Bangkok Post)

ต่างประเทศ

• พันธบัตรสหรัฐยังแข็งแกร่งเมื่อวันอังคาร เนื่องจากการประชุม Fed ระยะเวลา 2 วันได้เริ่มขึ้นแล้วซึ่งอาจให้เบาะแสเกี่ยวกับช่วงเวลาที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรอายุ 10 ปีลดลง 1 bpอยู่ที่ 1.565% ส่วนอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรอายุ 30 ปี ลดลง 0.5 bpอยู่ที่ 2.283% อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรอายุ 2 ปีซึ่งอ่อนไหวต่อมุมมองเกี่ยวกับนโยบายเฟดเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยอยู่ที่ 0.762% หลังจากแตะที่ระดับ 0.7780% เป็นระดับสูงสุดตั้งแต่อังกฤษตัดสินใจแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) (Reuters)

• เงินเยนแข็งค่าขึ้นสูงสุดในรอบกว่า 1 สัปดาห์เทียบกับดอลลาร์สหรัฐเมื่อวันอังคาร จากความคาดหวังที่น้อยลงว่าทางการญี่ปุ่นจะใช้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม เงินเยนแข็งค่าขึ้น 1.7% เทียบกับดอลลาร์สหรัฐอยู่ที่ระดับ 103.995 เยน แข็งค่าขึ้นมากที่สุดนับแต่วันที่ 14 ก.ค. ก่อนร่วงลงอยู่ที่ 104.64 เยน เพิ่มขึ้น 1.08% เมื่อวันอังคาร (Reuters)

สหรัฐ:

• ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐปิดบวกและลบเมื่อวันอังคาร เนื่องจากนักลงทุนรอผลการประชุมพิจารณาอัตราดอกเบี้ยของ Fed และมีการทยอยประกาศผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียน ธนาคารกลางสหรัฐได้เริ่มการประชุมระยะเวลา 2 วันแล้วและขณะที่ไม่คาดว่า Fed จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในครั้งนี้แต่นักลงทุนกำลังจับตาหาเบาะแสว่าเฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยเมื่อไหร่ (Reuters)

• นักลงทุนเชื่อว่ากำไรสุทธิของบริษัทจดทะเบียนจะออกมาดีกว่าที่คาดไว้ มีรายงานผลประกอบการของบริษัทออกมาเกือบ 1 ใน 3 และคาดว่าบริษัทที่อยู่ในการคำนวณดัชนี S&P500 โดยรวมจะมีกำไรสุทธิลดลง 3.5% ซึ่งดีกว่าเดิมที่คาดไว้ในช่วงต้นเดือนนี้ว่าจะลดลง 4.5% และหดตัว 5.0% ในไตรมาส 1/59 (Thomson Reuters I/B/E/S)

• ยอดขายบ้านใหม่สำหรับครอบครัวเดี่ยวเพิ่มขึ้นเกินคาดในเดือนมิ.ย. พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 8 ปีซึ่งเป็นสัญญาณล่าสุดว่าตลาดอสังหาฯ เริ่มมีเสถียรภาพ ยอดขายบ้านใหม่เพิ่มขึ้น 3.5% อยู่ที่ 592,000 ยูนิตในเดือนมิ.ย. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับแต่เดือนก.พ. 2551 จากยอดขายบ้านในเดือนพ.ค. ที่มีการปรับปรุงตัวเลขเพิ่มขึ้นเป็น 572,000 ยูนิต นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่ายอดขายบ้านใหม่ซึ่งคิดเป็น 9.6% ของตลาดอสังหาฯ จะเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 560,000 ยูนิตในเดือนมิ.ย. (Reuters)

• ความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐ ก.ค. คงที่ เท่ากับ 97.3 เทียบกับ 97.4 ในเดือน มิ.ย. นักเศรษฐศาสตร์คาดว่าดัชนีลดลง 95.9 ใน ก.ค. (Reuters)

• รัฐบาลสหรัฐคาดว่าจะรายงานการเติบโตเศรษฐกิจไตรมาส 2/59 เท่ากับ 2.6% ต่อปีในวันศุกร์ เติบโตมากขึ้นจากระดับ 1.1% ในไตรมาส 1/59 ตามผลสำรวจนักเศรษฐศาสตร์ของรอยเตอร์ส (Reuters)

ยุโรป:

• ตลาดหุ้นยุโรปเมื่อวันศุกร์ปรับตัวสูงขึ้น นำโดยหุ้นกลุ่ม Healthcare และกลุ่มสินค้าผู้บริโภค ชดเชยกับการปรับตัวลงของหุ้นกลุ่มธนาคาร (Reuters)


เอเชีย:

• ญี่ปุ่น:ตลาดการเงินกำลังมุ่งเน้นไปที่ความไม่แน่นอนของขนาดปริมาณเงินของการกระตุ้นทางการเงินและการคลัง จากประเทศญี่ปุ่นและวิธีการที่รัฐบาลจะให้ความร่วมมือกับ BOJ ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ(Reuters)

• จีน: เศรษฐกิจจีนยังคงเผชิญทิศทางลงขนาดใหญ่กดดันอยู่ เป็นการกล่าวของPolitburo ซึ่งเป็นร่างการตัดสินใจสูงสุดของพรรคคอมมิวนิสต์จีน เจ้าหน้าที่จะยังคงดำเนินนโยบายการคลังเชิงรุกและนโยบายการเงินที่ชาญฉลาด โดยจีนจะรักษาอัตราแลกเปลี่ยนเงินหยวนให้มีเสถียรภาพ และยังจะใช้เป็นแนวทางชี้นำการเจริญเติบโตที่เหมาะสมในการจัดหาเครดิตและเงินทุนทางสังคม(Reuters)

สินค้าโภคภัณฑ์:

• ราคาน้ำมันลดลงอีกวันอังคาร แตะจุดต่ำสุดในรอบ 3 เดือน เพราะความกังวลที่เพิ่มขึ้นเรื่องน้ำมันเบนซินล้นเกินมีผลเหนือการคาดการณ์ว่าสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐจะลดลง ขณะที่เบรนท์กลับขึ้นมาจากที่เป็นลบตอนต้นวันมาปิดบวกเพราะพื้นฐานที่ดีกว่าเมื่อเทียบน้ำมันดิบสหรัฐ ราคาน้ำมันดิบสหรัฐปรับลง 21 เซนต์ (-0.5%) ปิดที่ 42.92 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล Brent ล่วงหน้าปรับขึ้น 15 เซนต์ (0.3%) ปิดที่ 44.87 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล(Reuters)

• ราคาทองบวกวันอังคาร เพราะดอลลาร์อ่อนค่าแต่ยังคงอยู่ในกรอบ ในขณะที่การประชุมนโยบายของ Fed ได้เริ่มขึ้น ราคาทองคำตลาดจรบวก 0.4% ปิด 1,319.96 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทองล่วงหน้าบวก 1.30 ดอลลาร์ (+0.1%) ปิด 1,320.80 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (Reuters)