"คิง เพาเวอร์ฯ" ฟ้อง "ชาญชัย อิสระเสนารักษ์" คดีที่ 2 กล่าวหาทำผิดกม.หลายฉบับ ศาลรับฟ้องนัดไต่สวน 26ธ.ค.59
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท คิง เพาเวอร์ฯ ได้มอบอำนาจให้นายบัญชา ปรมีศณาภรณ์ สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ในฐานะทนายความ เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ รองประธานคณะอนุกรรมาธิการศึกษา เสนอะแนะมาตรการและกลไกในการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ในความผิดฐานหมิ่นประมาท และดูหมิ่นด้วยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 328 และ 393 สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 8 มิ.ย.ที่ผ่านมา นายชาญชัยได้แถลงข่าวที่รัฐสภาเป็นครั้งที่ 2 ว่า บริษัท คิง เพาเวอร์ สุวรรณภูมิ จำกัด ไม่ได้เป็นผู้ซื้อซองประกวดราคา ไม่ได้อยู่ในขั้นตอนของการพิจารณาเชิงเทคนิค หรือขั้นตอนการประกวดใดๆ คณะกรรมการบริษัท ทอท. จำกัด (มหาชน) อนุมัติเพื่อเซ็นสัญญากับ บริษัท คิง เพาเวอร์ อินเตอร์ เนชั่นแนล จำกัด แต่กลับลงนามในสัญญากับ บริษัท คิง เพาเวอร์ สุวรรณภูมิ จำกัด ทั้งที่จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทก่อนมีการลงนามสัญญา 2 วัน ถือเป็นสัญญาที่โมฆะมาตั้งแต่เริ่มแรก และผิดกฎหมายหลายฉบับ ก่อให้เกิดความเสียหายหลายหมื่นล้านบาท เป็นเรื่องของการเรียกทรัพย์สินบางส่วนที่เสียหายไปคืนหลายหมื่นล้านบาท
นายบัญชา ให้สัมภาษณ์ว่า ผู้บริหารบริษัท คิง เพาเวอร์ฯ ได้พิจารณาข้อความที่นายชาญชัยแถลงข่าวเป็นครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 8 มิ.ย.ที่ผ่านมาดังกล่าวแล้วเห็นว่า นายชาญชัยไม่ได้เป็นสมาชิก สปท. หรือแม้เป็นสมาชิก สปท. ก็ไม่มีอำนาจหน้าที่แถลงยืนยันว่ามีการทำผิดกฎหมาย และยังแถลงข้อมูลในส่วนสำคัญไม่ครบถ้วน ชี้นำให้หน่วยราชการอื่นๆ ประชาชนที่ไม่ทราบข้อมูลครบถ้วนเชื่อว่า บริษัท คิง เพาเวอร์ อินเตอร์ เนชั่นแนล จำกัด และ บริษัท คิง เพาเวอร์ สุวรรณภูมิ จำกัด รวมทั้ง บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือทอท. ร่วมกันทำผิดกฎหมายหลายฉบับ หลีกเลี่ยงไม่จ่ายเงินผลประโยชน์ตอบแทน ทำความเสียหายให้กับรัฐหลายหมื่นล้านบาท
นายบัญชา กล่าวอีกว่า การแถลงข่าวครั้งที่ 2 ทำให้บริษัท คิง เพาเวอร์ อินเตอร์ เนชั่นแนล จำกัด รวมทั้ง บริษัท คิง เพาเวอร์ สุวรรณภูมิ จำกัด บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) และหน่วยราชการอื่นที่เกี่ยวข้องได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง ทั้งที่ บริษัท คิง เพาเวอร์ฯ ปฏิบัติตามกฎระเบียบ กฎหมาย จึงต้องฟ้องนายชาญชัยเป็นคดีที่ 2 เพื่อปกป้องชื่อเสียงของบริษัท และเพื่อพิสูจน์ความจริงและขอความเป็นธรรมต่อศาลตามกระบวนการยุติธรรม ขอให้ศาลนับโทษคดีที่ 2 ต่อจากคดีแรกของศาลอาญา หมายเลขดำที่ อ.1673/2559 ตามกฎหมาย
ทั้งนี้ คดีที่ 2 ศาลได้รับฟ้องไว้แล้วเป็นคดีหมายเลขดำที่ อ. 2170/2559 นัดไต่สวนในวันที่ 26 ธันวาคม 2559 เวลา 13.30 น.









