วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

พาณิชย์เพิกถอน 13 ธุรกิจท่องเที่ยวนอมินี

"กระทรวงพาณิชย์" สั่งเพิกถอน 13 บริษัทท่องเที่ยวนอมินีให้สิ้นสภาพการเป็นนิติบุคคล ลั่นพร้อมจัดการบริษัทนอมินีที่สวมชื่อคนไทย

น.ส.ผ่องพรรณ เจียรวิริยะพันธ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้คณะทำงานแก้ไขปัญหาการประกอบธุรกิจโดยใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (นอมินี) ของจังหวัดภูเก็ตและเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการตำรวจภูธร จังหวัดภูเก็ต ตรวจสอบการประกอบธุรกิจของกลุ่มธุรกิจต่างชาติที่ประกอบธุรกิจท่องเที่ยวและเกี่ยวข้อง อาทิ โรงแรม ร้านอาหาร รถโดยสาร เรือ และสปา ซึ่งผลการตรวจสอบพบว่ามีบุคคลที่ไม่ใช่สัญชาติไทย (ต่างด้าว) 2 คน คือ นายกฤชกร รุ่งมงคลนาม และนายวีระชัย คำไผ่ประพันธ์กุล ร่วมกันแจ้งข้อมูลอันเป็นเท็จแก่เจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อให้ดำเนินการออกบัตรประจำตัวประชาชนให้โดยมิชอบ ซึ่งกรมฯ ได้ส่งเจ้าหน้าที่จากส่วนกลางร่วมกับกองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าว

ทั้งนี้ เมื่อปรากฏข้อมูลการทุจริตกรมฯ รีบดำเนินการตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกทางทะเบียนบริษัททันที พบว่า บุคคลทั้ง 2 ราย มีความเกี่ยวโยงกับอีก 14 บริษัทที่ประกอบธุรกิจท่องเที่ยวและที่เกี่ยวเนื่องเช่นกัน ได้แก่ 1.บริษัท ทรานลี่ ทราเวิล จำกัด 2.บริษัท ราชา สปา จำกัด 3.บริษัท สบันงา สปา จำกัด 4.บริษัท ไท่ลี่ อิมพอร์ต จำกัด 5.บริษัท ภูเก็ต บลู เฮเว่น ไดฟ์วิ่ง เซ็นเตอร์ จำกัด 6.บริษัทเหมยลี จำกัด 7.บริษัท หยางกวง จำกัด 8.บริษัท ที.แอล.เบทเตอร์เวย์ จำกัด 9.บริษัท บลู เวฟ รีสอร์ท จำกัด 10.บริษัท อินทรี มารีน จำกัด 11.บริษัท ภูเก็ต ปิง เฟรนด์ จำกัด 12.บริษัท แมนตา มารีน จำกัด 13.บริษัท เวนิส ซีวิว จำกัด และ 14.บริษัท บลู เบย์ รีสอร์ท จำกัด ซึ่งกรมฯ ได้ระงับการจดทะเบียน (การแก้ไข/เปลี่ยนแปลงข้อมูล) ของนิติบุคคลข้างต้น ระงับการออกหนังสือรับรองและสำเนาเอกสาร พร้อมดำเนินการแจ้งความเท็จและเรียกตรวจสอบบัญชีธุรกิจ ประกอบกับระบุหมายเหตุข้อควรทราบในหนังสือรับรองเกี่ยวกับการเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจท่องเที่ยว การถูกแจ้งความดำเนินคดีฐานแจ้งข้อมูลเท็จ และการระงับการออกหนังสือรับรอง เพื่อให้บุคคลที่เกี่ยวข้องหรือประชาชนได้รับทราบและพึงระวังในการดำเนินธุรกิจร่วมกับบริษัทดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กรมฯ ได้ดำเนินการเพิกถอนการจดทะเบียนบริษัท 13 บริษัทเรียบร้อยแล้ว ทำให้สิ้นสภาพการเป็นนิติบุคคล ซึ่งจะไม่สามารถประกอบธุรกิจรูปแบบนิติบุคคลได้อีกต่อไป รวมทั้งจะส่งดำเนินคดีในกรณีที่ผิดกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 แก่พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ตด้วย สำหรับบริษัท สบันงา สปา จำกัด 1 ใน 14 บริษัทข้างต้น พบหลักฐานปรากฏว่ามีที่ตั้งสำนักงานใหญ่ที่เดียวกับกลุ่มบริษัทดังกล่าวเท่านั้น อย่างไรก็ตาม เนื่องจากบริษัทไม่ได้ส่งงบการเงินเกินกว่า 3 ปี เข้าข่ายที่จะดำเนินการถอนทะเบียนร้างได้ แต่สรรพากรจังหวัดภูเก็ตขอระงับการถอนทะเบียนร้างไว้ ซึ่งกรมฯ จะประสานกับสรรพากรให้ถอนระงับ เพื่อจะได้ดำเนินการถอนทะเบียนร้างได้ต่อไป

สำหรับหน่วยงานภาครัฐอื่น ๆ ที่ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง คือ กรมการท่องเที่ยวเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจท่องเที่ยวของ 6 บริษัท (ลำดับที่ 1, 5, 6, 7, 10, 11) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ยึดทรัพย์บริษัทที่เกี่ยวโยงกับบุคคลทั้ง 2 และเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธร จังหวัดภูเก็ต จับกุมนายกฤชกร รุ่งมงคลนาม ข้อหาเป็นคนต่างด้าวเข้ามาในประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต การใช้บัตรประชาชนที่ได้มาจากการแจ้งข้อมูลเท็จกับเจ้าพนักงาน สำหรับนายวีระชัย คำไผ่ประพันธ์กุล อยู่ระหว่างหลบหนีการดำเนินคดี