โฮมโปรปลุกกระแสแรงซื้อหน้าฝน ทุ่ม70ล้านจัดงานแฟร์ดันยอดขาย

โฮมโปรปลุกกระแสแรงซื้อหน้าฝน ทุ่ม70ล้านจัดงานแฟร์ดันยอดขาย

“โฮมโปร” พลิกกลยุทธ์ฝ่าหน้าฝนฉุดยอดขายหด ทุ่ม70 ล้านปลุกกระแสกำลังซื้อ จัดงาน”โฮมโปร แฟร์”ครั้งแรก หวังช่วยซัพพลายเออร์ระบายสต็อก ดันยอดขาย

นายณัฎฐ์ จริตชนะ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กลุ่มการตลาด บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ภาพรวมกำลังซื้อในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมาทั้งในตลาดกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดมีการปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปืที่ผ่านมา เนื่องจากผู้บริโภคมีความเชี่อมั่นมากขึ้น จากสถานการเมืองที่มีเสถียรภาพ สะท้อนจากความถี่ในการเข้ามาซื้อของในโฮมโปรเพิ่มขึ้น แม้ว่ายอดการซื้อต่อบิลจะยังกลับมาเท่าในช่วงภาวะเศรษฐกิจดีก็ตาม เฉลี่ยลดลง 5-10% โดยยอดการซื้อต่อบิล หากเป็นสินค้าชิ้นใหญ่ เฉลี่ยจากปกติ  1.2-1.3 หมี่นบาท อยู่ที่ 1.1 หมื่นบาท ส่วนสินค้าทั่วไปยอดซื้อต่อบิล จาก 7 พันบาท อยู่ที่ 6 พันบาท

ขณะที่ในครึ่งปีแรกที่ผ่านมา บริษัททำยอดขายได้ตามเป้า ทั้งไตรมาส1และไตรมาส2 ซึ่งจากการทำตลาดมากขึ้น รวมถึงได้รับอานิสงส์มาจากเหตุการณ์ภัยแล้ง โดยเฉพาะยอดขายพัดลมและเครื่องปรับอากาสของเดือนมี.ค.-เม.ย.สูงขึ้นมากถึง 70-80%  รวมถึงการขยายสาขาใหม่ตามแผน และปัจจัยที่สำคัญคือการปรับปรุงซ่อมแซมบ้านของผู้บริโภค ที่มีการปรับปรุงบ้านใหม่ทุกๆ 3-5 ปี และเป็นกลุ่มลูกค้าหลักของโฮมโปร คิดเป็นสัดส่วน 80%

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการปลุกกระแส กระตุ้นกำลังซื้อและยอดขายต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนจะเป็นโลว์ซีซั่นการขาย ที่ยอดขายจะลดลง และยังเป็นการช่วยซัพพลายเออร์ระบายสต็อก  โดยบริษัทได้ใช้งบประมาณ 60-70 ล้านบาท จัดงาน”โฮมโปร แฟร์” ซึ่งจัดเป็นครั้งแรกในช่วงกลางปี นำร่องในกรุงเทพฯก่อน จะขยายไปในต่างจังหวัด เช่น เชียงใหม่ และหาดใหญ่

สำหรับงานโฮมโปร แฟร์ จัดในคอนเซ็ปท์ ลิฟวิ่ง แอนด์ ไลฟ์สไตล์ “ชอป กิน บิน เที่ยว “ ในรูปแบบใหม่ ซึ่งเป็นการผสมผสานงานเรื่องบ้านกับสินค้าไลฟ์สไตล์ แตกต่างจากการจัดงานเอ็กซ์โปประจำปี ทั้งนี้ เพื่อขยายฐานสมาชิกในกลุ่มลูกค้าใหม่ที่อายุต่ำกว่า 35 ปี ซึ่งกำลังเริ่มตกแต่งบ้านหรือสร้างครอบครัวใหม่ จากกลุ่มลูกค้าเดิมของโฮมโปรที่อยู่ในช่วงอายุ 35-55 ปี บนพื้นที่ประมาณ 2.7 หมื่นตร.ม. แบ่งเป็นพื้นที่ขายสินค้าโฮมโปรประมาณ 2.5 หมื่นตร.ม. และพื้นที่ไลฟ์สไตล์โซน  ประมาณ 2 พันตร.ม. โดยตั้งเป้าผู้เข้าชมงานประมาณ 5 แสนคน เป้ายอดขาย 500 ล้านบาท

“ปัจจุบันบริษัทมีสมาชิกทั้งหมด 3 ล้านคน คิดเป็นสมาชิกที่มาใช้บริการประจำ (แอคทีฟ) ประมาณ 6 แสนรายต่อเดือน และเป็นสมาชิกใหม่ 4 หมื่นคนต่อเดือน โดยยอดขายแต่ละแผนกจะสัมพันธ์กับฤดูกาล ในช่วงกลางปีที่อยู่ในช่วงหน้าฝน กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า ของซ่อมแซมและตกแต่งบ้านก็จะขายดี  ในขณะที่ตลาดวัสดุก่อสร้างจะชะลอตัวลง เมื่อเข้าสู่ฤดูหนาว เครื่องใช้ไฟฟ้าโดยเฉพาะเครื่องทำน้ำอุ่นก็จะขายดีขึ้น"

นายณัฎฐ์ กล่าวต่อว่า ตลาดวัสดุและของตกแต่งบ้านในช่วงครึ่งปีหลังมีแนวโน้มดีขึ้น มีปัจจัยบวกจากความเชื่อมั่นของผู้บริโภค และกำลังซื้อในต่างจังหวัดก็ดีขึ้น สถานการณ์ทางการเมืองที่มีความชัดเจน รวมถึงนโยบายภาครัฐที่ส่งเสริมการท่องเที่ยว การเร่งการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน

อย่างไรก็ดี  ในครึ่งปีหลัง บริษัทเดินหน้าเปิดสาขาใหม่ตามแผน  โดยเปิดในไตรมาสที่ 2 ไปแล้วจำนวน 2 สาขา และเตรียมเปิดสาขาในช่วงครึ่งปีหลังอีก 3 สาขา ได้แก่ สาขาพระราม9 ,ศรีนครินทร์ และบางเสร่  ทำให้สิ้นปีนี้มีสาขารวมทั้งหมด 81 สาขา และตั้งเป้ายอดขายเติบโต 10% จากปี 2558  ที่มียอดขาย 5หมื่นล้านบาท