กันตาร์ เวิลด์พาแนล สรุปผลวิจัยและการจัดอันดับแบรนด์ที่ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อสูงสุด ในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค (FMCG) ปี 2558
ฮาร์เวิร์ด ชาง กรรมการผู้จัดการ บริษัทกันตาร์ เวิลด์ พาแนล (ไทยแลนด์) จำกัด บริษัทวิจัยพฤติกรรมการซื้อสินค้าผู้บริโภคเชิงลึกในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค กล่าวว่าการจัดทำผลวิจัย “สุดยอดแบรนด์”สินค้าอุปโภคบริโภค ที่ผู้บริโภคเลือกซื้อสูงสุด พิจารณาจากเก็บข้อมูลด้านจำนวนประชากรในประเทศ , การเข้าถึงผู้บริโภคและยอดขายของแบรนด์ สำหรับในประเทศไทยสำรวจกลุ่มตัวอย่างทั่วประเทศ 4,000 ครัวเรือน
ผลการจัดอันดับในประเทศไทยปี 2558 “สุดยอดแบรนด์ที่ผู้บริโภคเลือกซื้อสูงสุดและร้านค้าปลีกที่มีอัตราการถูกซื้อสูงสุด ใน 5 กลุ่มสินค้า ประกอบด้วย กลุ่มเครื่องดื่ม “เนสกาแฟ” กลุ่มอาหาร “ดัชมิลล์” กลุ่มสุขภาพและความงาม “คอลเกต” กลุ่มสินค้าในครัวเรือน “บรีส” และกลุ่มผู้ค้าปลีก “เซเว่นอีเลฟเว่น”
ในกลุ่มสุดยอดแบรนด์ปีนี้ มีการเปลี่ยนแปลงในกลุ่มอาหาร จากปี 2557 คือ “มาม่า” ปีที่ผ่านมา คือแบรนด์ “ดัชมิลล์” เนื่องจากปี2557 ภาพรวมเศรษฐกิจและกำลังซื้อถดถอย ส่งผลต่อยอดขายมาม่า ลดลงในปีดังกลาว
ขณะที่ สุพัชรมณี ศรีวลี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัทดัชมิลล์ จำกัด กล่าวว่าปัจจุบันผลิตภัณฑ์ของกลุ่มดัชมิลล์ ให้บริการผู้บริโภค 30 ล้านคนต่อวัน ใน 5 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ ยุทธศาสตร์การดำเนินธุรกิจ คือมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ส่งเสริมสุขภาพดีและตอบโจทย์ความต้องการผู้บริโภคในทุกกลุ่ม ในแต่ละปีดัชมิลล์ ปรับปรุงสูตรสินค้าเดิมและเปิดตัวสินค้าใหม่มากกว่า 10 ผลิตภัณฑ์
“พฤติกรรมผู้บริโภควันนี้เปลี่ยนเร็ว มีความต้องการหลากหลาย แบรนด์ต้องปรับตัวตอบสนองผู้บริโภคในทุกความต้องการ”
ทางด้าน ยุทธศักดิ์ ภูมิสุรกุล รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท ซีพี ออล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารร้านสะดวกซื้อ “เซวเว่น อีเลฟเว่น” กล่าวว่าร้านเซเว่นฯ อยู่ในตลาดไทยมากว่า 20 ปี ในยุคเริ่มต้นจับกลุ่มผู้บริโภคอายุ 5-25 ปี การพัฒนาสินค้าร่วมกับผู้ผลิตและวางจำหน่ายสินค้าจึงมุ่งตอบความต้องการกลุ่มดังกล่าว ปัจจุบันกลุ่มผู้บริโภคตั้งแต่ยุคเริ่มต้นมีอายุเพิ่มขึ้น เซเว่นฯ จึงต้องพัฒนาและวางจำหน่ายสินค้าที่ตอบโจทย์กลุ่มที่มีอายุมากขึ้นด้วย
พร้อมเดินกลยุทธ์ความหลากหลายการจำหน่ายสินค้าตามความต้องการของ “ทำเล”ที่ตั้งสาขา ที่มีกลุ่มผู้บริโภคแตกต่างกัน เช่น ทำเลที่พักอาศัย สำนักงานงาน สถาบันการศึกษา โรงงาน โรงพยาบาล สถานีบริการน้ำมัน เป็นต้น โดยนำเสนอสินค้าร่วมกับซัพลายเออร์ทุกราย และปีนี้จะทำงานพัฒนาสินค้าร่วมกับกลุ่มเอสเอ็มอี เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ เพื่อสร้างโอกาสใหม่ในการนำเสนอสินค้า ที่ผ่านมา เซเว่นฯ วางตำแหน่งเป็น “ร้านอิ่มสะดวก” ของผู้บริโภค โดยสร้างสรรค์เมนูอาหารมื้อว่างมานำเสนออย่างต่อเนื่อง
รวมทั้งเดินหน้าขยายสาขาเพิ่มขึ้นเพื่อเข้าถึงผู้บริโภคทั่วประเทศ ปัจจุบันมี 9,252 สาขา โดย 1 สาขา ให้บริการลูกค้า 1,200 คนต่อวัน เฉลี่ยลูกค้าซื้อสินค้า 2-3 ชิ้นต่อคน ดังนั้นมีสินค้าของผู้ผลิตที่เป็นพันธมิตรกับเซ่เว่นฯ กระจายอยู่ในมือผู้บริโภควันละ 30 ล้านชิ้น
“กลยุทธ์ร้านเซเว่นฯ คือเป็นสะพานเชื่อมลูกค้ากับซัพพลายเออร์ ลูกค้าต้องการอะไร ต้องคิดถึงเรา”
สำหรับการจัดอันดับ “แบรนด์และผู้ค้าปลีกดาวรุ่ง” ปี2558 ในสินค้าอุปโภคบริโภค 5 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มเครื่องดื่ม “เป๊ปซี่” ,กลุ่มอาหาร “ยาคูลท์ ,กลุ่มสุขภาพและความงาม “ซอลส์” ,กลุ่มสินค้าในครัวเรือน “ไฮยีน” และกลุ่มผู้ค้าปลีก “เทสโก้ โลตัส เอ็กซ์เพรส”
ฮาร์เวิร์ด กล่าวเพิ่มเติมว่าผลสรุปการจัดอันดับสุดยอดแบรนด์สินค้าอุปโภคบริโภคปีที่ผ่านมา มองว่านักการตลาดยังต้องทำงานหนักกับสถานการณ์ความไม่แน่นอนด้านเศรษฐกิจและกำลังซื้อในปีนี้ และแบรนด์ที่ทำการตลาดตอบโจทย์ผู้บริโภค จะสามารถเติบโตได้ท่ามกลางสถานการณ์ที่ท้าทาย









