วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ผู้ถือหุ้น 'คิงไวกรุ๊ป' เมินเทนเดอร์

"คิง ไว กรุ๊ป" ปิดดีลทำเทนเดอร์ ไร้ผู้ถือหุ้นเสนอขาย คงสัดส่วนถือหุ้นเท่าเดิม 45.45% โบรกชี้ราคาเทนเดอร์ต่ำกว่าราคากระดานมาก

จากกรณีที่ KWT1499 (Thailand) Company Pte. Limited และ บริษัท ทอมโม (ประเทศไทย) จํากัด ได้ทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ที่เหลือทั้งหมด (Tender offer) ของบริษัท คิง ไว กรุ๊ป (ประเทศไทย) จํากัด (มหาชน) (เดิมชื่อบริษัท เคปเปล ไทย พร็อพเพอร์ตี้ จํากัด (มหาชน) หรือ KTP) ที่ราคา 2.717 บาท โดยกำหนดระยะเวลาการรับซื้อตั้งแต่ 3 มิ.ย. ถึง 8 ก.ค. 2559 หลังจากที่เข้ามาถือหุ้นในสัดส่วน 45.45% ซึ่งเกินกว่าระดับ 25% เข้าข่ายจะต้องทำคำเสนอซื้อ

อย่างไรก็ตามหลังจากครบระยะเวลาการเสนอซื้อ ปรากฏว่าไม่มีผู้ถือหุ้นรายใดเสนอขายหุ้นที่ถืออยู่ ทำให้ KWT1499 (Thailand) ยังคงมีสัดส่วนการถือหุ้นอยู่ที่ 45.45% เท่าเดิม

นายก้องเกียรติ โอภาสวงการ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ASP ในฐานะที่ปรึกษาการเงินอิสระในการทำคำเสนอซื้อครั้งนี้ เปิดเผยว่า สาเหตุที่ไม่มีผู้ถือหุ้นเดิมขายให้ในการทำคำเสนอซื้อครั้งนี้เนื่องจากราคาหุ้นในกระดานปัจจุบันสูงกว่าราคาเสนอขายที่ 2.717 บาท ค่อนข้างมาก

ส่วนแนวโน้มของบริษัทต่อจากนี้ เชื่อว่าแนวทางการดำเนินธุรกิจของบริษัทน่าจะแตกต่างออกไปภายใต้กลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่รายใหม่ ซึ่งเป็นบริษัทด้านอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่มากของจีน และที่ผ่านมาก็มีการกระจายการลงทุนไปยังหลายประเทศทั่วโลก อาทิ ฮ่องกง สิงคโปร์ ส่วนในด้านความน่าเชื่อถือนั้น คิง ไว กรุ๊ป ถือเป็นบริษัทส่วนบุคคลในด้านอสังหาริมทรัพย์ซึ่งเจ้าของกิจการเป็นผู้มีชื่อเสียงในแวดวงธุรกิจของจีน รวมทั้งเป็นที่ปรึกษาให้กับรัฐบาลจีนอีกด้วย

โดยการเข้ามาลงทุนในไทยครั้งนี้ถือเป็นการกระจายการลงทุนของนักธุรกิจจีนออกไปยังหลายๆ ประเทศ ซึ่งในไทยยังมีโอกาสสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อีกพอสมควร เพราะหากเทียบรูปแบบอสังหาริมทรัพย์ในไทยกับในจีนแล้ว ยังมีช่องว่างในเรื่องของเทคโนโลยี และการพัฒนาในรูปแบบใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาอาคารสำนักงาน คอนโดมิเนียม หรือนิคมอุตสาหกรรม

“เชื่อว่านักลงทุนจีนมีเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่อุตสาหกรรมก่อสร้างในไทยต้องการ ทำให้คุณภาพของการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ยกระดับไปอีกขั้น และการเข้ามาครั้งนี้จะช่วยยกระดับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทย อย่างเรื่องของเทคโนโลยี และในระยะยาวเชื่อว่าการเข้ามาลงทุนครั้งนี้จะช่วยดึงดูดนักลงทุนจีนให้เข้ามาในไทยมากยิ่งขึ้น”