ไม่มีสัญญาณฟื้นตัวของรายได้บริการท่ามกลางภาวะ การแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น
ประเด็นการลงทุน
ยังคงไม่มีสัญญาณการฟิ้นตัวของรายได้บริการในไตรมาส 2/59 แต่อย่างใดเนื่องจากภาวะการบริโภคในประเทศที่ยังคงอ่อนแอ รวมถึงเป็นช่วงโลว์ซีซั่น และการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้นในรูปของการอุดหนุนเครื่องโทรศัพท์จากทั้ง ADVANC และ TRUE ภายใต้สมมติฐานว่าภาวะการแข่งขันยังคงรุนแรงต่อไปในช่วงครึ่งหลังปี 2559 เราเชื่อว่ามีความเป็นไปได้สูงที่เป้าหมายของบริษัทสำหรับอัตราการเติบโตของรายได้บริการที่ทรงตัวหรือเพิ่มขึ้นเล็กน้อยสำหรับปี 2559 อาจจะต้องปรับลดลงจากเดิม และเนื่องจากกำไรสุทธิที่คาดว่าจะยังคงอ่อนแอในช่วงครึ่งหลังของปี 2559 ส่วนแบ่งรายได้บริการที่คาดว่าจะลดลงอย่างต่อเนื่อง และแนวโน้มอุตสาหกรรมโทรศัพท์เคลื่อนที่ยังจะแข่งขันรุนแรงต่อไป เราจึงยังคงคำแนะนำ “ถือ” สำหรับหุ้น DTAC ถึงแม้ว่าการเปิดประมูลใบอนุญาตใหม่สำหรับคลื่นความถี่ 2600 เมกะเฮิร์ซจะช่วยกระตุ้นราคาหุ้น DTAC ให้ปรับเพิ่มขึ้นในอนาคต แต่เราเชื่อว่ามันยังคงเร็วเกินไปที่จะเล่นในประเด็นนี้
ส่องกล้องไตรมาส 2/59—กำไรต่ำสุดนับตั้งแต่ไตรมาส 2/46
เราคาดกำไรสุทธิไตรมาส 2/59 ที่ 500 ล้านบาท ลดลง 64% YoY และ 60% QoQ ถ้าไม่รวมขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 100 ล้านบาทในไตรมาส 2/59 กำไรหลักคาดว่าจะอยู่ที่ 600 ล้านบาท ลดลง 62% YoY และ 49% QoQ กำไรหลักที่ลดลงอย่างมาก YoY เนื่องจากรายได้บริการที่ยังคงปรับตัวลดลง ในขณะที่ค่าใช้จ่ายอื่นๆ เพิ่มขึ้น ซึ่งได้แก่ ค่าใช้จ่ายด้านโครงข่าย ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย ค่าใช้จ่ายในการบริหารงานทั่วไป ค่าใช้จ่ายด้านการตลาดและการขาย รวมถึงภาระดอกเบี้ยจ่าย ซึ่งกลบผลกระทบของต้นทุนด้านกฎระเบียบที่ลดลงซึ่งเป็นผลมาจากอัตราค่าโรมมิ่งที่ลดลงระหว่าง DTAC และบริษัทย่อย DTN (เนื่องจากได้ส่วนลดจากปริมาณที่ใช้เพิ่มขึ้น) กำไรหลักที่ลดลง QoQ เนื่องจากเป็นช่วงโลว์ซีซั่น รายได้บริการที่ลดลง รวมถึงค่าใช้จ่ายด้านโครงข่ายและภาระดอกเบี้ยจ่ายที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก
รายได้บริการที่ยังคงอ่อนแอในไตรมาส 2/59
เราคาดขาดทุนขั้นต้นจากธุรกิจขายเครื่องโทรศัพท์เพิ่มขึ้น QoQ มาอยู่ที่ 600 ล้านบาทในไตรมาส 2/59 (เทียบกับขาดทุนขั้นต้น 152 ล้านบาทในไตรมาส 1/59) เนื่องจากการเพิ่มการอุดหนุนเครื่องโทรศัพท์ให้กับลูกค้าระบบพรีเพด อีกทั้งคาดอัตราผลขาดทุนขั้นต้นของธุรกิจขายเครื่องโทรศัพท์ที่ติดลบเพิ่มขึ้นในไตรมาส 2/59 เช่นกัน (-20% ในไตรมาส 2/59 เทียบกับ -4% ในไตรมาส 1/59 และ -19.8% ในไตรมาส 2/58) รายได้บริการ (ที่ไม่รวมไอซี) มีแนวโน้มลดลง 1.4% YoY และ 1.5% QoQ เนื่องจากการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น ช่วงโลว์ซีซั่น การบริโภคในประเทศที่ยังคงอ่อนแอ รวมถึงการอุดหนุนเครื่องโทรศัพท์ที่เพิ่มขึ้นและรุนแรงมากขึ้นจากคู่แข่ง โดย DTAC ได้ทำการให้โปรโมชั่นอุดหนุนเครื่องโทรศัพท์กับทั้งลูกค้าสองกลุ่มได้แก่ รายเดิมและรายใหม่ตั้งแต่เดือนมิ.ย. เป็นต้นไป รายได้บริการเสียงในไตรมาส 2/59 มีแนวโน้มลดลง 18% YoY และ 9% QoQ (ลดลงมากกว่าที่ลดลง 15% YoY ในไตรมาส 1/59) ในขณะที่รายได้บริการนอนว้อยซ์มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 13% YoY และ 5% QoQ (สูงกว่าที่เพิ่มขึ้น 10% YoY ในไตรมาส 1/59)
ปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2559-60 ลงจากเดิม
จำนวนผู้ใช้บริการรายใหม่สุทธิในไตรมาส 2/59 คาดว่าจะเป็นตัวเลขติดลบ 1 แสนราย จากผู้ใช้บริการรายใหม่สุทธิของระบบพรีเพดที่ลดลง ต้นทุนด้านกฎระเบียบมีแนวโน้มลดลง 19% YoY และ 14% QoQ ในขณะที่ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นก้าวกระโดด 26% YoY และ 5% QoQ จากงบลงทุนโครงข่ายบนสัมปทานที่เพิ่มสูงขึ้น เราคาดว่าค่าใช้จ่ายในการบริหารงานทั่วไปมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 31% YoY และทรงตัว QoQ ในขณะที่ค่าใช้จ่ายด้านการตลาดมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 3% YoY (แต่ลดลง 1% QoQ) จากภาวะการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น และกิจกรรมของการทำรีแบรนด์ดิ้งของบริษัทที่เพิ่มขึ้น และเนื่องจากรายได้บริการ (ที่ไม่รวมไอซี) ในช่วงครึ่งแรกของปี 2559 ที่คาดว่าจะลดลง 1.7% YoY เราจึงคิดว่ามีความเป็นไปได้สูงที่บริษัทจะทำการปรับลดประมาณการรายได้บริการ (ที่ไม่รวมไอซี) สำหรับปี 2559 จาก “ทรงตัวหรือเติบโตเล็กน้อย” ไปเป็น “ลดลงเล็กน้อย” และเนื่องจากกำไรสุทธิไตรมาส 2/59 มีแนวโน้มออกมาแย่กว่าที่คาดก่อนหน้า และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นไปอีกในปี 2560 เราจึงทำการปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2559 ลงอีก 24% (เหลือ 3.3 พันล้านบาท) และลดลงอีก 10% สำหรับในปี 2560 (เหลือ 3.5 พันล้านบาท) พร้อมทั้งปรับราคาเป้าหมายลดลงอีก 8% (มาอยู่ที่ 29 บาท)









