รอผล FOMC
SET วานนี้ดีดตัวขึ้นสวนทางตลาดหุ้นรอบบ้าน จากแรงซื้อตามสัญญาณทางเทคนิค รวมถึงความคาดหวัง FOMC จะยังไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ ส่งผลให้ SET ปิดที่ 1,428.10 จุด (+6.24 จุด) Vol. 4.5 หมื่นลบ. โดย Foreign Net -74 ลบ. Net TFEX -4,871 สัญญา
แนวโน้มตลาดหุ้นไทย
- ตลาด DJ -57.66 จุด เนื่องจากนลท.ลดความเสี่ยงก่อนการประชุม FOMC รวมถึงความกังวลผลโหวต Brexit แม้ว่าตัวเลขยอดค้าปลีกของสหรัฐฯในเดือนพ.ค. + 0.5% YoY จากแรงหนุนยอดขายรถยนต์
- Bond Yield 10 ปีของเยอรมนีร่วงลงต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ต่ำกว่า 0% บ่งชี้ว่านักลงทุนกำลังขาดความเชื่อมั่นต่อธนาคารกลางยุโรป (ECB)
- ผลสำรวจของ YouGov ระบุว่าผู้ที่ต้องการให้อังกฤษออกจาก EU มี 43% ฝ่ายที่ต้องการให้อยู่ใน EU มี 42% ส่วนผลการสำรวจออนไลน์ของหนังสือพิมพ์อินดิเพนเดนท์ ระบุว่าผู้ที่เชื่อว่าอังกฤษควรออกจาก EU มีจำนวน 55% ขณะที่ผู้ที่ต้องการให้อยู่ใน EU มีจำนวน 45%
- ราคาน้ำมันอ่อนตัวลงล่าสุด 47.6 USD/Barrel การแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ รวมถึงจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันที่ใช้งานในสหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้น
+/- MSCI ประกาศเลื่อนการนำหุ้นจีนจากตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้และตลาดหุ้นเสิ่นเจิ้น A-share เข้ารวมในการคำนวณดัชนี MSCI Emerging Markets Index
+ บอร์ดบีโอไอนัดประชุม 15 มิ.ย. เตรียมพิจารณา อนุมัติส่งเสริมการลงทุน 20 โครงการ เป็นเงินกว่า 1 แสนล้านบาท
+ การประมูลรถไฟฟ้า 3 เส้นทางเดือนมิ.ย.รวมกว่า 2 แสนล้านบาท ได้แก่ สายสีชมพู สายสีเหลือง และสายสีส้มตะวันออก
*** 14 – 15 มิ.ย. ติดตามการประชุมนโยบายการเงิน FOMC
*** 16 มิ.ย. ติดตามการประชุมนโยบายการเงิน BOJ
*** 23 มิ.ย. ประชามติอังกฤษว่าจะออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) หรือไม่
ภาวะตลาดหุ้นไทยยังคงได้รับแรงกดดันจากความกังวลผลโหวต Brexit , ราคาน้ำมันที่อ่อนตัวลง รวมถึงการรอผลการประชุม FOMC และ BOJ ดังนั้นประเมินว่า SET จะแกว่งตัวในกรอบ 1,420 – 1,435 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
แนะนำรอซื้อเล่นรีบาวด์ช่วงอ่อนตัว แบบ Selective Buy
- กลุ่มธนาคาร คาดว่าเป็นกลุ่มเป้าหมายการทำ Window Dressing ในช่วงปลายเดือนมิ.ย. เนื่องจาก Laggard SET รวมถึง Valuation น่าสนใจ P/E 10.3 Div 3.4%
- กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง งานประมูลกว่า 2 แสนลบ.ในเดือนมิ.ย.
- กลุ่มพลังงานทดแทน ยื่นซองประมูลโรงไฟฟ้าชีวมวล 3 จังหวัดภาคใต้ 36 Mw ในวันที่ 15-30 มิ.ย. และประมูล PPA โรงไฟฟ้าขยะ 50 MW 22 สค.
- หุ้นที่คาดว่าจะเข้าคำนวณ SET 50 รอบใหม่ SPRC GPSC KCE SUPER และ SET 100 GLOBAL TVO IFEC BCH JWD BAY BIGC
หุ้นแนะนำพิเศษ
SCB ราคาปิด 136 บาท ราคาพื้นฐาน 151 บาท
- คาดกำไรปี 59 ที่ 4.8 หมื่นลบ.(-6%YoY) จากการตั้งสำรองหนี้ฯเพิ่มขึ้น แม้คาดว่าสินเชื่อขยายตัวขึ้น 3 - 3.5% รวมถึงฐานะการเงินยังแข็งแกร่งโดยมีอัตราส่วนเงินกองทุนทั้งหมดต่อสินทรัพย์เสี่ยงตามเกณฑ์ BIS ratio เท่ากับ 17% และมีเงินกองทุนชั้นที่ 1 (Tier I) เท่ากับ 14%
- คาดมีกำไรจากการขาย SCBLife ราว 1.2 - 2.2 หมื่นลบ. หรือคิดเป็น 3.6 – 6.4 บาทต่อหุ้น (ซึ่งยังไม่รวมในประมาณการ)
- Valuation น่าสนใจโดย P/E 10.3 และ Div yield ราว 4%
หุ้นมีข่าว
- ทอท.เร่งเครื่องสุวรรณภูมิ เฟส 2 นำร่องเปิด ขายซองกลุ่มงานส่วนที่ 1 ภาย ในเดือน มิ.ย.นี้ เผยบอร์ดพอใจหั่นมูลค่างานลงได้แล้ว 7.3 พันล้านบาท (ไทยโพสต์)
ความเห็น : จากการสอบถาม CK ยังยืนยันว่าจะมีการ ยื่นซองประมูลสุวรรณภูมิเฟส 2 ในวันที่ 20-21 มิ.ย. และประกาศผลวันที่ 20-21 ก.ค.
- SIRI (ราคาปิด 1.67 ซื้อ ราคาเหมาะสม 1.90 บาท) นำโครงการ “เดอะ ไลน์ อโศก-รัชดา” โรดโชว์ในฮ่องกง-สิงคโปร์-ไต้หวัน-จีน ระหว่าง 11-12 มิ.ย. กวาดยอดขายทะลุ 1,000 ล้านบาทเป็นมูลค่าสูงที่สุดที่บริษัทเคยทำได้และเกินเป้าโควตาขายตลาดต่างชาติ พร้อมเตรียมเปิดพรีเซลในไทยวันที่ 25-26 มิ.ย.นี้ (ที่มา : ข่าวหุ้น)
- ความเห็น : ผู้บริหารปรับมาใช้กลยุทธ์เจาะตลาดลูกค้าต่างชาติซึ่งยังมีความต้องการคอนโดมิเนียมในไทยซึ่งช่วยให้ปิดการาขายได้เร็ว และหนุนให้ยอดขายรอโอน (backlog)เติบโตแข็งแกร่ง
- ALT ผู้ประกอบธุรกิจโทรคมนาคมจะขายหุ้น IPO จำนวน 250 ล้านหุ้น พาร์ 0.5 บาท ระดมเงินไปลงทุนในโครงข่ายเคเบิลใยแก้วนำแสงให้เช่า(เริ่มให้บริการเชิงพาณิชย์ราว 3Q59) ชำระคืนหนี้เงินกู้ยืม(D/E ปัจจุบันอยู่ที่ 4.5 เท่าบริษัทคาดจะลดเหลือราว 1 เท่าในปลายปี) และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน คาดจะเสนอขายปลายเดือนมิ.ย. กำหนดเทรดต้นเดือนก.ค. ใน SET ที่ปรึกษาการเงิน : บจ.ฟินเน็กซ์ แอ๊ดไวเซอรี่ Lead Underwriter: บล.ฟินันเซียไซรัส ทั้งนี้ปี 58 กลุ่มบริษัทมีรายได้จากการดำเนินงาน 2.6 พันลบ.เติบโตเฉลี่ย 16% ต่อปี กำไรสุทธิ 220 ลบ.เติบโต 11%YoY ในช่วง 1Q59 มีกำไรสุทธิ ราว 65 ลบ.
ตลาดหุ้นดาวโจนส์ -57.66 จุด
- ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 17,674.82 จุด ลดลง 57.66 จุด หรือ -0.33% ดัชนี NASDAQ ปิดที่ 4,843.55 จุด ลดลง 4.89 จุด หรือ -0.10% และดัชนี S&P500 ปิดวัที่ 2,075.32 จุด ลดลง 3.74 จุด หรือ -0.18% เนื่องจากนักลงทุนระมัดระวังการซื้อขายก่อนที่จะทราบผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งเริ่มขึ้นเมื่อวานนี้และจะเสร็จสิ้นในวันนี้ตามเวลาสหรัฐ นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากความกังวลที่ว่าชาวอังกฤษอาจจะลงประชามติสนับสนุนการแยกตัวออกจากสภาพยุโรป (Brexit)
ตลาดน้ำมัน NYMEX -0.39 ดอลลาร์/บาร์เรล
- สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.ค.ลดลง 39 เซนต์ หรือ 0.8% ปิด 48.49 ดอลลาร์/บาร์เรล เพราะได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ นักลงทุนยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานน้ำมันล้นตลาด หลังจากเบเกอร์ ฮิวจ์ ซึ่งเป็นบริษัทผู้ให้บริการแก่อุตสาหกรรมน้ำมัน รายงานว่าจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันที่ใช้งานในสหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้น









