วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สรุปภาวะตลาดเงินตลาดทุนรายสัปดาห์วันที่ 30 พ.ค.- 3 มิ.ย.2559

“เงินบาทยังเคลื่อนไหวในกรอบเดิม ขณะที่ ดัชนีหุ้นไทยปรับเพิ่มขึ้น ท่ามกลางมุมมองเศรษฐกิจสหรัฐฯ และยูโรโซนที่ปรับดีขึ้น”

สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท

- เงินบาทยังแกว่งตัวในกรอบเดิมที่ 35.55-35.80 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยเงินบาทอ่อนค่าแตะระดับ 35.80 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในช่วงต้นสัปดาห์ รับถ้อยแถลงของประธานเฟดที่หนุนการคาดการณ์ว่า เฟดกำลังเตรียมที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในรอบการประชุมใกล้ๆ นี้ นอกจากนี้ เงินบาทยังมีแรงหนุนจากสถานะซื้อสุทธิหุ้นและบอนด์ไทยของนักลงทุนต่างชาติ ขณะที่ เงินดอลลาร์ฯ เองก็เผชิญแรงขาย โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับเงินเยน ซึ่งเป็นสกุลเงินปลอดภัยในช่วงที่ตลาดกังวลต่อประเด็นความเสี่ยงของเศรษฐกิจโลก และ BREXIT อย่างไรก็ดี เงินบาทอ่อนค่ากลับมาเล็กน้อยในช่วงท้ายสัปดาห์ ขณะที่ นักลงทุนรอการประกาศตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ

- สำหรับในวันศุกร์ (3 มิ.ย.) เงินบาทอยู่ที่ 35.61 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 35.60 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (27 พ.ค.)

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (6-10 มิ.ย.) ธนาคารกสิกรไทยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 35.50-35.80 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยอาจต้องจับตามุมมองของตลาดในเรื่องจังหวะการขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐฯ หลังรับข่าวตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (3 มิ.ย.) และถ้อยแถลงของประธานเฟดในช่วงต้นสัปดาห์ (6 มิ.ย.) ขณะที่ ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ อื่นๆ ที่จะประกาศระหว่างสัปดาห์ ประกอบด้วย สต็อกสินค้าภาคค้าส่งเดือนเม.ย. และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (เบื้องต้น) เดือนมิ.ย. นอกจากนี้ นักลงทุนอาจติดตามตัวเลขทุนสำรองฯ ข้อมูลการส่งออก และเงินเฟ้อของจีน และประเด็นเรื่อง BREXIT ของอังกฤษ ซึ่งน่าจะเริ่มอยู่ในความสนใจของตลาดการเงินมากขึ้น เพราะเป็นช่วงนับถอยหลัง เข้าสู่วันลงประชามติในวันที่ 23 มิ.ย. นี้

สรุปความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย

- ดัชนีหุ้นไทยปรับเพิ่มขึ้น หลังข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ออกมาดี และมุมมองต่อแนวโน้มของยูโรโซนที่ปรับดีขึ้น โดยดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,436.43 จุด เพิ่มขึ้น 1.68% จากสัปดาห์ก่อน มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้น 38.20% จากสัปดาห์ก่อน มาที่ 50,933.70 ล้านบาท ส่วนตลาดหลักทรัพย์ MAI ปิดที่ 526.40 จุด ลดลง 0.44% จากสัปดาห์ก่อน

- ตลาดหุ้นไทยปรับเพิ่มขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์ จากแรงหนุนของข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่ง รวมทั้ง แรงซื้อของต่างชาติ ก่อนจะย่อตัวลงในช่วงกลางสัปดาห์ตามแรงขายทำกำไร อย่างไรก็ดี ดัชนีกลับมาปรับเพิ่มขึ้นได้อีกครั้งในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ โดยมีแรงซื้อเข้ามาในหุ้นกลุ่มพลังงานและธนาคาร หลังราคาน้ำมันโลกปรับตัวขึ้น และ ECB มีการปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจ นอกจากนี้ นักลงทุนต่างชาติก็มีสถานะซื้อสุทธิหุ้นไทยเพิ่มขึ้นในช่วงปลายสัปดาห์ด้วยเช่นกัน  

สำหรับสัปดาห์ถัดไป ( 6-10 มิ.ย.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,425 และ1,410 จุด ขณะที่ แนวต้านอยู่ที่ 1,450 และ 1,465 จุด ตามลำดับ โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม คงได้แก่ ถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด ตลอดจนการรายงานปริมาณน้ำมันคงคลังของสหรัฐฯ ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ขณะที่ ข้อมูลเศรษฐกิจต่างประเทศที่สำคัญ คงได้แก่ ข้อมูลเงินเฟ้อ และการส่งออกเดือนพ.ค. ของจีน ข้อมูลผลผลิตอุตสาหกรรมในยูโรโซน และจีดีพีไตรมาส 1/59 ของญี่ปุ่น