กำไรสูงกว่าคาดมาก จากยอดขายที่สูงขึ้น
กำไรไตรมาส 4/59 ดีกว่าที่เราคาด 52% จากยอดขายที่ดีขึ้น
STANLY รายงานผลประกอบการไตรมาส 4/59 (ม.ค-มี.ค. 2559) ที่ 419 ล้านบาท เพิ่ม 14% YoY และ 60% QoQ ตัวเลขดังกล่าวสูงกว่าที่เราและตลาดคาด 52% ซึ่งมีปัจจัยจากยอดขายดีกว่าคาด 15% ทั้งนี้ ผลประกอบการ ปี 2559 เติบโต 13% YoY มาอยู่ที่ 1,304 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็น 114% ของที่เราประมาณการที่ 1,140 ล้านบาท
ประเด็นหลักผลประกอบการ
รายได้เพิ่มขึ้น 15% YoY และ 24% QoQ ที่ 3.2 พันล้านบาท (เราคาดยอดขายอยู่ที่ 2.75 พันล้านบาท ทรงตัวจากปีที่ผ่านมา) การเติบโต YoY หนุนจากคำสั่งซื้อใหม่จากบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ จากโตโยต้า(ฟอร์จูนเนอร์รุ่นใหม่) นิสสัน(นาวาร่ารุ่นใหม่) ฮอนด้า(แอคคอร์ดและซูมเมอร์รุ่นใหม่) และมิตซูบิชิ(ปาเจโรสปอร์ตและไทรทันรุ่นใหม่) ทั้งนี้ ยอดผลิตรถยนต์ในช่วงเดือนม.ค-มี.ค. 2559 อยู่ที่ประมาณ 5.06 แสนคัน ลดลง 3.4% YoY แต่เพิ่มขึ้น 5.3% QoQ อัตรากำไรขั้นต้นของ STANLY เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 18.8% ในไตรมาส 4/59 จาก 16.5% ในไตรมาสก่อนหน้า(แต่ลดลงจาก 20.2% ในช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า (จากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานสำหรับการลงทุนในโมเดลรถยนต์ใหม่ดังกล่าวข้างต้น)
แนวโน้ม
เราคาดบริษัทจะรายงานผลประกอบการหลักเพิ่มขึ้น QoQ ในไตรมาส 1/60 (เม.ย.-มิ.ย. 2559) จากอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้น QoQ และ YoY เนื่องจากการควบคุมต้นทุนดำเนินงานในการสร้างโมเดลรถยนต์ใหม่อย่างมีประสิทธิภาพร่วมกับบริษัทแม่ Stanley Electric (Japan) ทั้งนี้ สภาอุตสาหกรรมไทย(สอท.) ยังคงคาดยอดผลิตรถยนต์ปี 2559 ของไทยอยู่ที่ 1.95 ล้านคันเพิ่มขึ้น 2% YoY หลังจากเพิ่มขึ้น 2% ในปี 2558
สิ่งที่เปลี่ยนแปลง
เรายังคงประมาณการกำไรปี 2560 ไม่เปลี่ยนแปลงที่
คำแนะนำ
เราคาดอุตสาหกรรมรถยนต์จะฟื้นตัวในครึ่งหลังของปี 2559 ดังนั้น ยอดสั่งซื้อของบริษัทน่าจะแข็งแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง (จากการผลิตโมเดลใหม่ของนิสสัน, มิตซูบิชิและฮอนด้า) ในช่วงปลายไตรมาส 3/60 (ต.ค. 2559-ธ.ค. 2559) เป็นต้นไป เราคาดคำสั่งซื้อใหม่น่าจะช่วยหนุนการเติบโตของยอดขายของกิจการให้โต 8% ในปี 2560 (เม.ย. 2559-มี.ค. 2560) ซึ่งจะหนุนให้กำไรเติบโต 4 % จากการประหยัดจากขนาดที่มากขึ้น เรายังคงคำแนนำ “ซื้อ” สำหรับ STANLY









