ถอยรับ เล่นรีบาวด์
SET วันก่อนดีดตัวขึ้นจากกลุ่มพลังงานตามราคาน้ำมันที่ดีดตัวขึ้นยืนเหนือ 45 USD/Barrel รวมถึงแรงซื้อดักงบกำไร Q1/59 ที่กำลังทยอยประกาศ หนุนให้ SET ปิดที่ 1,404.61 จุด (+4.70 จุด) Vol. 4 หมื่นลบ. โดย Foreign Net -504 ลบ. , Net TFEX +1,138 สัญญา
แนวโน้มตลาดหุ้นไทย
+ ตลาดหุ้น DJ +117.52 ตอบรับตัวเลขการใช้จ่ายด้านการก่อสร้างเดือนมี.ค.+0.3% สูงสุดในรอบ 8 ปีครึ่ง และ PMI การผลิตเดือนเม.ย.อยู่ที่ 50.8 บ่งชี้ว่า ภาคการผลิตของสหรัฐยังคงมีการขยายตัว
+ PMI ภาคการผลิตของยูโรโซน เคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 51.7 ในเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับรายงานเบื้องต้นที่ 51.5
- PMI ภาคการผลิตของจีนเดือนเม.ย.ชะลอตัวลงสู่ระดับ 50.1 และภาคบริการชะลอตัวลงสู่ระดับ 53.5
- ราคาน้ำมันปรับตัวลงล่าสุด 44.8 USD/Barrel ตอบรับการผลิตน้ำมันของกลุ่ม โอเปก ปรับตัวสูงขึ้นในเดือนเม.ย. ส่งผลให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานล้นตลาด
- ที่ประชุมพิเศษของรัฐมนตรีคลังของกลุ่มประเทศยูโรโซนซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 9 พ.ค. อาจจะไม่สามารถทำข้อตกลงเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่กรีซได้ เนื่องจากความล่าช้าของความคืบหน้าในการปฏิรูป
- Foreign Net Sell ต่อเนื่อง 6 วันราว 2.8 พันลบ.
ปัจจัยบวก/ลบที่คละเคล้าจากตัวเลข PMI ภาคการผลิตทางฝั่งสหรัฐและยุโรปแข็งแกร่ง แต่ฝั่งเอเชียอ่อนแอลง ประกอบับราคาน้ำมันที่ปรับตัวลง และแนวโน้ม Net Sell ของ Foreign เป็นแรงกดดันต่อภาวะตลาด ดังนั้นประเมินว่า SET จะอ่อนตัวลงโดยมีแนวรับที่ 1,390 -1,395 จุด
** ตลาดหุ้นญี่ปุ่น ปิดทำการวันนี้ (3 พ.ค.) เนื่องในวันที่ระลึกรัฐธรรมนูญ
กลยุทธ์การลงทุน
แนะนำรอซื้อเล่นรีบาวด์ช่วงอ่อนตัวแบบ Selective
- กลุ่มเหล็ก ราคาเหล็กรีดร้อน +53% YTD ล่าสุด 560 USD/Ton
- กลุ่มน้ำตาล ราคาน้ำตาล +17% YTD ล่าสุด 16.5 USD/Ton
- หุ้นที่คาดว่ากำไร Q1/59 เติบโต AOT BA AAV EPG CPF WORK SMT LPN PTG BJCHI COM7 BANPU TWPC TVD XO
ประเด็นข่าวอื่น
- JWD เผยกองทุนต่างชาติซื้อบิ๊กล็อตจากรวมทั้งสิ้น 41 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วนรวม 6.84% เหตุมั่นใจพื้นฐานแกร่ง
- AOT ปรับเพิ่มงบลงทุน 5 ปี(59-63)ราว 2.7 หมื่นลบ.ขยายดอนเมืองเฟส 3
- IFEC จะลงทุนโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์คูจูกุริ 1.5 MW ในญี่ปุ่น มูลค่าราว 40 ลบ.,จ่ายไฟฟ้าปีนี้
- SUPER แจ้งโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ได้จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (COD) เพิ่มอีกจำนวน 16 โครงการ กำลังการผลิต 98.0 เมกกะวัตต์
รวมมีกำลังการผลิตทั้งสิ้น 507.25 เมกกะวัตต์
- PAE ตลาดหลักทรัพย์แจ้งเตือนวันทำการซื้อขายวันสุดท้ายวันที่ 9 พ.ค. 59 ก่อนแขวนป้าย SP ตั้งแต่ 10 พ.ค . จนกว่าบริษัทจะดำเนินการปรับปรุงแก้ไขฐานะการเงินและการดำเนินงานให้เป็นไปตามข้อกำหนดของตลท.
ANALYST MEETING
SPALI ปิด 20.50 บาท ราคาพื้นฐาน 25 บาท (ดูบทวิเคราะห์ฉบับเต็ม)
- คาดกำไรในช่วง 1Q59 ราว 1,445 ล้านบาท +60%YoY -1%QoQ จากที่คาดยอดโอนทำได้ดีที่ราว 6 พันลบ. แม้อัตรากำไรขั้นต้นต่ำกว่าไตรมาสที่แล้วแต่สามารถคุมค่าใช้จ่ายได้ดี
- ได้รับประโยชน์จากมาตรการลดหย่อนภาษีกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ที่จะสิ้นสุดปลายเดือนเมษายน ยอดขาย presale ในช่วง Q1 ราว 5.3 พันลบ. ทำได้แล้ว 22% ของเป้าที้งปีที่ 2.45 หมื่นลบ.ใน Q2 มีแผนเปิดขายคอนโด 2 โครงการมูลค่ารวม 3.1 พันลบ. จากแผนทั้งหมด 27 โครงการมูลค่ารวม 3.6 หมื่นลบ.
- เดินหน้าพัฒนาโครงการในตปท.เพิ่มเติมในการลงทุนโครงการที่อยู่อาศัย 4 โครงการในออสเตรเลียซึ่งมีทั้งที่ดินเปล่าและทาวน์โฮมซึ่งมีระดับ IRR ราว 22-24% โดยบริษัทถือหุ้นในบริษัทร่วมทุน 25%
หุ้นมีข่าว
- ประเด็นบวก BEM (ราคาปิด 5.95 ราคาเหมาะสม 5.70) “รฟม.” ปรับเงื่อนไขเปิดทาง BEM รับงานเดินรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินต่อขยาย รวมช่วง 1 สถานี เตาปูน-บางซื่อ ประธานบอร์ด รฟม. เผยหากเจรจา BEM แบบไม่เปิดประมูล เชื่อจะสามารถเปิดวิ่งรถรอยต่อได้ทันทีปลายปีนี้ (ที่มา:ข่าวหุ้น)
- *DTAC ไร้กังวลหาก AIS เลิกเช่าโรมมิ่ง มองเป็นผลดีนำคลื่นเพิ่มแบนด์วิธ 4G แทน
ความเห็น: ประเด็นดังกล่าวเป็นปัจจัยกดดันในระยะสั้นเนื่องจากฝ่ายวิจัยคาดว่ารายได้จากการโรมมิ่งของ AIS จะสร้างรายได้ให้กับบริษัทมากกว่าการให้บริการ 4G บนคลื่น 1800MHz ที่อยู่ในภาวะสงครามราคาและบริษัทมีค่า Regulatory Cost ที่สูงกว่าคู่แข่ง
ตลาดหุ้นดาวโจนส์ +117.52 จุด
- ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 17,891.16 จุด พุ่งขึ้น 117.52 จุด หรือ +0.66% ดัชนี NASDAQ ปิดที่ 4,817.59 จุด เพิ่มขึ้น 42.23 จุด หรือ +0.88% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,081.43 จุด เพิ่มขึ้น 16.13 จุด หรือ +0.78% ขานรับข้อมูลเศรษฐกิจที่สดใสของสหรัฐ ซึ่งรวมถึงยอดการใช้จ่ายด้านการก่อสร้างเดือนมี.ค.ที่พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 8 ปี นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มการเงิน และผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทอเมซอน
ตลาดน้ำมัน NYMEX -1.14 ดอลลาร์/บาร์เรล
- สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมิ.ย.ร่วงลง 1.14 ดอลลาร์ หรือ 2.5% ปิดที่ 44.78 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจากมีรายงานว่า การผลิตของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ปรับตัวสูงขึ้นในเดือนเม.ย. ซึ่งข้อมูลดังกล่างส่งผลให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานล้นตลาด









