เริ่มเห็นยอดขายฟื้นตัว
ประเด็นการลงทุน
เรามองว่าถึงเวลาทยอยซื้อหุ้นกลับ หลังจากที่แนะให้ลดน้ำหนักในหุ้นตัวนี้มานานกว่า 1 ปี โดยหลังจากการประชุมทางโทรศัพท์กับผู้บริหารฯ เรามองว่าผลประกอบการมีแนวโน้มที่ฟื้นตัวขึ้นใน 1Q16 และคาดจะเร่งตัวขึ้นอย่างรวดเร็วใน 2Q16 จากยอดขายที่คาดจะเห็นสัญญาณของการเติบโต YoY อย่างมีนัยยะฯเป็นครั้งแรกในรอบ 12 เดือน ตามการทำการตลาดในรูปแบบที่หลากหลายและตรงกลุ่มลูกค้ามากยิ่ง ไปจนถึงการ Re-launch ผลิตภัณฑ์ SAPPE for-one-day ให้มีรูปแบบผลิตภัณฑ์ และรสชาติที่ดีขึ้น เราปรับคาดการณ์กำไรขึ้น 7% และปรับราคาเป้าหมายขึ้น 8% เป็น 19 บาท (ยังคงอิง P/E 15 เท่า)
คาด 1Q16 เริ่มเห็นสัญญาณยอดขายเติบโต YoY ...
คาดกำไรสุทธิ 1Q16 ที่ 80 ล้านบาท (ทรงตัว YoY และเพิ่มขึ้น 118% QoQ) หากไม่รวมกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่คาดราว 10 ล้านบาท คาดกำไรหลักอยู่ที่ 70 ล้านบาท (ลดลง 17%YoY แต่เพิ่มขึ้น 117%QoQ) โดยเราประเมินว่ายอดขายน่าจะเติบโตได้ราว 7% YoY อยู่ที่ราว 600 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นครั้งแรกในรอบ 12 เดือนที่จะเห็นยอดขายเติบโตได้อย่างมีนัยยะฯ โดยคาดอัตรากำไรขั้นต้นจะกลับมาสูงในระดับ 40% ได้เพราะการเปลี่ยนถ่ายสายการผลิตเสร็จสิ้นไปแล้วในปรที่แล้ว แม้ไตรมาสนี้ SG&A อาจสูงขึ้น YoY แต่เรามองว่าเป็นการเตรียมความพร้อมให้สินค้าพร้อมสำหรับการขายในช่วงหน้าร้อน คาดหนุนยอดขาย 2Q16 ต่อเนื่อง
... เปลี่ยนแนวการตลาดหนุนกำไร 2Q16
คาดกำไร 2Q16 จะเติบโตได้ดี จากยอดขายที่มีแนวโน้มจะทำจุดสูงสุดใหม่ คาดบริษัทจะประสบความสำเร็จในการทำการตลาด re-launch SAPPE for-one-day ให้มีรูปแบบผลิตภัณฑ์ และรสชาติที่ดีขึ้น (เดิมเน้นคุณประโยชน์แต่รสชาดอาจไม่ถูกใจตลาด) และการสร้างแคมเปญ เพรียว shake (ทำเป็นกาแฟเย็น) ผ่าน YouTube คาดจะช่วยให้กาแฟเพรียว ที่มีส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับ 1 สามารถขายได้ในช่วงที่เป็น low season ของกาแฟร้อน ในขณะที่ในช่วงปลายไตรมาส 2 คาดจะมีการส่งสินค้าเป็นล็อตใหญ่ให้กับอินโดฯ เพื่อไว้ขายก่อนเทศกาลรอมฎอณอีกด้วย
ปรับประมาณการกำไรขึ้น
เราปรับคาดการณ์กำไรปี 2016-17 ขึ้น 7% เป็น 383 และ 424 ล้านบาท โดยมองว่ายอดขายรวมจะเติบโตราว 9% ในปีนี้ และคาดอัตรากำไรขั้นต้นที่ 42% อย่างไรก็ดีเรามองว่าบริษัทอาจทำกำไรได้ดีกว่าคาด จาก 1) รายได้ที่เราคาดการณ์ที่ 2,750 ล้านบาท ในขณะที่ผู้บริหารฯคาดที่ 2,900 ล้านบาท 2) อัตรากำไรขั้นต้นดีกว่าที่เราคาดที่ 42% (ใกล้เคียงกับปีที่แล้ว) จากการลดต้นทุนด้วยสายการผลิตใหม่ที่มีค่าเสื่อมราคาเพิ่มขึ้นเพียงปีละ 25 ล้านบาท 3) ได้ตัวแทนจำหน่ายในจีนเพิ่มเติม
คาดได้ตัวแทนสำหรับตลาด TT ในจีนปีนี้ หนุนการเติบโตระยะยาว
คาดบริษัทจะสามารถสรุปและแต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายเพื่อให้ครอบคลุมตลาด TT (Traditional trade) ในจีนได้ปีนี้ (คาดกลางปีจะเห็นความชัดเจน) เพื่อเพิ่มความคลอบคลุม TT ใน 3 เมืองใหญ่ (ปักกิ่ง เซื่ยงไฮ้ และ เสินเจิ้น) ถึงแม้เรามีมุมมองเชิงบวกต่อตลาดในจีนที่มีพัฒนาการที่ดีขึ้น แต่เรายังมองว่าแผนการจัดตั้งตัวแทนเพิ่มเติมยังไม่ชัดเจน ดังนั้นเราจึงยังไม่รวมในประมาณการ








