พักตัว
SET วันก่อนทรุดตัวลงจากแรงขายกลุ่มธนาคารที่มีการปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้ MRR ลง 0.25% กดดันต่อ NIM รวมถึงแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่อ่อนตัวลงเป็นลบต่อกลุ่มพลังงาน ส่งผลให้ SET ปิดที่ 1,410.81 จุด (-13.09 จุด) Vol. 3.9 หมื่นลบ. โดย Foreign Net -50 ลบ. , Net TFEX +2,965 สัญญา
แนวโน้มตลาดหุ้นไทย
+ ราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นล่าสุด 43.1 USD/Barrel หลังจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันในสหรัฐลดลงแตะระดับต่ำสุดและการผลิตน้ำมันของสหรัฐลดลง
+ คาดการประชุม FOMC ในวันที่ 26 – 27 เม.ย. FED จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 0.5%
+/- ตลาดหุ้น DJ +21.23 จุด ตามราคาน้ำมันที่ดีดตัวขึ้นกว่า 1% แต่ถูกแรงกดดันจากผลประกอบการที่ย่ำแย่ของบริษัทใหญ่ในสหรัฐ รวมถึง PMI ภาคการผลิตเดือนเม.ย. ลดลงมาอยู่ที่ระดับ 50.8
- กลุ่มธนาคารรายงานกำไร Q1/59 -8.8% YoY โดยเฉพาะแบงก์ใหญ่ที่มีการตั้งสำรองเพิ่มขึ้น และล่าสุดมีการปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้ MRR MOR ลง 0.25% ซึ่งกดดันต่อ NIM ของกลุ่มธนาคาร
- ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงล่าสุด 35.1 BATH/USD เป็นลบต่อแนวโน้ม Fund Flow ต่างชาติ
แม้ว่าจะคาดการณ์ว่า FED จะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมรอบนี้ แต่ภาวะตลาดหุ้นไทยถูกแรงกดดันจากกลุ่มธนาคารที่มีการปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้ MRR MOR ลงซึ่งเป็นลบต่อ NIM ของกลุ่ม รวมถึงค่าเงินบาทที่อ่อนลงในช่วงนี้กดดันต่อ Fund Flow ต่างชาติ ดังนั้นประเมินว่า SET จะอ่อนตัวลง ทดสอบแนวรับ 1,410 – 1,405 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
แนะนำรอซื้อเล่นรีบาวด์ช่วงอ่อนตัวแบบ Selective Buy
- MTLS SAWAD GL KTC กลุ่ม Leasing ต้นทุนการกู้ยืมลดลงหลังจากธพ.ปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้ลง
- หุ้นที่คาดว่ากำไร Q1/59 เติบโต AOT BA AAV EPG CPF WORK SMT LPN PTG BJCHI COM7 BANPU TWPC TVD
- STA TRUBB ราคายางพารา +43% YTD ล่าสุด 189 Yen/Kg
- CPI VPO ราคาปาล์ม +30%YTD ล่าสุด 698 USD/Tons
- PDI ราคาสังกะสี +32%YTD ล่าสุด 1,942 USD/Tons
ประเด็นข่าวอื่น
- PLANB คว้างานบริหารสิทธิประโยชน์สมาคมฟุตบอลฯ-ไทยพรีเมียร์ลีก 4 ปี การันตีรายได้ให้ 2 หน่วยงานรวมกว่า 3,000 ล้านบาท ฟาก PLANB เชื่อฟาด 15% ของรายได้ที่เกิดขึ้น
- DTAC เผยไม่เข้าร่วมประมูลคลื่น 900 MHz ครั้งใหม่ หลังมีคลื่นถือครองมากพอให้บริการ
- กสทช. เช็กบิล BBL จ่ายหนี้ 1.63 พันล้านบาท
- SSI เทรดวันสุดท้าย 26 เม.ย. ก่อนจะถูกแขวนป้าย SP ตั้งแต่ 27 เม.ย.จนกว่าบริษัทจะสามารถดำเนินการปรับปรุงแก้ไขฐานะการเงินและการดำเนินงานให้เป็นไปตามข้อกำหนดของตลท.
หุ้นแนะนำพิเศษ
TOP ( PREVIEW 1Q59) ราคาปิด 66.50 บาท ราคาพื้นฐาน 68 บาท
- คาดรายงานกำไรราว 4,500-4,700 ล้านบาท โดยผลประกอบการธุรกิจโรงกลั่นและธุรกิจน้ำมันหล่อลื่นปรับตัวลง ขณะที่ผลประกอบการธุรกิจอะโรเมติกส์ปรับตัวดีขึ้น อย่างไรก็ตามแทบไม่มีผลขาดทุนจากสต็อกน้ำมันดิบเพราะมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนมาหักกลบกัน
- ธุรกิจโรงกลั่นใช้กำลังการกลั่นลดลงเล็กน้อยจาก 4Q สู่ 107% เนื่องจากส่วนต่างผลิตภัณฑ์ดีเซลปรับตัวลงกว่า 4 $/bbl สู่ระดับ 9.6 $/bbl ขณะที่ค่าการกลั่นปรับตัวลงราว 2 $/bbl ตามส่วนต่างน้ำมันดีเซลและส่วนต่างน้ำมันอากาศยานที่ลดลง
- ธุรกิจอะโรเมติกส์ใช้กำลังการกลั่นลดลงเล็กน้อยจาก 4Q สู่ 80% เนื่องจากส่งผลิตภัณฑ์กลับไปที่โรงกลั่น ขณะที่ส่วนต่างผลิตภัณฑ์ทั้งพาราไซลีนและเบนซีนปรับตัวขึ้น เพราะโรงงานในจีนมีการผลิตลดลง
- ธุรกิจน้ำมันหล่อลื่น ใช้กำลังการกลั่นลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ระดับ 88% เนื่องจากราคาผลิตภัณฑ์น้ำมันเครื่องและยางมะตอยปรับตัวลง จากความกังวลว่าจะมีกำลังการผลิตเพิ่มเข้ามาในปีนี้
หุ้นมีข่าว
- ประเด็นบวก COM7 (ราคาปิด 7.50 ซื้อเก็งกำไร 7.80)ร่วมมือเป็นพันธมิตรกับ บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) ซึ่งเป็นการร่วมมือทั้งในแง่การขายสินค้าและบริการ ซึ่งจะช่วยหนุนการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง
- DTAC 1Q59 มีกำไรสุทธิเท่ากับ 1,256 ล้านบาท +26%QoQ แต่ -45%YoY ดีกว่าคาดการณ์ที่ 1,159 ล้านบาท
- หุ้นกลุ่มธนาคารรายงานกำไรสุทธิในช่วง 1Q59 เท่ากับ 4.8 หมื่นล้านบาทลดลง 9%YoY แต่เพิ่มขึ้น 10%QoQ เมื่อเทียบกับ 1Q58 ผลการดำเนินงานที่ลดลงมีปัจจัยกดดันจากค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองหนี้สูญที่เพิ่มขึ้นในการรับมือกับภาวะ NPL ที่ยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่ธนาคารที่เน้นสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ (TISCO TCAP KKP) มีสถานการณ์ด้าน NPL ปรับดีขึ้นหลังขาดทุนจากรถยึดลดลง สินเชื่อยังไม่เติบโตเนื่องจากตลาดรถยนต์ในประเทศยังไม่ฟื้นตัว ส่วนภาพรวมสินเชื่อของแบงก์ใหญ่ยังแผ่วเช่นกันตามภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัว ฝ่ายวิจัยมีแนวโน้มปรับเพิ่มประมาณการค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญซึ่งทำให้ประมาณการกำไรลดลงสำหรับ KBANK และ KTB และให้น้ำหนักการลงทุนกลุ่มธนาคารเป็น “Neutral”
ตลาดหุ้นดาวโจนส์ +21.23 จุด
- ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 18,003.75 จุด เพิ่มขึ้น 21.23 จุด หรือ +0.12% ดัชนี NASDAQ ปิดที่ 4,906.23 จุด ลดลง 39.66 จุด หรือ -0.80% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,091.58 จุด เพิ่มขึ้น 0.10 จุด หรือ +0.00% โดยได้ปัจจัยบวกจากราคาน้ำมัน WTI ที่ดีดตัวขึ้นกว่า 1% ซึ่งช่วยหนุนหุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวขึ้นด้วย อย่างไรก็ตาม ดัชนีดาวโจนส์ขยับขึ้นในกรอบจำกัด เพราะตลาดได้รับแรงกดดันจากผลประกอบการที่ย่ำแย่ของบริษัทจดทะเบียนรายใหญ่ในสหรัฐ รวมถึงไมโครซอฟท์ และแคเทอร์พิลลาร์
ตลาดน้ำมัน NYMEX +0.55 ดอลลาร์/บาร์เรล
- สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมิ.ย.เพิ่มขึ้น 55 เซนต์ หรือ 1.3% ปิดที่ 43.73 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจากมีข้อมูลบ่งชี้ว่าภาวะอุปทานน้ำมันในสหรัฐเริ่มปรับตัวลดลง โดยเบเกอร์ ฮิวจ์ ซึ่งเป็นบริษัทผู้ให้บริการแก่อุตสาหกรรมน้ำมัน เปิดเผยว่า จำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันที่ใช้งานในสหรัฐลดลงแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ และสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) ระบุว่า การผลิตน้ำมันของสหรัฐปรับตัวลดลงในสัปดาห์ที่แล้ว









