วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

SCI ซื้อ เป้า 12 บาท รอรับงานใหญ่

เตรียมเซ็นสัญญาโครงการ EPC ขนาดใหญ่ 3 ฉบับ (มูลค่ารวม 2.9 หมื่นล้านบาท) ในเดือนเม.ย.

คือ โครงการ PDSR เฟส II และโครงการสายส่งไฟฟ้าอีกสองแห่ง   คาดว่ากำไรจะเติบโตอย่างแข็งแกร่งถึง 65% CAGR (2015-18F) จากสัญญาจ้างงานโครงการใหม่ และ backlog ที่เพิ่มขึ้นซึ่งจะช่วยหนุนรายได้ไปจนถึงปี 2020   เริ่มดูแลด้วยคำแนะนำ ซื้อ และให้ราคาเป้าหมายที่ 12 บาท 

เตรียมเซ็นสัญญาโครงการ EPC สามฉบับมูลค่ารวม 2.9 หมื่นล้านบาทในเดือนนี้

SCI ดำเนินธุรกิจหลักสามประเภทได้แก่ (i) ผลิตและจำหน่าย electrical switch boards และ transmission line towers (ii) ให้บริการ EPC สำหรับสายส่งไฟฟ้าแรงสูงในประเทศลาว และ (iii) โรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาด 3.2MW ซึ่งมีสัมปทาน 30 ปี (2013-2042) ในเดือนนี้ บริษัทกำหนดจะเซ็นสัญญา EPC เพื่อก่อสร้างโครงการ Power Distribution System Rehabilitation (PDSR) เฟสที่ II (US$67 ล้าน) และโครงการสายส่งไฟฟ้าอีกสองโครงการ (มูลค่ารวม US$700-800 ล้าน) ซึ่งจะทำให้มี backlog ของธุรกิจ EPC เพิ่มขึ้นใหม่อีก 2.9 หมื่นล้านบาท หลังจากที่ backlog ลดลงเมื่อ PDSR เฟสแรก (US$94 ล้าน) เสร็จใน 4Q15

คาดว่ากำไรจะเติบโตอย่างแข็งแกร่งถึง 65% CAGR (2015-18F)

เราคาดว่ากำไรสุทธิปี FY16F จะเพิ่มขึ้น 92% YoY เป็น 358 ล้านบาท โดยได้แรงหนุนจากรายได้ตามสัญญา EPC ใหม่สามฉบับซึ่งจะเริ่มในเดือนพฤษภาคม เราคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นของโครงการ PDSR เฟสที่สองจะอยู่ที่ 20% โดยอิงจากอัตรากำไรของโครงการ PDSR เฟสแรก และคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นของโครงการสายส่งไฟฟ้าอีกสองแห่งจะอยู่ที่ 15% เพราะคาดว่าบริษัทน่าจะส่งงานบางส่วนต่อไปได้กับผู้รับเหมางาน EPC ในท้องที่เนื่องจาก SCI เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน transmission line towers ทั้งนี้ เราคาดว่ากำไรสุทธิจะโตถึง 91% YoY เป็น 685 ล้านบาทในปี FY17F จากการรับรู้รายได้เต็มปีจากสัญญา EPC ใหม่สามฉบับ สำหรับธุรกิจการผลิตและจำหน่าย เราคาดว่ารายได้จากการขาย electrical switch boards และ transmission line towers จะโต 5% และ 10% ต่อปี

งาน EPC ขนาดใหญ่ที่รออยู่ข้างหน้าจะทำให้หุ้น SCI น่าสนใจมากขึ้น

มูลค่าโครงการรวมของสัญญา EPC ฉบับ (2.9 หมื่นล้านบาท) สูงกว่ารายได้ปี 2015 ถึงกว่า 10 เท่า ซึ่งเป็นฐานรองรับประมาณการรายได้ที่เราคาดว่าจะเติบโตอย่างแข็งแกร่งในอีกสองสามปีข้างหน้า แต่ในส่วนของสัญญาโครงการสายส่งไฟฟ้าสองฉบับก็ยังมีความเสี่ยงอยู่ ซึ่งได้แก่ (i) การที่ไม่สามารถเซ็นสัญญาได้จะทำให้ราคาเป้าหมายของเราลดลงเหลือ7.9 บาท และ (ii) การที่อัตรากำไรขั้นต้นของโครงการทั้งสองอาจลดลงมาอยู่ที่ 10% (ต่ำกว่าสมมติฐานของเราที่ 15%) ซึ่งจะทำให้ราคาเป้าหมายของเราลดลงเหลือ 9.6 บาท