วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

Daily Market Outlook (22 มี.ค.59)

มีลุ้นเกี่ยวกับน้ำมัน

คาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นวันนี้ นำโดยกลุ่มพลังงาน หลังจากราคาน้ำมันพุ่งขึ้นจากข่าว OPEC และผู้ผลิตน้ำมันนอกกลุ่มจะประชุมกันในวันที่ 17 เม.ย. เพื่อควบคุมการผลิต อย่างไรก็ตามการปรับตัวขึ้นของตลาดจะจำกัดโดยคำกล่าวของสองเจ้าหน้าที่ระดับสูงของ Fed ที่กลับมามั่นใจการขึ้นดอกเบี้ยในเดือน เม.ย. อีก หลังจากประธาน Fed เพิ่งจะผ่อนคลายท่าทีการขึ้นดอกเบี้ยในสัปดาห์ที่ผ่านมา ปัจจัยภายในประเทศที่สำคัญวันนี้เป็นบวก ได้แก่ ครม.พิจารณามาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายช่วงสงกรานต์วันนี้ และรัฐบาลเน้นย้ำ 10 โครงการโครงสร้างพื้นฐานที่เกิดแน่ในรัฐบาลนี้


หุ้นเด่นวันนี้: SCCC (ราคาปิด 313.00 บาท; NR; ราคาเป้าหมาย Bloomberg 332.29 บาท)

บมจ. ปูนซีเมนต์นครหลวงยังคงมีความน่าสนใจในแง่ของอัตราผลตอบแทนเงินปันผลจากความสามารถในการจ่ายเงินปันผลและฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง ประกอบกับการเติบโตทางธุรกิจที่จะขับเคลื่อนโดยการเร่งรัดโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ต่างๆ ซึ่งจะช่วยหนุนให้เกิดความต้องการใช้ปูนซีเมนต์เพิ่มสูงขึ้น ปริมาณการใช้ปูนซีเมนต์ในประเทศเริ่มฟื้นตัวเป็นครั้งแรกในเดือน ธ.ค. ปีที่แล้ว และสูงขึ้นต่อเนื่องในเดือน ม.ค. ล่าสุด ซึ่งเราคาดว่าจะเห็นจะเห็นความชัดเจนของการฟื้นตัวได้ตั้งแต่ช่วงครึ่งปีหลังเป็นต้นไป ขณะที่ตลาดส่งออกปูนซีเมนต์ของบริษัทฯ ยังคงมีแนวโน้มสดใสในระยะยาว โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศ CLMV จากแผนการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานต่างๆ ที่ยังขาดแคลนในประเทศที่กำลังเติบโตเหล่านี้ จากประมาณการกำไรของ Bloomberg consensus คาดว่าจะเห็นกำไรสุทธิปีนี้ฟื้นตัวสูงขึ้นจากปีที่แล้ว 7% YoYมาอยู่ที่ 4.9 พันลบ. ก่อนที่จะเติบโตต่อเนื่องในปีหน้าอีก 8% YoYมาอยู่ที่ 5.3 พันลบ. ราคาหุ้นปัจจุบันยังมีความน่าสนใจ โดยซื้อขายที่ระดับ PER ปีนี้ที่ 14.8 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลังในอดีต 5 ปีที่ 20.0 เท่า และยังให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่สูงถึง 5.0% ต่อปี ในส่วนของ Price Pattern ของ SCCC ยังคงมีความแข็งแกร่งในระยะสั้นจากการเกิด Daily Buy Signal มาระยะหนึ่งแล้ว แต่ยังคงโดนกดดันจากการเกิดทั้ง Weekly & Monthly Sell Signal โดยหาก Price Pattern ของ SCCC สามารถปิดตลาดรายสัปดาห์ได้เหนือ 319 บาท ก็จะทำให้ Price Pattern ของ SCCC เกิดความแข็งแกร่งในระยะกลางเพิ่มขึ้นมาจากการกลับมาเกิด Weekly Buy Signal ครั้งใหม่ ทั้งนี้เมื่อพิจารณา Price Pattern ของ SCCC คาดว่ามีเป้าหมายแรกอยู่ที่ 325 บาท และหาก สามารถ Break ด้วยการปิดตลาดเหนือ 325 บาทได้ คาดว่าจะไปทดสอบเป้าหมายเบื้องต้นต่อไปที่ 358 บาท มีจุด Stop Loss ของ SCCC รอบนี้อยู่ที่ 305 บาท (แนวต้าน: 314.00, 315.00, 317.00; แนวรับ: 312.00, 311.00, 309.00)

ปัจจัยสำคัญ

ประเด็นในประเทศ:

• เสนอภาษีจูงใจใช้จ่ายช่วงสงกรานต์ มาตรการรัฐในการกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศระหว่างสงกรานต์จะรวมถึงสามารถนำค่าใช้จ่ายอาหารและท่องเที่ยวในระหว่าง 9-17 เม.ษ. และให้เงิน 1,000 บาท แก่พนักงานข้าราชการที่มีขั้นระดับต้นถึงปานกลาง และผู้มีรายได้น้อย กล่าวโดยนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์รมว.กระทรวงการคลัง มาตรการจูงใจดังกล่าวจะเสนอให้คณะรัฐมนตรีอนุมัติวันนี้ (Bangkok Post)

• โครงสร้างพื้นฐานสิบโครงการต้องเริ่มในรัฐบาลปัจจุบัน นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.กระทรวงคมนาคม วานนี้ได้กล่าวถึงโครงสร้างพื้นฐานสิบโครงการที่ล่าข้าจะต้องเริ่มต้นภายใต้การดำเนินงานของรัฐบาลทหารในขณะที่ยังมีอำนาจอยู่ ความมั่นใจในเรื่องดังกล่าวสนับสนุนโดยกระบวนการพิจารณาที่รวดเร็วขึ้นโดยหน่วยงานรัฐสามารถดำเนินงานไปล่วงหน้าได้โดยไม่ต้องรอได้รับอนุมัตอีไอเอก่อน (The Nation)

• รมว. พาณิชย์ยังคงเป้าส่งออกคาดการณ์ปีนี้ที่ 5% เพื่อที่จะบรรลุเป้าหมายดังกล่าวรัฐจะมุ่งเน้นพัฒนาขีดความสามารถของผู้ส่งอออกไทยและการพัฒนาสินค้า นอกจากนี้ รมว. กระทรวงพาณิชย์จะสนับสนุนธุรกิจภาคบริการมากขึ้นหลังมีการขยายตัวสูง โดย รมว.จะนำนักธุรกิจไทยไปเจาะตลาดต่างประเทศโดยเฉพาะประเทศในกลุ่ม CLMV , อิหร่าน, อเมริกากลาง, จีนและอินเดีย (The Nation)

• JAS (3.68 บาท) เบี้ยวชำระค่าใบอนุญาต 4G 7.565 หมื่น ลบ. วานนี้ โดยซีอีโอ JAS ไม่ได้ออกมาให้ความเห็นใดในวันจันทร์ กสทช.เตรียมตั้งคณะทำงานพิเศษและจะเรียกประชุมด่วนวันพุธนี้เพื่อพิจารณาบทลงโทษ JAS และเตรียมจัดประมูลครั้งใหม่ หลังจากนั้นจะแจ้งต่อนายกรัฐมนตรี โดย กสทช.อาจยึดเงินวางของ JAS มูลค่า 645 ลบ.และ JAS อาจต้องจ่าย 160 ลบ.เป็นค่าชดเชยการจัดประมูลของ กสทช. และ กสทช.อาจทบทวนใบอนุญาตที่กลุ่ม JAS มี ได้แก่ ใบอนุญาตอินเทอร์เน็ตตามสายและดิจิทัลทีวีด้วย (Bangkok Post) ความเห็น: ผลจากการเบี้ยวชำระน่าจะทำให้ราคาหุ้นผันผวนในระยะสั้นเนื่องจากเป็นผลบวกที่ว่าไม่ต้องเข้าไปแข่งในตลาดมือถือที่แข่งกันรุนแรงและกลับมาทำธุรกิจเดิมที่ให้ผลตอบแทนดีกว่า ทว่าค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการเบี้ยวชำระน่าจะส่งผลลบกดดันหุ้น ในระยะยาวแล้วก็เป็นผลเสียเพราะ JAS จะเสียส่วนแบ่งตลาดให้อินเทอร์เน็ตมือถืออยู่ดี ด้านหุ้นสื่อสารอื่น (ADVANC DTAC และ TRUE) น่าจะได้ประโยชน์จากการนี้เพราะไม่ต้องมีรายใหม่มาทำให้การแข่งขันรุนแรงขึ้น

ต่างประเทศ

• กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และผู้ผลิตน้ำมันนอกกลุ่มโอเปกจะจัดการประชุมในวันที่ 17 เม.ย. ณ กรุงกาตาร์ เพื่อหารือเกี่ยวกับการจำกัดการผลิตน้ำมัน อย่างไรก็ตาม อิหร่านยังคงส่งออกน้ำมันเพิ่มขึ้นหลังจากการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรของชาติตะวันตกเมื่อเดือนม.ค. ที่ผ่านมา (Reuters)

• ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อวันจันทร์ ดีดกลับกว่า 1% เมื่อเทียบกับเงินสกุลหลัก ๆ ในสัปดาห์ที่แล้วเนื่องจากนักลงทุนขานรับต่อถ้อยแถลงในเชิง dovish ของเฟด ดัชนีค่าเงินดอลลาร์ปิดเพิ่มขึ้น 0.15% อยู่ที่ 95.200 จุดหลังจากที่ร่วงลง 3 สัปดาห์ติดต่อกัน (Reuters)

• อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐเพิ่มขึ้นเมื่อวันจันทร์ หลังจากเจ้าหน้าที่เฟด 2 รายได้ประมาณการเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อว่าเป็นขาขึ้นและนักลงทุนได้เตรียมขายตราสารหนี้ภาคเอกชน ราคาพันธบัตรอายุ 10 ปีล่าสุดลดลง 13/32 และอัตราผลตอบแทนอยู่ที่ 1.92% เพิ่มขึ้นจาก 1.897% เมื่อวันศุกร์ ทั้งนี้ อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรดังกล่าวร่วงลงจากระดับสูงสุดในรอบ 1 เดือนครึ่งที่ 2.00% เมื่อวันพุธ (Reuters)

สหรัฐ:

• ตลาดหุ้นสหรัฐปิดเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อวันจันทร์ จากความเคลื่อนไหวที่ส่งผลบวกต่อตลาดจากเฟดในสัปดาห์ที่แล้วได้ลดความกังวลเกี่ยวกับการประเมินมูลค่าตลาดหลังจากที่ทะยานขึ้นมา 5 สัปดาห์ (Reuters)

• ยอดขายบ้านที่สร้างเสร็จแล้วของสหรัฐร่วงหนักในเดือนก.พ. โดยอาจเป็นสัญญาณของความเป็นไปได้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐกำลังมีปัญหา มิฉะนั้นแล้วก็ดูมีความยืดหยุ่นต่อภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว National Association of Realtors (NAR) ซึ่งเป็นสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แถลงว่ายอดขายบ้านที่สร้างเสร็จแล้วลดลง 7.1% อยู่ที่ 5.08 ล้านยูนิตต่อปีซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับแต่เดือนพ.ย. นักเศรษฐศาสตร์ได้คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่ายอดขายบ้านดังกล่าวจะลดลง 2.8% อยู่ที่ 5.32 ล้านยูนิตในเดือนก่อน อย่างไรก็ตามยอดขายบ้านดังกล่าวเพิ่มขึ้น 2.2% YoY (Reuters)

ยุโรป:

• ตลาดหุ้นยุโรปเมื่อวันจันทร์ปรับตัวลดลง นำโดยการอ่อนตัวลงของหุ้นกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ (Reuters)

• ความเชื่อมั่นผู้บริโภคยูโรโซนลดลงในเดือน มี.ค. โดยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคใน 19 ประเทศกลุ่มยูโรโซนปรับตัวลดลง 0.9 จุด จากเดือน ก.พ. มาอยู่ที่ -9.7 จุดในเดือน มี.ค. ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคใน 28 ประเทศกลุ่มยุโรปปรับตัวลดลง 0.7 จุด มาอยู่ที่ -7.3 จุด (Reuters)


เอเชีย:

• รัฐบาลญี่ปุ่นเตรียมเร่งเบิกจ่ายงบสำหรับการลงทุนและการใช้จ่ายภาครัฐ ในปีงบประมาณที่จะเริ่มในเดือน เม.ย. นี้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่อ่อนแอในปัจจุบัน โดยงบประมาณภาครัฐจำนวน 96.7 ล้านล้านเยน (8.67 แสนล้านดอลลาร์ฯ) สำหรับปีงบประมาณที่กำลังจะมาถึงจะผ่านการพิจารณาของรัฐสภาในเดือน มี.ค. เมื่อผ่านความเห็นชอบแล้วนายกฯ ญี่ปุ่น Shinzo Abe เตรียมที่จะเร่งเบิกจ่ายงบจำนวน 10 ล้านล้านเยนสำหรับการใช้จ่ายและการลงทุนภาครัฐ (Reuters)

• จีนคัดหุ้นออกจากตลาดเป็นครั้งแรก สำหรับบริษัทที่ฝ่าฝืนกฎเกณฑ์การเปิดเผยข้อมูล ได้แก่ Zhuhai Boyuan Investment (600656.SS)(Reuters)

สินค้าโภคภัณฑ์:

• น้ำมันดิบปิดขึ้น 1% วันจันทร์ หลังจากประเทศกลุ่ม OPEC และนอก OPEC ได้วันประชุมวันที่ 17 เม.ย. และข้อมูลแสดงว่าสต็อกน้ำมันดิบที่ Cushing รัฐ Oklahoma ศูนย์กลางการส่งมอบของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าสหรัฐลดลงเป็นครั้งแรกนับแต่ ม.ค. น้ำมัน Brent ส่งมอบ พ.ค. ปรับขึ้น 34 เซนต์หรือ 0.8% ปิดที่ 41.54 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบสหรัฐส่งมอบ พ.ค. เพิ่มขึ้น 38 เซนต์หรือสู่ 41.52 ดอลลาร์สหรัฐ สต็อกน้ำมันใน Cushing ลดลง 570,574 บาร์เรลเหลือ 69.05 ล้านรายสัปดาห์สิ้นสุด 18 มี.ค. (Reuters)

• ราคาทองร่วงวันจันทร์ เป็นลบต่อเป็นวันที่ 3 เพราะค่าดอลลาร์ แต่ทองยังคงยืนได้ด้วยคาดการณ์ว่าดอกเบี้ยจะยังคงต่ำไปอีกระยะนึง ราคาทองคำตลาดจรลดลง 0.7% ปิด 1,246.32 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ราคาทองคำล่วงหน้าลดลง 7.2 ดอลลาร์ ปิด 1,247.10 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (Reuters)