แนวโน้มสดใสพร้อมมูลค่าหุ้นที่ค่อนข้างถูก
ในมุมมองของเรา ราคาหุ้นที่ปรับตัวลดลงล่าสุดได้สะท้อนกำไรที่น่าผิดหวังในไตรมาส 4/58 ไปแล้ว เราคิดว่าตลาดควรจะหันมาให้ความสำคัญกับการเติบโตของกำไรที่แข็งแกร่งในไตรมาส 1/59 ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซั่นของการท่องเที่ยวไทยและช่วงที่ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงลดลง นอกจากนี้ มูลค่า AAV ในปัจจุบันนั้นถูกลงอย่างไม่สมเหตุสมผล โดยซื้อขายกันเท่ากับมูลค่าหุ้นในช่วงโลว์ซีซั่น
จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
แนวโน้มการขยายตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติในไทยยังคงเติบโตต่อเนื่องในปี 2559 ข้อมูลจากรมการท่องเที่ยว ตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้น 15% YoY เป็น 3 ล้านคนในเดือน ม.ค. นำโดยนักท่องเที่ยวจีน (เพิ่มขึ้น 45% YoY) แม้ว่าอัตราการเติบโตของนักท่องเที่ยวต่างชาติ YoY จะต่ำกว่าอัตราการเติบโตในปี 2558 ที่ 20% จากฐานที่ค่อนข้างต่ำในปี 2557 จากปัญหาความไม่สงบทางการเมือง แต่ตัวเลขดังกล่าวยังสูงกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีที่ 13% ในช่วงปี 2554-2558 นอกจากนี้ยังสูงกว่าอัตราการเติบโต 7% YoY (จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติรวม 32 ล้านคนในปี 2559) ที่ประมาณการโดยหน่วยงานของรัฐ เราคิดว่าไทยแอร์เอเชีย (TAA) จะได้ประโยชน์จากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มากขึ้นและมีค่าโดยสารเฉลี่ยสูงขึ้น เนื่องจากราคาค่าตั๋วโดยสารของเส้นทางต่างประเทศโดยปกติจะสูงกว่าเส้นทางในประเทศ
คาดอัตราส่วนขนส่งผู้โดยสารสูงที่สุดในรอบ 2 ปีและค่าโดยสารปรับตัวสูงขึ้นในไตรมาส 1/59
นอกจากการดีดตัวกลับมาอย่างแข็งแกร่งของจำนวนผู้โดยสารต่างชาติในไตรมาส 1/59 หลังจากการชะลอตัวในไตรมาส 4/58 เราคาด TAA ยังได้รับผลประโยชน์จากปัญหาที่เกิดขึ้นกับสายการบินนกแอร์ (NOK) ทั้งในเรื่องของจำนวนผู้โดยสารที่มากขึ้นและค่าโดยสารภายในประเทศที่สูงขึ้น อัตราส่วนการขนส่งผู้โดยสารในเดือน ม.ค.อยู่ที่ 86% (เพิ่มขึ้น 6 จุด (ppts) YoY) และแตะระดับสูงสุดในรอบ 2 ปีที่ 88% (เพิ่มขึ้น 4 ppts) ในเดือน ก.พ. เราคาดอัตราส่วนการขนส่งผู้โดยสารของ TAA ในไตรมาส 1/59 จะเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ 86% เพิ่มขึ้น 3 ppts YoY และ 4 ppts QoQ นอกจากนี้ราคาค่าโดยสารเฉลี่ยของบริษัทเพิ่มขึ้น 9% QoQ ที่ 1,720 บาทต่อหัวในช่วงไตรมาส 1/59 จนถึงปัจจุบัน จากทั้งเส้นทางต่างประเทศและในประเทศ
ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงลดลง ... อีกหนึ่งปัจจัยหนุนกำไรไตรมาส 1/59
นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของ TAA คาดลดลงทั้ง YoY และ QoQ ในไตรมาส 1/59 จากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงซึ่งคิดเป็น 39% ของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานรวมทั้งหมดที่ลดลง ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงคาดลดลง 41% YoY และ 29% QoQมาอยู่ที่ 55 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลในไตรมาส 1/59
ตัวเลขสถิติต่างๆทีมีแนวโน้มดีขึ้นในไตรมาส 1/59 ส่งผลให้เรามีมุมมองเชิงบวกต่อกำไรหลักของ AAV ในไตรมาส 1/59 มากขึ้น เราประมาณการในเบื้องต้นว่า AAV จะรายงานกำไรหลักประมาณ 700 ล้านบาทในไตรมาส 1/59 เพิ่มขึ้น 42% YoY และเกือบ 300% QoQ โดยยังมีอัพไซด์ต่อการประมาณการกำไรไตรมาส 1/59 จากราค้ำมันเชื้อเพลิงที่ต่ำกว่าที่เราคาด จากราคาสปอตเฉลี่ยตั้งแต่ต้นไตรมาส 1/59 จนถึงปัจจุบัน อยู่ที่ 42 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ซึ่งต่ำกว่าที่เราใช้ในประมาณการ
มูลค่าหุ้นที่ถูกอย่างไม่สมเหตุสมผล
หากแนวโน้มการเติบโตยังคงแข็งแกร่งตลอดทั้งไตรมาส 1/59 มูลค่าในปัจจุบัน PER สิ้นปี 2559 อยู่ที่ 11.2 เท่า ซึ่งเป็นมูลค่าที่ถูกอย่างไม่สมเหตุสมผล เนื่องจากเป็นระดับเดียวกันกับที่หุ้นซื้อขายกันในช่วงโลว์ซีซั่นเมื่อกำไรหลักอ่อนตัว ตัวอย่างเช่น หุ้นซื้อขายกันที่ PER ปี 2558 ที่ 11.1-11.2 เท่า ในช่วงไตรมาส 2/58-3/58 เมื่อกำไรหลักอยู่ที่ระหว่าง 290-323 ล้านบาท ในอดีตหุ้นซื้อขายกันที่ PER 13-14 เท่า ในช่วงไฮซีซั่น ซึ่งคิดเป็นราคาหุ้นที่ 5.70-6.10 บาท









