วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

TASCO - ซื้อ

จากการเข้าพบผู้บริหาร TASCO ซึ่งผู้บริหารได้นำเสนอข้อมูลสำคัญของ TASCO ทั้งปัจจุบันและแผนงานในอนาคต โดยมีรายละเอียดดังนี้

ภาพรวมในไตรมาส 4/58 : ปริมาณการขายยางมะตอยโดยรวมของบริษัทในไตรมาส 4/58 อยู่ที่ 6 แสนตัน เพิ่มขึ้น 22.4% yoy และ 1.7% qoq ทั้งนี้สัดส่วนยอดขายในประเทศช่วงไตรมาส 4/58 เพิ่มขึ้นเป็น 23% จาก 17% ในไตรมาส 3/58 เนื่องจากในช่วง ไตรมาส 4/58 มีการเบิกจ่ายงบประมาณทำถนนระยะเร่งด่วน มูลค่ากว่า 3 หมื่นล้านบาท และคาดว่ายอดดังกล่าวที่ยังค้างกว่า 1 หมื่นล้านบาทจะทยอยจ่ายในช่วงไตรมาส 1/59 นี้ 

ตั้งเป้าเติบโตจากต่างประเทศ : บริษัทฯปริมาณการขายยางมะตอยในปี 2558 อยู่ที่ 2.29 ล้านตัน หรือเพิ่มขึ้น 12.8% ทั้งนี้ในปี 2559 บริษัทได้ตั้งเป้าหมายปริมาณการขายยางมะตอยการเติบโต ที่ 2.7 ล้านตัน หรือเพิ่มขึ้น 17.9% โดยยังคงเน้นที่การเติบโตในต่างประเทศเป็นหลักซึ่งคิดเป็นสัดส่วนถึง 81% จากการไปซื้อบริษัทเทรดดิ้งยางมะตอยในประเทศอินโดนีเซียและเวียดนามในช่วงไตรมาส 1/59 ซึ่งเราคาดว่าจะเห็นผลชัดเจนในช่วงครึ่งปีหลัง

แนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้นลดลงตามฤดูกาล : โดยปัจจุบันราคายางมะตอยในต่างประเทศซื้อขายอยู่ที่ระดับ 140-180 เหรียญ/ตัน ในขณะที่ราคายางมะตอยในประเทศอยู่ที่ระดับ 225 เหรียญ/ตัน ลดลงจากช่วงปลายปี ประมาณ 25-30% เนื่องจากเป็นช่วงฤดูหนาวและเทศกาลตรุษจีน ส่งผลให้มีการกดราคาจากคู่แข่งโดยเฉพาะในประเทศจีนเพื่อมาแย่งลูกค้าในภูมิภาคอื่นๆ คาดว่าอัตรากำไรขึ้นต้นจะต่ำที่สุดในเดือน ก.พ. นี้แล้วจะเริ่มฟื้นตัวในเดือน มี.ค.ซึ่งเป็นช่วงเริ่ม working season ของธุรกิจ

ได้รับสิทธิประโยชน์จากมาตรการส่งเสริมการลงทุนต่างชาติ : ปัจจุบันบริษัทได้รับอนุมัติจากกรมสรรพากรในการจัดตั้งสํานักงานใหญ่ข้ามประเทศ (IHQ) และบริษัทการค้าระหว่างประเทศ (ITC) โดยมีระยะเวลา 15 ปี ซึ่งบริษัทคาดว่าจะสามารถประหยัดภาษีได้ถึง 40%

แนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/59 : เราคาดว่ากำไรคร่าวๆ ที่ระดับสูงกว่า 1,000 ล้านบาท ถึงแม้ว่าตลาดต่างประเทศจะอยู่ในช่วงนอกฤดูกาล แต่จะได้อานิสงส์จากตลาดในประเทศจาก 1) งบพัฒนาถนนระยะเร่งด่วนที่ต้องเร่งเบิกจ่ายภายในไตรมาส 1/59 มูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านบาท 2) งบของกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบทปี 2559 ที่ 7.7 และ 4.7 หมื่นล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นถึง 26% และ 15% จากปี 2558 ตามลำดับ

คงกำไรสุทธิปี 2559 : เราคงกำไรสุทธิปี 2559 ที่ 5,200 ล้านบาท ทั้งนี้เราคาดว่าจะเห็นความชัดเจนมากขึ้นจากแนวโน้มของ Spread ในเดือน มี.ค. 2559 นี้

คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมายที่ 44 บาท upside 76% จาก PER 13x อิงจาก TASCO FORWARD PE +1.5SD และต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มวัสดุก่อสร้างที่ 16x โดยปัจจุบันซื้อขายด้วย 2016F PE เพียง 8 เท่า