ผลกระทบเชิงบวกจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐหนุนกำไรไตรมาส 4/58
รายได้สุทธิมากกว่าที่คาด 9%
ROBINS รายงานกำไรไตรมาส 4/58 ที่ 701 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% YoY และสูงกว่าที่เราคาด 9% จากส่วนแบ่งกำไรจากเพาเวอร์บายและซูเปอร์สปอร์ตที่มากกว่าคาด
ประเด็นหลักผลประกอบการ
ยอดขายของสาขาเดิมกลับมาเติบโต 3.1% ในไตรมาส 4/58 เนื่องจากผลบวกจากมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายในช่วงวันที่ 25-31 ธ.ค. อย่างไรก็ตามตัวเลขที่ค่อนข้างดีในไตรมาส 4/58 ไม่สามารถผลักดัน
อัตรากำไรขั้นต้นทรงตัว YoY แต่ดีขึ้น 72bps QoQ เนื่องจากการใช้จ่ายที่สูงขึ้นในช่วงเทศกาล
ค่าใชจ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 13% YoY ที่ 2.04 พันล้านบาท หนุนให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการขายต่อยอดขายสูงขึ้น 110 bps เป็น 28.1% โดยมีสาเหตุมาจากค่าเสื่อมราคาและค่าใช้จ่ายในการเปิดสาขาใหม่ที่สูงขึ้น
รายได้ค่าเช่าเริ่มขยายตัวในอัตราที่ลดลง (17.8% YoY ในไตรมาส 4/58 เทียบกับ 47% ในไตรมาส 3/58)
ส่วนแบ่งกำไรจากเพาเวอร์บายและซูเปอร์สปอร์ตแข็งแกร่งมากในไตรมาส 4/58 หนุนโดยมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐ โดยส่วนแบ่งกำไรจากพาวเวอร์บายเพิ่มขึ้น 67% YoY เป็น 66 ล้านบาท ในขณะที่ ส่วนแบ่งกำไรจากซูเปอร์สปอร์ตขยายตัว 53% YoY เป็น 86 ล้านบาท
แนวโน้ม
ผู้บริหารกล่าวว่า แม้ว่าจะไม่มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐ แต่ยอดขายของสาขาเดิมในเดือนม.ค.ยังคงเติบโตดีที่ 2-3% ซึ่งดูเหมือนจะมากกว่าที่ตลาดคาด โดยหากยอดขายยังคงเติบโตอยู่ในระดับนี้ เราคาดอาจมีการปรับประมาณการกำไรในอนาคต ทั้งนี้ เราคาด ยอดขาของสาขาเดิมในปี 2559 เติบโต 1.8%
สิ่งที่เปลี่ยนแปลง
เรายังคงประมาณการกำไรปี 2559 ไม่เปลี่ยนแปลง
คำแนะนำ
ปัจจุบันมูลค่าของ ROBINS ยังค่อนข้างถูก โดยซื้อขายกันที่ค่า PER ปี 2559 ที่ 18.3 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 25.3เท่า เรามองว่าผลประกอบการของบริษัทได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วและแนวโน้มการเติบโตจะค่อยๆปรับตัวดีขึ้น เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ ด้วยราคาเป้าหมายสิ้นปี 2559 ที่ 48 บาท









