เก็บสะสมหุ้นกลุ่มรับเหมา พลังงานปลายน้ำ อสังหาฯ อาหาร และวัสดุก่อสร้าง ที่ราคาไม่แพงและมีพื้นฐานดี มี story หนุนเป็นรายตัว
UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ โดย ยศพณ แสงนิล, CFA : ผันผวนในกรอบ 1275-1300
ตลาดไทยวันนี้มีแนวโน้มผันผวนกรอบจำกัด ข่าวเรื่องซาอุและรัสเซียที่ตกลงจะคงระดับการผลิตถือว่าเป็นข่าวดีต่อบรรยากาศการลงทุน เนื่องจากมีความเป็นไปได้ว่าจะมีนโยบายอื่นๆออกมาอีก หากราคาน้ำมันไม่ดีขึ้น นอกจากนี้ ควมเป็นไปได้ที่ญี่ปุ่นจะต้องเพิ่มนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจเริ่มสูงขึ้น หลังตัวเลขยอดสั่งซื้อเครื่องจักรกลุ่มอุตสาหกรรมการผลิตรายงานออกมาแย่กว่าหลายฝ่ายคาด ส่วนเฟดก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในปีนี้ ดังนั้น ปัจจัยหนุนมาจากต่างประเทศเป็นหลัก อย่างไรก็ดี ฝ่ายวิเคราะห์แนะนำทยอยขายทำกำไรหากดัชนีขึ้นเหนือ 1300 จุดและซื้อเมื่อต่ำกว่า 1280 จุด เนื่องจากภายในประเทศยังขาดปัจจัยบวกมาสนับสนุนและเป็นไปได้ยากที่ SET Index จะยืนเหนือ 1300 จุดได้อย่างมั่นคงในช่วงนี้
แนวรับ/แนวต้าน : 1275/1300 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 40% : พอร์ตหุ้น 60%
กลยุทธ์ : เก็บสะสมหุ้นกลุ่มรับเหมา พลังงานปลายน้ำ อสังหาฯ อาหาร และวัสดุก่อสร้าง ที่ราคาไม่แพงและมีพื้นฐานดี มี story หนุนเป็นรายตัว หลีกเลี่ยงกลุ่มสื่อสารไปก่อน
นักลงทุนระยะสั้น : PS (34), CPF (27)
PS (34) มี Townhouse ราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาทพร้อมโอนในมือค่อนข้างสูง ได้ประโยชน์จากนโยบายกระตุ้นการโอนและยอด presales ที่แข็งแกร่งด้วย บวกกับได้เน้นบ้านเดี่ยวและ segment ที่อยู่อาศัยแนวราบ ซึ่งไม่มีความเสี่ยงสูงและยังคงได้ประโยชน์จาก demand ที่แข็งแกร่งอยู่ ซื้อใกล้ๆ 25 เป้าหมาย 34 upside 36%
CPF (27) ราคาหุ้นผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วและจะกลับมาดีขึ้นในปี 59 เพราะ (1) ราคาเนื้อหมูและไก่ฟื้นตัว (2) ราคากากถั่วเหลืองซึ่งเป็นต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์มีแนวโน้มทรงตัวหรือลดลง (3) ปัญหา EMS ในกุ้งคลี่คลายไปเยอะแล้วในไตรมาส 4 ที่ผ่านมาและต้นทุนธุรกิจกุ้งลดลงจากการลดขนาดโรงงานแปรรูปกุ้ง ธุรกิจนี้จึงมีแนวโน้มกลับมาเป็นกำไรปีนี้หลังจากขาดทุนไปเยอะเมื่อปีก่อน แนะนำหุ้น CPF สำหรับทั้งเล่นสั้นและถือยาว
นักลงทุนระยะยาว : EA (26), CK (34)
EA (26) ปีนี้ได้ปัจจัยบวกจากทั้งโครงการพลังงานลมใหม่คือหาดกังหัน 1-3 ที่จะพร้อมจ่ายไฟในปีนี้จำนวน 3 โครงการและโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาด 90MW จังหวัดพิษณุโลกที่จะเริ่มจ่ายไฟได้ปีนี้เช่นกัน ช่วยทำให้กำไรโดยรวมโตไม่ต่ำกว่า 50% ในปีนี้ แนะนำซื้อใกล้ๆ20.50 ราคาเป้าหมาย 26 บาท
CK (34) (1)Mega projects เช่นรางคู่และการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้มจะช่วย earnings ให้เติบโตสูง 15% ในปี 2559 (2)การควบรวมกิจการของบริษัทลูก BMCL & BECL (3)นอกจาก projects ของรัฐบาลยังมีโครงการของบริษัทลูก เช่น CKP มีโครงการน้ำบาก (Hydroelectric dam) ในประเทศลาว 1หมื่น7พันล้านบาท กำลังเจรจาน่าจะเซ็นสัญญา Q1 ปี 2559 (4)Q3 & Q4 ของปี 2558 sale & earnings ไม่ค่อยดี แต่โครงการ mega projects จะชัดเจนมากขึ้นปี 2559 ทั้งการประมูลและการก่อสร้างจริง ดังนั้นช่วงนี้เป็นโอกาสดีในการเริ่มเก็บสะสม CK (5)ราคาปัจจุบันให้ upside สูงกว่าคู่แข่งทั้ง ITD และ STEC
ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน
ปัจจัยภายในประเทศ
- ตลาดหลักทรัพย์สั่งหยุดซื้อขายหุ้นสหวิริยา จ่อถูกเพิกถอนจากตลาดหุ้นไทย หลังแจงงบการเงินปี 2558 แบกขาดทุน 4 หมื่นล้าน เพิ่มขึ้น 10 เท่าตัว จากผลกระทบตัดขาดทุน บริษัทย่อยในยูเค 3.8 หมื่นล้าน ด้านผู้สอบบัญชี กังวล 3 ประเด็นหลัก ไม่สามารถตรวจสอบฐานะที่ยูเค-ความไม่แน่นอนศาลฟื้นฟู-การดำเนินธุรกิจในอนาคต แจงผู้บริหารมั่นใจแก้ไขปัญหาได้ เพราะเจ้าหนี้รายใหญ่ 80-90% พร้อมหนุนให้ฟื้นฟู คาดใช้เวลาแก้ปัญหา 1-2 ปี
- "พาที" แจงเหตุประท้วงเกิดจากปัญหาภายใน อยู่ระหว่างปรับโครงสร้างลดควบตำแหน่งงาน นักบินคุมฝ่ายบริหาร หวังยกมาตรฐานการบินตาม IOSA รับเกิดปัญหาขาดแคลนนักบิน-ชั่วโมงบินเกินกำหนด "อาคม" เข้มสั่งทุกแอร์ไลน์ทำบันทึกแจ้งชั่วโมงบิน ชี้หากบินเกินกำหนดสั่งพักทันที ด้าน "ศานิต" โต้ถูกปลดพ้นตำแหน่งผู้จัดการรักษามาตรฐานการบิน ยันไม่ได้อยู่เบื้องหลัง หยุดบิน เผยต้นเหตุหยุดบิน 14 ก.พ.มาจาก สภาพจิตใจนักบินไม่พร้อม ขณะที่ ครม. ถกเครียดปัญหานกแอร์ จี้คมนาคมเรียก CEO นกแอร์คาดโทษ
- เอกชนหวัง "ประยุทธ์" เคลียร์โอบามาปลดบ่วงไทยพ้น Tier 3 ค้ามนุษย์ปี 59 พร้อมแสดงจุดยืนชัด ไทยพร้อมเข้าร่วม TPP หลังสหรัฐฯ ส่งเทียบเชิญอินโดฯ ฟิลิปปินส์ เข้าร่วม ขณะเอกชนรายกลุ่มสินค้าตั้งเป้าส่งออกตลาดสหรัฐฯ ปีนี้หวังแค่เสมอตัว สวนทางพาณิชย์เล็งโต 3% แต่ยอมรับกังวลสินค้าเวียดนามชิงได้เปรียบ ขณะภาคปศุสัตว์ค้านชนฝาร่วม TPP
- "ศุภชัย" เตือนเศรษฐกิจโลกเข้าสู่ภาวะซึมลึก เหตุการค้าขายติดลบหนัก หลังทั่วโลกเจอภาวะชะลอตัว ภาคการผลิต-อุตสาหกรรมทรุด แนะอย่าใช้นโยบายกระตุ้นบนภาระหนี้สูง มั่นใจระบบการเงินไทยยังแกร่ง แต่ควรเฝ้าระวังเอ็นพีแอล/สินทรัพย์ด้อยคุณภาพ พร้อมแนะไทยร่วมทีพีพีเสียเปรียบมหาอำนาจ-ควรศึกษาอย่างรอบคอบ
ปัจจัยต่างประเทศ
+ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 16,196.41 จุด พุ่งขึ้น 222.57 จุด หรือ +1.39%
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ (16 ก.พ.) เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี กลุ่มธนาคาร และกลุ่มค้าปลีก นอกจากนี้ ตลาดหุ้นนิวยอร์กยังได้รับแรงหนุนจากการดีดตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มพลังงาน แม้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงก็ตาม
+ ดัชนี FTSE 100 ปิดปรับตัวขึ้น 37.89 จุด หรือ +0.65% ที่ 5,862.17 จุด
ตลาดหุ้นลอนดอนปิดปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นวันที่ 3 ติดต่อกันเมื่อคืนนี้ (16 ก.พ.) จากการปรับตัวเพิ่มขึ้นของหุ้นพลังงาน ถึงแม้ว่าราคาน้ำมันจะปรับตัวลดลง ท่ามกลางความเคลื่อนไหวอย่างผันผวนตลอดทั้งวัน
+ ดัชนีนิกเกอิปิดบวก 31.85 จุด หรือ 0.20% ที่ระดับ 16,054.43 จุด
ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดบวก เนื่องจากบรรยากาศการซื้อขายได้รับแรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของตลาดหุ้นยุโรปเมื่อคืนนี้
+ สัญญาน้ำมันดิบ ส่งมอบเดือนมี.ค.ปิดลดลง 40 เซนต์ หรือ 1.4% แตะที่ 29.04 ดอลลาร์/บาร์เรล
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (16 ก.พ.) เนื่องจากนักลงทุนผิดหวังต่อข่าวที่ว่า 4 ชาติผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ ซึ่งได้แก่ซาอุดิอาระเบีย, รัสเซีย, กาตาร์ และเวเนซูเอล่า เห็นพ้องให้ตรึงกำลังการผลิต โดยไม่มีการปรับลดกำลังการผลิตแต่อย่างใด









