วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ยังไม่ผ่าน 1,300 จุด

สรุปสภาวะตลาดสหรัฐและยุโรป (28 ม.ค.-3 ก.พ. 2559)

สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวขึ้น DJIA +2.5% หลังธนาคารกลางญี่ปุ่นมีมติใช้นโยบายดอกเบี้ยติดลบ -0.1% สำหรับธนาคารที่นำเงินมาฝากกับธนาคารกลางญี่ปุ่น ส่งผลบวกต่อการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง แม้จะปรับตัวลงช่วงกลางสัปดาห์เมื่อราคาน้ำมันดิบ NYMEX ปรับตัวลงต่ำกว่า US$30.00/barrel อีกครั้ง แต่เมื่อราคาน้ำมันดิบฟื้นตัวสร้างบรรยากาศการลงทุนกลับมาเป็นบวก ขณะที่ตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวลง DAX -4.5%, CAC ฝรั่งเศส -3.5% และ FTSE -2.6% เมื่อตัวเลข PMI ของอียูออกมาชะลอตัว 

สรุปสภาวะตลาดหุ้นจีน (28 ม.ค.-3 ก.พ. 2559)

สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นจีนปรับตัวทรงตัว +0.1% ก่อนเข้าสู่ช่วงวันหยุดยาวเทศกาลตรุษจีนในสัปดาห์หน้า ตัวเลขเศรษฐกิจจีนส่งสัญญาณเชิงลบต่อเนื่อง ดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือน ม.ค.หดตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 อย่างไรก็ตามธนาคารกลางจีนได้อัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบอีกครั้งในวันที่ 2 ก.พ.อีก 1 แสนล้านหยวน ก่อนเข้าสู่วันหยุดยาว ช่วยประคองภาพการลงทุน

สรุปความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทยสัปดาห์ที่ผ่านมา (28 ม.ค.-3 ก.พ. 2559)

SET INDEX ปรับตัวขึ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อการประชุม BoJ ประกาศใช้อัตราดอกเบี้ยนโยบายติดลบ 0.1% แม้จะได้รับแรงกดดันจากการปรับตัวลงของกลุ่มพลังงานช่วงกลางสัปดาห์ในทิศทางเดียวกับราคาน้ำมันดิบโลก แต่สามารถฟื้นตัวได้ในช่วงปลายสัปดาห์เมื่อราคาน้ำมันดิบฟื้นตัว ปิดที่ระดับ 1,291.77 จุด เพิ่มขึ้น 13.48 จุด หรือ +1.05% ณ วันที่ 3 ก.พ.

สำหรับทิศทางตลาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้า (5-11 ก.พ. 2559)

MBKET คงน้ำหนักการลงทุนเป็น “กลางถึงบวก” ต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อนหน้า เพราะให้ภาพรวมของ SET INDEX จะแกว่งขึ้นทดสอบด่าน 1,310 จุด +/- ด้วยตัวแปรดังต่อไปนี้

1. ทิศทางราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก เริ่มแกว่งในกรอบมากขึ้น ระหว่าง US$28-34/barrel แม้ว่าจะยังไม่เห็นทิศทางที่ชัดเจน แต่ความผันผวนลดลง พร้อมกับติดตามโอกาสที่จะเห็นการเปิดโต๊ะเจรจาระหว่างกลุ่มโอเปค และรัสเซีย ถึงราคาน้ำมันดิบ ณ ปัจจุบัน และกำลังการผลิต

2. ความผันผวนจากตลาดหุ้นจีน และค่าเงินหยวน จะคลายตัวลงชั่วคราว เพราะตลาดหุ้นจีน ปิดทำการตลอดสัปดาห์หน้า

3. ผลการประชุม BoE ช่วงค่ำวันที่ 4 ก.พ. หาก BoE สร้างความประหลาดใจด้วยการตัดสินใจลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายจากปัจจุบัน 0.50% เป็น 0.25% ให้สอดคล้องกับทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางที่สำคัญ ย่อมเป็นปัจจัยเชิงบวกต่อการเก็งกำไรในสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก

สำหรับปัจจัยสำคัญในต่างประเทศ เราให้น้ำหนักกับการให้ความเห็นต่อสส.และวุฒิสภาสหรัฐของประธานเฟด Janet Yellen วันที่ 10-11 ก.พ. ถึงภาพรวมเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อ ซึ่งจะมีผลต่อแนวทางการกำหนดนโยบายการเงินของเฟด ซึ่งเชื่อว่าตลาดจะนำถ้อยแถลงดังกล่าวมาตีความถึงโอกาสที่จะเฟดจะพิจารณาขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนมี.ค.จะมีมากน้อยเพียงใด

กลยุทธ์การลงทุน เราคงคำแนะนำ “นักลงทุนเลือกเก็งกำไรเป็นรายตัว เน้นหุ้นที่แนวโน้มผลการดำเนินงานใน 4Q58 เติบโตเด่น qoq และ/หรือ yoy” ทั้งนี้หาจังหวะขายทำกำไรเล่นรอบหาก SET INDEX ขยับทดสอบ 1,310-1,320 จุด

ปัจจัยสำคัญอื่นๆ ในสัปดาห์หน้า ได้แก่

1. ติดตามการประกาศงบ 4Q58 ของกลุ่มที่ไม่ใช่ธนาคาร สัปดาห์หน้า หุ้นกลุ่มโรงกลั่นจะทยอยประกาศ

2. ตลาดหุ้นจีน/ไต้หวัน/เวียดนาม ปิดทำการตลอดทั้งสัปดาห์หน้า

3. ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ ภาวะการจ้างงาน สหรัฐ/ผลผลิตภาคอุตฯ อียู-อังกฤษ/คำสั่งซื้อเครื่องจักร ญี่ปุ่น