กำไรไตรมาส 4/58 สูงกว่าคาดจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น
กำไรไตรมาส 4/58 สูงกว่าประมาณการของเรา 35%
BBL รายงานกำไรไตรมาส 4/58 ที่ 7.7 พันล้านบาท ลดลง 12% YoY และ 15% QoQ สูงกว่าประมาณการของเรา 35% (แต่ต่ำกว่าของตลาด 3%) จากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยและกำไรพิเศษที่สูงกว่าคาด โดย BBL มีส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยในไตรมาส 4/58 อยู่ที่ 2.29% เมื่อเทียบกับประมาณการของเราที่ 2.1% รวมทั้งมีกำไรพิเศษมูลค่า 1.1 พันล้านบาท (เราประเมินอยู่ราว 300 ล้านบาทเล็กน้อย) อย่างไรก็ตามกำไรจากการดำเนินงานที่ไม่รวมสำรองหนี้เสียอยู่ที่ 1.31 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% YoY และลดลง 9% QoQ ในขณะที่กำไรปี 2558 ปรับลดลง 6% YoY มาอยู่ที่ 3.41 หมื่นล้านบาท ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 106% ของประมาณการกำไรปี 2558 ของเรา
ประเด็นหลักผลประกอบการ
ยอดสินเชื่อปรับเพิ่มขึ้น 3.3% QoQ และ 4.9% YoY มาอยู่ที่ 1.87 ล้านล้านบาท ณ สิ้นปี 2558 เนื่องจากสินเชื่อบรรษัท SME (Soft loans) และรายย่อยปรับตัวดีขึ้น QoQ ทั้งนี้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยปรับสูงขึ้น 18 bps QoQ มาอยู่ที่ 2.29%ในขณะที่สัดส่วนสินเชื่อต่อเงินฝากอยู่ที่ 89.4% ณ สิ้นปี 2558 ขึ้นจาก 87.5% สามเดือนก่อนหน้า รายได้ค่าธรรมเนียมกระโดดสูงขึ้น 21% YoY แต่ทรงตัว QoQ มาอยู่ที่ 8.2 พันล้านบาท สูงกว่าประมาณการของเราเล็กน้อย ดอกเบี้ยรับสุทธิเติบโต 5% YoY และ 8% QoQ สอดคล้องกับสินเชื่อที่เติบโต ส่วนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอยู่ที่ 1.21 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% YoY และ 11% QoQ ในขณะที่อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้หดตัวลงมาอยู่ที่ 47.9% ในไตรมาส 4/58 จาก 51.9% ในไตรมาส 4/57 เนื่องจากรายได้ค่าธรรมเนียมเติบโตสูงกว่าการเติบโตของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน รวมทั้งมีดอกเบี้ยรับสุทธิที่ขยายตัวเพิ่ม
การสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯอยู่ที่ 3.9 พันล้านบาทในไตรมาส 4/58 พุ่งสูงขึ้น 313% YoY แต่ลดลง 20% QoQ สัดส่วนหนี้สินที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อสินเชื่อรวมทรงตัว QoQ อยู่ที่ 2.8% ณ สิ้นปี 2558 ในขณะที่อัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญสะสมต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 185.3% ณ สิ้นปี 2558 จาก 172.5% ณ สิ้นปี 2557 ทั้งนี้สินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้หดตัวลง 3.2% QoQ มาอยู่ที่ 5.62 หมื่นล้านบาทในไตรมาส 4/58 จากการปรับโครงสร้างหนี้เสียที่เร็วกว่าคาด
แนวโน้ม
เราคาดกำไรไตรมาส 1/59 ดีขึ้นเล็กน้อย YoY และ QoQ จากปัจจัยสินเชื่อเติบโตต่อเนื่อง การบริหารส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่ดีขึ้น และการจัดการต้นทุนทางการเงินได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
สิ่งที่เปลี่ยนแปลง
เรายังคงใช้ประมาณการกำไรปี 2559 เดิม
คำแนะนำ
เราเชื่อ BBL อยู่ในสถานะที่ดีต่อการรับมือกับสภาพเศรษฐกิจผันผวนกว่าธนาคารอื่นในกลุ่มเนื่องจากมีสัดส่วน 61% ของพอร์ตสินเชื่อเป็นกลุ่มบรรษัท ซึ่งจะฟื้นตัวเร็วกว่าสินเชื่อรายย่อย (หนี้สินภาคครัวเรือนยังคงสูง อยู่ที่ 80%) โดยประมาณ 16% ของสินเชื่อทั้งหมดมีการกระจายความเสี่ยงอยู่ต่างประเทศ (ส่วนใหญ่ในกลุ่มประเทศ กัมพูชา ลาว สหภาพเมียนมาร์ มาเลย์เซีย และเวียดนาม) ทั้งนี้ในไตรมาส 4/58 สัดส่วนหนี้สินที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อสินเชื่อรวมของ BBL อยู่ที่เพียง 2.8% รวมทั้งมีอัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญสะสมต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้สูงที่สุดในกลุ่มที่ 185.3% เรามอง BBL มีความสมารถในการจัดการคุณภาพสินทรัพย์ได้ดีเนื่องจากบริษัทสามารถปรับลดสัดส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ในไตรมาส 4/58 ลงได้ ทั้งนี้จากแนวโน้มสภาพเศรษฐกิจฟื้นตัวดีในปีนี้ กอปรกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐและราคาที่น่าสนใจในระดับ PBV ที่เพียง 0.7 เท่า เราจึงยังคงแนะนำ ซื้อ BBL









