คาดกำไร 4Q58 ลดลงทั้ง YoY และ QoQ ปรับลดประมาณกำไรปี 58-59
ประเด็นสำคัญในการลงทุน :
- คาดกำไร 4Q58 ลดลง 50%YoY และ 51%QoQ : ฝ่ายวิจัยคาดการณ์กำไร 4Q58 ราว 5 พันล้านบาท ลดลง 50%YoY และ 51%QoQ โดยมีปัจจัยกดดันความสามารถในการทำกำไรจากการตั้งสำรองด้อยค่าโปรแกรมไอทีจำนวน 2,400 ล้านบาทและคาดว่าการตั้งสำรองหนี้สูญอยู่ในระดับสูงราว 8 ,000 ล้านบาท ขณะที่ธนาคารยังคงรักษาระดับส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ได้ใกล้เคียงกับไตรมาสที่แล้วเนื่องจากได้รับผลดีจากต้นทุนทางการเงินที่ต่ำ อย่างไรก็ดี รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยเติบโตไม่ดีนักต่ำกว่าเป้าทั้งปีที่ระดับ 15% ประกอบกับช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีจะมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินสูงที่สุดรายไตรมาสส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายและรายได้ (Cost to Income Ratio) ปรับสูงขึ้นเป็น 47% แต่ตัวเลขทั้งปียังคงอยู่ในกรอบเป้า 45-46%
- ปรับประมาณการปี 58-59 ลดลง 9% และ 20% ตามลำดับ : การที่สินเชื่อ 11 เดือนแรกของปี 58 เติบโตเพียง 5.1 จากปลายปี 57 ทำให้การเติบโตของสินเชื่อทั้งปีมีแนวโน้มต่ำกว่าเป้าที่ระดับ 6% ขณะที่สินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL) ยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นแต่เพิ่มในอัตราที่ชะลอตัว ประกอบกับค่าใช้จ่ายพิเศษจากการตั้งสำรองด้อยค่าโปรแกรมไอทีที่เกิดขึ้นใน 4Q58 ทำให้ฝ่ายวิจัยปรับเพิ่มสมมติฐานค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญปี 58 จาก 2.1 หมื่นล้านบาทเป็นเกือบ 2.6 หมื่นล้านบาท รวมทั้งปรับลดสมมติฐานการเติบโตของสินเชื่อจาก 6% เหลือ 5.2% รวมทั้งปรับลดอัตราการเติบโตของรายได้ที่ไม่ใช่ค่าธรรมเนียม ส่งผลให้ประมาณการกำไรปี 58 ลดลง 9% เหลือราว 3.9 หมื่นล้านบาทซึ่งหดตัว 16% จากปี 57 ทั้งนี้การปรับเพิ่มสมมติฐานค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองหนี้สูญเพิ่มขึ้น 13% เป็น 2.7 หมื่นล้านบาทส่งผลให้ประมาณการกำไรปี 59 ลดลง 20% เหลือราว 4.1 หมื่นล้านบาทซึ่งพลิกกลับมาเติบโตราว 6% จากประมาณการกำไรปี 58
- คงคำแนะนำ“ซื้อ” ปรับลดราคาเหมาะสมจากเดิม 224 บาทเหลือ 189 บาท : ปัจจัยพื้นฐานในระยะยาวของ KBANK ยังดีในฐานะที่เป็นธนาคารขนาดใหญ่ที่ได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ขณะที่การฟืนตัวของภาวะเศรษฐกิจที่คาดจะเห็นชัดเจนในช่วงครึ่งปีหลังของปี 59 จะทำให้คุณภาพสินทรัพย์ที่อ่อนแอลงตามภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวกลับดีขึ้นเป็นลำดับ ทั้งนี้จากประมาณการใหม่ทำให้ราคาเหมาะสม ซึ่งอิง Prospect P/BV ที่ระดับ 1.4 เท่าลดเหลือ 189 บาทจากเดิม 224 บาทโดยยังสูงกว่าราคาปิดล่าสุด ทำให้ฝ่ายวิจัยยังคงคำแนะนำ “ซื้อ”









