วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ตลท. ตั้งเป้าวอลุ่มซื้อขายปี 59 ที่ 5 หมื่นลบ./วัน

ตลาดหลักทรัพย์ ตั้งเป้ามาร์เก็ตแคปไอพีโอปีหน้าที่ 2.7 แสนลบ. จาก บจ.ใหม่ราว 30-40 บริษัท คาดวอลุ่มซื้อขายอยู่ที่ 5 หมื่นลบ./วัน

นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการ ตลท. กล่าวว่า ในปี 2559 ได้วางกลยุทธ์หลักเพื่อนำไปสู่ S-Curve ใหม่ ในปีหน้า 6 ด้าน ได้แก่ 1.ขยายฐานและพัฒนาคุณภาพบริษัทจดทะเบียนรวมถึงสร้างความแข็งแกร่งให้ SME โดยตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าตามราคาตลาดของหลักทรัพย์จดทะเบียนใหม่ 270,000 ล้านบาท ทั้งจากบริษัทที่เป็นผู้นำในอุตสาหกรรม (Industry Leader) รัฐวิสาหกิจ และบริษัทต่างชาติทั้งในกลุ่มลุ่มแม่น้ำโขงและอื่นๆ จากปีนี้ที่ทำได้ 220,000 ล้านบาท (หากรวมไอพีโอของกอง REIT กับ กองทุนโครงสร้างพื้นฐานจะมีมาร์เก็ตแคปไอพีโอปีนี้ที่ 2.98 แสนลบ.)

ทั้งนี้ ตลท. จะสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุนและโอกาสทางธุรกิจให้กับ SME และตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าตามราคาตลาดจากบริษัทหลักทรัพย์จดทะเบียนที่มีอยู่ อีก 255,000 ล้านบาท พร้อมพัฒนาคุณภาพของหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ฯ อย่างต่อเนื่อง ทั้งกระบวนการระดมทุนจากประชาชนครั้งแรก การซื้อขายและตัวกลางในการซื้อขาย จนถึงการกำกับดูแล รวมถึงส่งเสริมคุณภาพตามกรอบตัวชี้วัดด้าน ESG อย่างต่อเนื่อง และสนับสนุนบริษัทจดทะเบียนที่มีศักยภาพสู่ตัวชี้วัดสากล (Dow Jones Sustainability Indices: DJSI)

2. เพิ่มสินค้าใหม่ และขยายขอบเขตของสินค้าและบริการปัจจุบัน เช่น การจัดทำดัชนีหุ้นกลุ่มใหม่ และการซื้อขาย Electronic Gold ในรูปแบบของสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เป็นต้น นอกจากนี้ ยังหาโอกาสเข้าร่วมพัฒนาตลาดทุนในประเทศกลุ่มลุ่มแม่น้ำโขง (Greater Mekong Subregion: GMS) และมีบทบาทด้านการพัฒนาความรู้ผู้ประกอบวิชาชีพใน GMS

3. สร้างฐานผู้ลงทุนสถาบันในประเทศให้แข็งแรง ส่งเสริมด้านการวางแผนเกษียณ รองรับสังคมสูงอายุ โดยร่วมมือกับบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ส่งเสริมการลงทุนผ่านกองทุนสำรองเลี้ยงชีพและกองทุนรวม และพัฒนาระบบงานกลางสำหรับกองทุนรวม (Fund Service Platform) เพื่อรองรับการขยายตัวของกองทุนรวมและเพิ่มช่องทางให้กับผู้ลงทุน นอกจากนี้ยังมุ่งส่งเสริมช่องทางการขายเป็น Digital Tools จากเทคโนโลยีทางการเงินรูปแบบใหม่

4. ส่งเสริมคุณภาพและขยายฐานผู้ลงทุนบุคคล ด้วยการขยายฐานและพัฒนาคุณภาพผู้ลงทุนเป้าหมายผ่านสถาบันตัวกลางพันธมิตร และพัฒนาทักษะความรู้ผู้ลงทุนในตลาดทุน และส่งเสริมสื่อเทคโนโลยีทางการเงินรูปแบบใหม่ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ลงทุนรุ่นใหม่ รวมถึงพัฒนาช่องทางการตลาดเพื่อขยายฐานผู้ลงทุนในต่างจังหวัดและเชื่อมโยง GMS ผ่านตัวกลาง

" โดยตั้งเป้าเพิ่มผู้ลงทุนในหุ้นอีก 110,000 ราย และในตราสารอนุพันธ์อีก 10,000 ราย และเพิ่มบัญชี Online อีก180,000 บัญชี " นางเกศรา กล่าว

5. พัฒนาบุคลากรตัวกลางและโครงสร้างพื้นฐานตลาดทุน เพื่อรองรับการแข่งขันในอนาคต นอกเหนือจากการสร้างฐานและเสริมความรู้ให้แก่ผู้ประกอบวิชาชีพตลาดทุนอย่างต่อเนื่องแล้ว ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังสนับสนุนเพื่อให้กระบวนการในตลาดทุนพัฒนาเป็น Digital เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพธุรกรรมการซื้อขายหลักทรัพย์

6. มุ่งสู่การเป็น Employer of Choice หรือ องค์กรที่เป็นที่ปรารถนาของคนทำงาน โดยมุ่งสร้างให้องค์กรสามารถสรรหา พัฒนา และรักษาผู้ที่มีศักยภาพให้มีความพร้อมและเติบโต ก้าวสู่การเป็นผู้นำขององค์กรในอนาคต เพื่อร่วมสร้างให้ตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นองค์กรที่ยั่งยืน

นายประพันธ์ เจริญประวัติ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) คาดว่า ปีหน้าจะมี บจ.ใหม่ 30-40 บริษัท ส่วนใหญ่เข้าจดทะเบียนใน SET ซึ่งจะช่วยเพิ่มมาร์เก็ตแคปไอพีโอในตลาดหุ้นทั้ง SET และ mai ให้เป็นไปตามเป้าหมายที่ 270,000 ล้านบาท

นายสันติ กีระนันทน์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานการตลาด ตลท. เปิดเผยว่า คาดว่าจะได้เห็น "ไทยแลนด์ ฟิวเจอร์ ฟันด์ " เข้าซื้อขายในตลาดหุ้นครึ่งหลังปี 2559 หลังจากที่วันอังคารที่ผ่านมา รัฐบาลอนุมัติจัดตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน เพื่ออนาคตประเทศไทย หรือ ไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ วงเงิน 100,000 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังคาดว่าไตรมาสแรกปีหน้า จะเริ่มเห็นต่างชาติยื่นไฟลิ่ง เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทย

นาย ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ ประธานกรรมการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ได้สรุปผลการดำเนินงานปี2558 ว่า 1.มูลค่าซื้อขายหุ้นเฉลี่ยต่อวันของ SET สูงสุดในอาเซียนต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 อยู่ที่ 44,527 ล้านบาท (หรือ 1.24 พันล้านเหรียญสหรัฐ) (ข้อมูล ณ สิ้น 16 ธ.ค. 58) พร้อมตั้งเป้ามูลค่าซื้อขายหุ้นเฉลี่ยต่อวันของ SET ปี 2559 อยู่ที่ 50,000 หมื่นล้านบาท