"สมคิด"เคลียร์ปัญหาเหล็กจีนทะลักกระทบเหล็กไทย เล็งออกมาตรการเร่งด่วน ตรวจสอบเส้นทางนำเข้าเหล็กจีน "อภิรดี"เผยอีก 45 วัน นัดสมาคมเหล็กหารือ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตัวแทนสมาคมเหล็กแผ่นรีดไทย เข้าพบและพูดคุยกับนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีและนางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ห้องทำงานของนายสมคิด ในตึกบัญชาการ1 ทำเนียบรัฐบาล ถึงปัญหาเหล็กที่ได้ยื่นเรื่องร้องเรียนพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ผ่านศูนย์บริการประชาชน เมื่อวันที่ 2 พ.ย.ที่ผ่านมา กรณีมีการนำเข้าสินค้าเหล็กจากประเทศจีนจนกระทบอุตสาหกรรมเหล็กในประเทศไทยจากประเทศจีน
โดยข้อสรุปในการหารือวันนี้นั้น รัฐบาลรับปากจะแก้ไขปัญหาในระยะเร่งด่วน โดยจะมีการจัดทำมาตรการ automatic licensing เพื่อที่จะติดตามเส้นทางของสินค้าที่เข้ามาในประเทศไทยให้มีความชัดเจน ส่วนทางมาตรการทางการค้า Anti Dumping และ Safeguard ทางกรมการค้าต่างประเทศได้มีการยกร่างในส่วนนี้ไว้แล้ว ซึ่งเป็นปัญหาในการหลบเลี่ยงภาษี เหลือเพียงแค่รอเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาส่งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ภายหลังมีการระบุว่าอีก 45 วัน จะมีการพูดคุยถึงความคืบหน้ากันอีกทีกับระหว่างตัวแทนอุปนายกสมาคมเหล็กแผ่นรีดไทยกับกระทรวงพาณิชย์
นางอภิรดี กล่าวว่า จากการพูดคุยในปัญหาเหล็กที่พบว่ามีการนำเข้าจากประเทศจีน ในราคาที่ต่ำมาก เนื่องจากประเทศจีนมีกำลังการผลิตเหลือ สินค้าจึงมีการออกมายังต่างประเทศ ซึ่งทางสมาคมเหล็กจึงขอให้มีการสอบสวนการตอบโต้การทุ่มตลาด เราจึงขอให้มีการจัดทำข้อมูลมาและจะทำการพิจารณาให้เพื่อทราบ ว่ามีการส่งมาอย่างไร มีการลำเลียงมาอย่างไร ซึ่งมีการพบว่าสินค้าเหล็กในรูปแบบต่างๆทั้งเหล็กรีดร้อน รีดเย็น ท่อเหล็กเข้ามาเป็นจำนวนมาก
ส่วนประเด็นที่มีการเปลี่ยนแปลงต้นกำเนิด ทำให้ไม่มีความชัดเจนว่ามาจากไหน ในมาตรการ Anti Dumping ของไทยยังไม่ครอบคลุมในประเด็นนี้ มีแค่การหลบเลี่ยงภาษีเท่านั้น แต่ขณะนี้มาตรการนี้อยู่ขั้นตอนการเสนอคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณา
"เรื่องของเหล็กนั้น ก็เป็นปัญหาที่พบมาประมาณ 2-3 ปีแล้ว ในวันนี้ทุกประเทศก็ประสบปัญหาเดียวกัน อีกสิ่งที่ได้รับการร้องเรียนคือ มีการนำสินค้าสำเร็จรูป ในลักษณะวัสดุก่อสร้าง นั่งร้าน หรือเหล็กที่ใช้ในการก่อสร้าง ซึ่งในวันนี้ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์ก็จะต้องเร่งทำมาตรฐานของสินค้าเหล็ก ซึ่งเกี่ยวข้องกับความปลอดภัย ที่อาจจะเกี่ยวกับการสร้างตึก โดยจะต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชน โดยกระทรวงอุตสาหกรรมก็จะรับไปดูแลในเรื่องนี้" นางอภิรดี กล่าว









