วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

BCP - ซื้อ

คาด BCP ยังมีกำไรใน 3Q58 แม้มีขาดทุนจากสต๊อกน้ำมัน

ประเด็นสำคัญในการลงทุน :

- คาดว่า BCP จะมีกำไรในไตรมาส 3 ราว 149 ล้านบาท -94%QoQ, -60%YoY : ธุรกิจโรงกลั่นใช้กำลังการกลั่นที่ 116.7 พันลาร์เรลต่อวัน (KBD) ซึ่งเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน 4.8 KBD ขณะที่เราคาดว่าค่าการกลั่นจะปรับตัวลงมาอยู่ที่ราว 8 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลตาม Spread น้ำมันดีเซลและ Spread น้ำมันอากาศยานที่ปรับตัวลงตามปัจจัยฤดูกาล อย่างไรก็ตามผลประกอบการธุรกิจโรงกลั่นถูกกดดันเพิ่มเติมจากขาดทุนสต๊อกน้ำมันดิบราว 1.35 พันล้านบาทหลังราคาน้ำมันดิบปรับตัวลงจากไตรมาส 2 กว่า 16 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ด้านธุรกิจสถานีจำหน่ายน้ำมันมีปริมาณการจำหน่ายรวมลดลง 9.4 % สู่ระดับ 1,272 ล้านลิตรในไตรมาส 3 เนื่องจากความต้องการลดลงตามปัจจัยฤดูกาล แต่คาดว่าทางบริษัทสามารถรักษาค่าการตลาดไว้ที่ระดับ 0.69 บาท/ลิตร สำหรับธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์สร้างกำไรได้ลดลงจาก 2Q58 เนื่องจากเข้าสู่หน้าฝนทำให้ความเข้มแสงและชั่วโมงในการผลิตไฟฟ้าลดลง

- คาดไม่มีรายการด้อยค่าของสินทรัพย์ธุรกิจสำรวจและผลิต : ก่อนหน้านี้มีความกังวลว่าบริษัท Nido ซึ่ง BCP ถืออยู่ 81.4% จะมีรายการด้อยค่าของสินทรัพย์หลังราคาน้ำมันทรงตัวในระดับต่ำ แต่แหล่งผลิตน้ำมันที่บริษัท Nido เป็นเจ้าของมีการประเมินเบื้องต้นพบว่ามีโอกาสขุดเจาะน้ำมันได้เพิ่มขึ้นส่งผลให้มูลค่าของแหล่งน้ำมันดังกล่าวไม่ได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าราคาน้ำมันจะทรงตัวในระดับต่ำก็ตาม เราจึงคาดว่าจะไม่มีรายการด้อยค่าสินทรัพย์ในธุรกิจผลิตและสำรวจเหมือน PTTEP

- คาดส่ง BCPG ซึ่งเป็นบริษัทลูกเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ภายใน 3Q59 : บริษัท บีซีพีจี (BCPG) (ซึ่ง BCP ถือหุ้นอยู่ 100% และหลัง IPO จะถือหุ้นเหลือ 70%) ประกอบธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน โดย BCPG จะเข้าซื้อหุ้นโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทั้งหมดที่ BCP ถือในปัจจุบัน และพร้อมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ภายในไตรมาส 3 ปี 59 ซึ่งทางเรามีมุมมองบวกต่อประเด็นดังกล่าวเนื่องจากจะเป็นการเพิ่ม wealth ของ BCP ในอนาคต

- คงคำแนะนำ “ซื้อ” ปรับใช้ราคาเหมาะสมปี 59 ที่ 42 บาท : แม้ในไตรมาส 3 กำไรสุทธิจะอ่อนตัวลงแต่ทางเราคาดว่าในไตรมาส 4 กำไรสุทธิจะปรับตัวดีขึ้นเนื่องจากค่าการกลั่นเริ่มปรับตัวขึ้นตาม Spread น้ำมันดีเซลและน้ำมันอากาศยาน นอกจากนี้ฐานราคาน้ำมันดิบที่ต่ำในไตรมาส 3 ทำให้คาดว่าจะไม่มีรายการขาดทุนจากสต๊อกน้ำมันดิบในไตรมาส 4 จึงคงประมาณการกำไรปี 58 ที่ 4,940 ล้านบาทและกำไรปี 59 ที่ 5,513 ล้านบาทเติบโต 553% และ 12% ตามลำดับ พร้อมปรับใช้ราคาเหมาะสมปี 59 ซึ่งประเมินมูลค่าเหมาะสมด้วยวิธี P/E Ratio โดยอิง Prospective PE ที่ 10.5 เท่าคาดการณ์ EPS ปี 59 ที่ 4.00 บาทได้ราคาเหมาะสมปี 59 ที่ 42.00 บาทซึ่งยังสูงกว่าราคาปิดล่าสุด ฝ่ายวิจัยคงคำแนะนำ “ซื้อ”