กำไรไตรมาส 3/58 ต่ำกว่าคาดจากการสำรองค่าเผื่อหนี้สูญที่เพิ่มขึ้น
กำไรไตรมาส 3/58 ต่ำกว่าที่เราคาดไว้ 7%
TCAP รายงานกำไรไตรมาส 3/58 ที่ 1.35 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% YoY แต่ลดลง 3% QoQ ซึ่งต่ำกว่าที่เราคาดไว้ 7% จากการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯมูลค่า 1.7 พันล้านบาท ในไตรมาสนี้ (ซึ่งเราประเมินว่าการสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯอยู่ที่ 1.5 พันล้านบาทไว้ก่อนหน้า) หากไม่นับการตั้งสำรองดังกล่าว กำไรจากการดำเนินงานที่ไม่รวมสำรองหนี้เสียจะอยู่ที่ 4.7 พันล้านบาท คงที่ YoY แต่เพิ่มขึ้น QoQ สอดคล้องกับปริมาณสินเชื่อที่หดตัวลง ทั้งนี้กำไรในงวด 9 เดือนแรกของปี 2558เพิ่มขึ้น 8% YoY ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 70% ของประมาณการกำไรของเราที่ 5.9 พันล้านบาท
ประเด็นหลักจากผลประกอบการ
สินเชื่อรวมในไตรมาส 3/58 อยู่ที่ 7.15 แสนล้านบาท ลดลง 2.2% QoQ และ 5.4% นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน สอดคล้องกับประมาณการของเรา ในขณะที่ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 3.01% ในไตรมาส 3/58 เพิ่มขึ้น 2bps QoQ และ 14bps YoY จากการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินที่ดีจนปรับลดลงได้มากกว่าอัตราดอกเบี้ยให้กู้ (ในกลุ่ม SME และสินเชื่อรายย่อย) ส่วนดอกเบี้ยรับสุทธิอยู่ที่ 6.9 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% YoY ในขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมในไตรมาสนี้อยู่ที่ 2.1 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% QoQ แต่ลดลง 1 YoY ส่งผลให้อัตราส่วนต้นทุนต่อรายรับอยู่ที่ 51.8% ลดลงจากเดิมที่ 53.6% ในไตรมาสก่อนหน้า
การสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯของ TCAP ในไตรมาส 3/58 ปรับลดลง 5% YoY และ 52% QoQ มาอยู่ที่ 1.7 พันล้านบาท (โดยเราคาดว่าจะอยู่ที่ 1.5 พันล้านบาท) ทั้งนี้ TCAP อยู่ภายใต้ภาษีจ่ายระดับ 12.6% เมื่อเทียบกับ 17.8% ในไตรมาสเดียวกันเมื่อปีที่แล้ว ในขณะที่สัดส่วนหนี้สินที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อสินเชื่อรวมปรับตัวลงมาอยู่ที่ 3.54% ณ สิ้นเดือน ก.ย. จากเดิมอยู่ที่ 3.65% ในสามเดือนก่อนหน้าจากการปรับโครงสร้างหนี้ที่มีปัญหาได้รวดเร็วขึ้น ทางด้านอัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญสะสมต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ที่ 110% จากเดิมอยู่ที่ 100% ในสามเดือนก่อนหน้า ส่วนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานในไตรมาสนี้อยู่ที่ 5 พันล้านบาท คงที่ YoY แต่เพิ่มขึ้น 1% QoQ
แนวโน้ม
เรามองว่ากำไรในไตรมาส 4/58 จะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย QoQ จากการได้รับผลประโยชน์ทางภาษี รายได้ค่าธรรมเนียมที่ดีขึ้นและสินเชื่อที่ไม่หดตัวลง QoQ
สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป
เรายังคงใช้ประมาณการกำไรปี 2558 เดิมที่ 5.87 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.6% YoY
คำแนะนำ
ปัจจุบัน TCAP ซื้อขายอยู่ที่ระดับ PBV ณ สิ้นปี 2558 ที่เพียง 0.74 เท่า และ ปี 2559 ที่ 0.67 เท่า ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มธนาคารที่ 1.35 เท่าอยู่มาก เราเชื่อว่ามูลค่าการซื้อขายที่น่าสนใจ กอปรกับผลตอบแทนของเงินปันผลที่ 5.3% ในปี 2558 และ 5.9% ในปี 2559 ทำให้ TCAP เป็นหุ้นที่น่าลงทุนในด้านเงินปันผล รวมทั้งเรามองว่าราคาหุ้นน่าจะไม่ปรับลงกว่านี้แล้ว ทั้งนี้เราได้เลื่อนราคาเป้าหมายไปเป็นปีหน้า อิงมูลค่าการซื้อขายที่ระดับ PBV ณ สิ้นปี 2559 ที่ 0.76 เท่าที่ 38 บาทต่อหุ้น เรายังคงแนะนำ “ซื้อเก็งกำไร”









