ข่าวร้ายระยะสั้น แต่สดใสระยะยาว
ประเด็นการลงทุน
ในระยะสั้น เรามองว่าราคาหุ้นจะได้รับแรงกดดันด้านลบตามคาดการณ์ผลประกอบการไตรมาส 3/2558 ที่อ่อนแอ กอปรกับข่าวร้ายที่มีแนวโน้มที่จะไม่สามารถบรรลุเป้าหมายทางแผนธุรกิจปี 2558 ได้ อย่างไรก็ตาม เราคาดว่าผลประกอบการน่าจะกลับมาน่าสนใจในไตรมาส 4/2558 ผนวกกับอัพไซด์การขายโรงแรม Terminal 21 ช่วงปลายปีนี้ ทั้งนี้แนวโน้มการเติบโตของผลประกอบการระยะยาวในปี 2559 มีชัดเจนโดยเราคาดกำไรหลักปี 2559 เติบโตที่ 17% ทั้งนี้เรามีการปรับเป้าหมายการลงทุนไปสิ้นปี 2559 (คิดจากวิธี SOTP) ที่ 9.80 บาท (PER ของธุรกิจอาศัยที่ 16 เท่าและมูลค่าการลงทุนตามมูลค่าตลาดที่ 3 บาท/ หุ้น) ปัจจุบัน LH ซื้อขายกันอยู่ที่ค่า PER ปี 2559 ที่ 13.6 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยปี 2459-2557 อยู่ 12% สำหรับนักลงทุนระยาว นี่ถือเป็นโอกาสที่ดีการเข้าซื้อหุ้นสะสมในช่วงที่ราคาต่ำลงในระยะสั้น
ความเสี่ยงต่อแผนธุรกิจปี 2558
ยอดจองซื้อใหม่ 9 เดือนแรกของปี 2558 คาดอยู่ที่ 17 พันล้านบาท (79% จากที่อยู่อาศัยแนวราบและ 21% จากคอนโด) ลดลง 35% YoY โดยลดลง 20% สำหรับที่อยู่อาศัยแนวราบและ 63% สำหรับคอนโด โดยบริษัทวางแผนเลื่อนการเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ 8 โครงการมูลค่ารวม 12 พันล้านบาท จากเดิมตั้งเป้าจะเปิดตัวไตรมาส 4/2558 เป็นปี 2559 ส่งผลให้มีเพียง 6 โครงการที่อยู่อาศัยแนวราบใหม่เท่านั้นที่จะเปิดตัวในไตรมาส 4/58 ซึ่งมีมูลค่ารวม 22 ล้านบาท ทำให้มูลค่าการเปิดตัวโครงการใหม่ปี 2558 ลดลงจาก 37 พันล้านบาทเป็น 25 พันล้านบาท เทียบกับมูลค่าการเปิดตัวในปี 2557 ที่ 41 พันล้านบาท ที่สำคัญคือจะมีความเสี่ยงที่จะพลาดเป้ายอดจองซื้อใหม่ของบริษัทที่ 34 พันล้านบาทในปี 2558 อยู่ประมาณ 15% เนื่องจากการที่ยอดจองซื้อใหม่ใน 9 เดือนแรกของปี 2558 นี้คิดเป็นเพีง 50% ของเป้าหมายเท่านั้น อีกทั้งมีความเป็นไปได้ที่จะมีความเสี่ยงต่อเป้าหมายรายได้ที่อยู่อาศัยที่ 28 พันล้านบาท อยู่ประมาณ 5%
คาดผลประกอบการไตรมาส 3/2558 ไม่น่าสนใจ แต่กลับมาดีเลิศในไตรมาส 4/2558
เราคาดกำไรหลักในไตรมาส 3/2558 ไม่น่าสนใจ โดยคาดหดตัว 12% YoY และ ทรงตัว QoQ จากรายได้จากโครงการที่อยู่อาศัยที่เติบโต YoY แต่ ทรงตัว QoQ ดังนั้นเราคาดว่าบริษัทน่าจะสามารถรายงานผลประกอบการที่ดีที่สดใสในไตรมาส 4/2558-แนวโน้มรายงานกำไรหลักทำสถิติสูงสุดใหม่ได้ เนื่องจากมีโครงการคอนโดขนาดใหญ่ 3 โครงการมูลค่ารวม 10 พันล้านบาทโอนอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาส 4/2558 ได้แก่ They Key Wutthakat (มูลค่าโครงการ 1.2 พันล้านบาท,จองเต็มแล้ว) The Room Pan Road (มูลค่าโครงการ 1.7 พันล้านบาท จองแล้ว 72%) และ The Room Rama IV (มูลค่าโครงการ 2.2 พันล้านบาท,จองเต็มแล้ว)
โอกาสเพิ่มกำไรจากการขายโรงแรมในไตรมาส 4/58
LH วางแผนที่จะขายโรงแรม Terminal 21 (บริษัทถือหุ้นอยู่ 60%) เข้ากองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) ในปลายไตรมาส 4/2558 ขนาดของกองทุนคาดอยู่ที่ 4 พันล้านบาท โดยเราว่ากำไรจากการขายสินทรัพย์เข้ากองทุนเป็นอัพไซด์ต่อผลประกอบการของทั้งเราและตลาด โดยหากเราตั้งสมมติฐานว่าบริษัทจะกลับไปลงทุนในกอง REIT อยู่ที่ 15% เราคำนวรณกำไรสุทธิพิเศษจากการขายสินทรัพย์น่าจะอยู่ที่ 775 ล้านบาท ซึ่งหมายถึงมีอัพไซด์ต่อผลประกอบการปี 2558 ที่ 11.4%,ในรูปที่ 7 และกำไรจากการขายสินทรัพย์น่าจะส่งผลให้มีอัพไซด์ต่อเงินปันผลปี 2558 ได้อีกด้วย (ทั้งนี้เราคาดเงินปันผลต่อหุ้นจากผลประกอบการหลักครึ่งหลังปี 2558 อยู่ที่ 0.23 บาท, คิดเป็นอัตราผลตอบแทนเบื้องต้นที่ 2.6% และอัตราผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีที่ 5.3%
แนวโน้มผลประกอบการปี 2559 สดใส
แนวโน้มผลประกอบการปี 2559 ค่อนข้างสดใสจากมูลค่าการโอนคอนโดเสร็จสิ้นตามกำหนดการ ที่จะมีมูลค่าโครงการคอนโดสร้างเสร็จพร้อมเริ่มโอนถึง 19 พันล้านบาท เทียบกับเพียง 6 พันล้านบาทในปี 2558 โดยโครงการคอนโดขนาดใหญ่ 3 แห่ง จะเริ่มโอนในปี 2559 ได้แก่ The Room Sukhumvit 69 ในไตรมาส 1/59 (มูลค่าโครงการ 2.6 พันล้านบาท จองแล้ว 45%) 333 Riverside ในไตรมาส 3/59 (มูลค่าโครงการ 7 พันล้านบาท,จองแล้ว 90%) The Room Sathorn 11 (มูลค่าโครงการ 1.9 พันล้านบาท,จองแล้ว 29%) และ The Bangkok Sathorn ในไตรมาส 4/59 (มูลค่าโครงการ 7.5 พันล้านบาท,จองแล้ว 56%) โดยยอดขายรอรับรู้รายได้ในปัจจุบันได้รับประกัน 23% ของประมาณการรายได้อสังหาฯเพื่อขายสำหรับปี 2559 ซึ่งนับเป็นตัวเลขความชัดเจนของรายได้ล่วงหน้าต่อปีที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัท









