กรมธุรกิจพลังงาน คาดคนกรุงเทพฯ อาจต้องจ่ายภาษีท้องถิ่นในส่วน น้ำมัน –ก๊าซ 5 ส.ต./ลิตรเอง เช่นเดียวกับคนต่างจังหวัด
นายวิฑูรย์ กุลเจริญวิรัตน์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน (ธพ.) กล่าวถึงกรณีกรุงเทพมหานคร จะเรียกเก็บภาษีบำรุงท้องถิ่น ในส่วนของน้ำมัน 5 สตางค์ต่อลิตร ว่า เรื่องดังกล่าวเป็นไปตาม พ.ร.บ.องค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. 2540 และ พ.ร.บ.กำหนดแผนและขั้นตอนกระจายอำนาจฯ พ.ศ. 2542 ที่ให้องค์การ์บริหารส่วนจังหวัด และ กทม.สามารถออกข้อบัญญัติจัดเก็บภาษีจากสถานค้าปลีกน้ำมันและยาสูบ ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2555 จัดเก็บอัตราภาษีไม่เกิน 10 สตางค์ บวกด้วยภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งส่วนใหญ่จัดเก็บประมาณ 5 สตางค์/หน่วย ซึ่งในต่างจังหวัดยกเว้นพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มีการจัดเก็บแล้ว ผู้ที่รับผิดชอบจ่ายก็คือผู้ใช้ปิโตรเลียม เพราะกฏหมายนี้มีวัตถุประสงค์คือ ผู้ก่อให้เกิดมลพิษเป็นผู้จ่าย โดยในส่วนของ กทม.สุดท้ายแล้วก็คาดว่าประชาชนผู้ใช้จะต้องจ่ายเพิ่มในที่สุด
ทั้งนี้ กทม.ได้ประกาศข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่องการเก็บภาษีบำรุง กทม.สำหรับน้ำมันเบนซินและน้ำมันที่คล้ายกัน น้ำมันดีเซลและน้ำมันที่คล้ายกัน และก๊าซปิโตรเลียม จากสถานการค้าปลีก พ.ศ. ใช้เทศบัญญัติกทม. ในการจัดเก็บภาษีบำรุงกทม. ในอัตราลิตรละ5สตางค์ จากสถานบริการน้ำมัน มีผลในวันที่ 15 ต.ค.นี้ คาดว่า จะมีรายได้เพิ่ม 500 ล้านบาท/ปี จากสถานีบริการน้ำมัน 800 แห่ง ซึ่งในวันพรุ่งนี้ (6 ต.ค.) ทาง กทม.เชิญผู้ประกอบการมาหารือเพื่อขอให้รับภาระแทนประชาชน
นายกฤษณ์ อิ่มแสง ผู้ช่วย กรรมการผู้จัดการใหญ่ การตลาดขายปลีก บมจ. ปตท. กล่าวว่า ปกติแล้ว ในต่างจังหวัดทางประชาชนจะเป็นผู้จ่ายภาษีนี้เอง เพราะเป็นไปตามหลักเกณฑ์ผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย อย่างไรก็ตาม จะไปประชุมร่วมกับ กทม. และคงจะมีทางออกร่วมกัน โดยภาษีดังกล่าวก็จะนำส่ง กทม. และเป็นอัตราที่เพิ่มจากโครงสร้างภาษีน้ำมันและก๊าซปิโตรเลียม









