วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน 28 สิงหาคม 2015

ราคาน้ำมันดิบทะยาน หลังตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวดีขึ้น และการประกาศหยุดการส่งออกน้ำมันดิบ Bonny Light


+ ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยเป็นการปรับเพิ่มขึ้นสูงสุดระหว่างวันในรอบ 6 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากตลาดหุ้นทั่วโลกกลับมาดีขึ้นอีกครั้ง หลังจากนักลงทุนมีความหวังต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลจีน ประกอบกับตัวเลขคาดการณ์ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังที่จุดส่งมอบน้ำมันดิบคุชชิ่ง โอกลาโฮมา ของสัปดาห์นี้ คาดว่าจะปรับตัวลดลง รวมถึงตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ ในไตรมาสที่ 2 ประกาศออกมาในทิศทางที่ดีขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันดิบยังคงถูกกดดันจากการแข็งค่าของค่าเงินสหรัฐ ในช่วงนี้

+ ปริมาณการส่งออกน้ำมันดิบจาก Nigeria ปรับลดลงหลังจาก Shell ได้ออกมาประกาศงดการส่งออกน้ำมันดิบ Bonny Light โดยเหตุสุดวิสัยเมื่อวานที่ผ่านมา หลังจากมีประกาศปิดท่อส่งน้ำมันดิบที่ใช้ขนส่งน้ำมันดิบ Bonny Light 2 ท่อหลัก ซึ่งมีกำลังการขนส่งรวมอยู่ที่ 180,000 บาร์เรลต่อวัน เนื่องจากมีการรั่วไหลของน้ำมันดิบ และมีการขโมยน้ำมันดิบเกิดขึ้น แต่อย่างไรก็ตามเหตุการณ์นี้ไม่ส่งผลกระทบต่อตลาดน้ำมันดิบมากนัก โดยกระทบเพียง 10 ล้านบาร์เรลของน้ำมันที่จะส่งออกในเดือนก.ย. นี้

+ จีดีพี Q2/15 ของสหรัฐ ขยายตัว 3.7% ซึ่งมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะขยายตัวเพียง 3.2% และมากกว่าไตรมาสก่อนหน้าที่ระดับ 2.3% โดยการขยายตัวดีขึ้นนั้น เกิดจากมีอุปสงค์ของสินค้าอุปโภคบริโภคเพิ่มมากขึ้น รวมถึงการลงทุนเพื่อที่อยู่อาศัย และการลงทุนอื่นๆ ก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากเช่นเดียวกัน

+ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานครั้งแรกสหรัฐ สิ้นสุดวันที่ 22 ส.ค. ปรับตัวลดลง 6,000 ราย จากเดือนก่อนหน้าที่ระดับ 277,000 ราย มาสู่ระดับ 271,000 ราย ซึ่งการปรับลดลงนี้ใกล้เคียงกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 270,000 ราย ขณะที่ค่าเฉลี่ย 4 สัปดาห์อยู่ที่ 272,500 ราย ซึ่งค่อนข้างมากกว่าเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ 271,500 ราย

ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับเพิ่มขึ้นน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากมีอุปทานที่เข้ามาในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้ปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังปรับเพิ่มขึ้น 1.66 ล้านบาร์เรล ถึงแม้ว่าจะมีโรงกลั่นน้ำมันในสหรัฐ ปิดซ่อมบำรุงฉุกเฉินก็ตาม ขณะที่อุปสงค์ก็มีปริมาณลดน้อยลงเนื่องจากใกล้จะสิ้นสุดฤดูกาลท่องเที่ยว

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับเพิ่มขึ้นน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากมีปริมาณอุปทานจำนวนมากในภูมิภาค ขณะที่อุปสงค์ยังคงที่อย่างต่อเนื่อง แต่อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันดีเซลได้รับแรงสนับสนุนจากโรงกลั่นน้ำมันในเอเซียเหนือลดกำลังการกลั่นลง รวมถึงมีโรงกลั่นน้ำมันปิดซ่อมบำรุงฉุกเฉิน

ทิศทางราคาน้ำมันดิบ

ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสสัปดาห์หน้าเคลื่อนไหวที่กรอบ 38-43 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 43-48 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อบาร์เรล

ปัจจัยที่น่าจับตามอง

- ภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังคงเปราะบาง และมีความเสี่ยงที่ค่อนข้างสูง โดยเฉพาะจากเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัว ทำให้นักวิเคราะห์โดยส่วนใหญ่เชื่อว่าในการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ ในครั้งถัดไปในเดือนก.ย.ธนาคารกลางสหรัฐ (FED) มีแนวโน้มจะชะลอการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายจากระดับต่ำในปัจจุบันออกไปก่อน ทำให้นักลงทุนโดยส่วนใหญ่คลายกังวลลง อย่างไรก็ดี ด้วยภาวะเศรษฐกิจสหรัฐ ที่ดีขึ้นทำให้ FED อาจจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้

- ติดตามการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) ในวันที่ 3 ก.ย. ว่าจะมีการปรับเพิ่มวงเงินในการเข้าซื้อสินทรัพย์ (QE) หรือยืดระยะเวลาของมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณหรือไม่ หลังการปรับตัวลดลงอย่างหนักของราคาสินค้าโภคภัณฑ์และการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจจีนอาจจะทำให้เศรษฐกิจของกลุ่มยูโรโซนอาจจะชะลอตัวลง และทำให้อัตราเงินเฟ้อไม่เป็นไปตามเป้าหมาย โดยปัจจุบัน ECB มีการเข้าซื้อสินทรัพย์กว่า 6 หมื่นล้านยูโรทุกเดือน โดยนโยบายดังกล่าวเริ่มตั้งแต่ มี.ค. 58 และจะสิ้นสุดใน ก.ย. 59

-ติดตามสถานการณ์ตลาดหุ้น และเศรษฐกิจจีนว่าจะมีทิศทางอย่างไร หลังการปรับลดลงของตลาดหุ้นจีนในรอบ 2 เดือนที่ผ่านมา ทำให้มูลค่าของตลาดหุ้นจีนหายไปกว่า 5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ประกอบกับภาคอุตสาหกรรมของจีนที่มีแนวโน้มชะลอตัวลงหลังการรายงานดัชนีการผลิต (Caixin PMI) พบว่ายังคงปรับตัวลดลงต่อเนื่องจากเดือนก่อนหน้า หลังยอดคำสั่งซื้อปรับลดลง

-แม้ว่าปริมาณนํ้ามันดิบคงคลังของสหรัฐ ในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 21 ส.ค. 58 จะปรับลดลงมากถึง 5.5 ล้านบาร์เรล มาอยู่ที่ 450.8 ล้านบาร์เรลก็ตาม แต่การปรับลดลงของปริมาณน้ำมันดิบคงคลังดังกล่าวเกิดจากผลของการนำเข้าที่ลดลง ทำให้นักวิเคราะห์บางส่วนยังคงกังวลว่าอุปสงค์น้ำมันสำเร็จรูปที่คาดว่าจะชลอตัวลงหลังสิ้นสุดฤดูขับขี่ของสหรัฐ และโรงกลั่นน้ำมันโดยส่วนใหญ่ที่จะเริ่มเข้าสู่ช่วงฤดูกาลปิดซ่อมบำรุงอีกครั้ง จะทำให้ปริมาณสต็อกน้ำมันดิบคงคลังปรับเพิ่มขึ้น และสร้างแรงกดดันต่อราคาน้ำมันดิบ

 
ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-797-2999