นักลงทุนควรถือเงินสด 70% ในพอร์ต รอดัชนีย่อลงใกล้ 1350 เพื่อเข้าสะสมหุ้นเพิ่ม เน้นปันผลสูง ผลประกอบการดี
UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ โดย ยศพณ แสงนิล, CFA : ปรับลงต่อ
ตลาดไทยเมื่อวานยังไม่สามารถผ่านแนวต้าน 1380 จุดได้ โดยมีแรงขายในกลุ่มพลังงานกดดันตลาดต่อเนื่อง สำหรับวันนี้ตลาดไทยมีแนวโน้มปรับลงต่อ ด้วยปัจจัยกดดันหลายประเด็นทั้งความกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน ค่าเงินในภูมิภาคเอเชีย ราคาน้ำมันที่อ่อนแออยู่ การพักฐานลงแรงของตลาดหุ้นสหรัฐเมื่อคืนนี้ และความเสี่ยงด้านสงครามในเกาหลี ตลาดไทยจึงมีโอกาสทดสอบแนวรับสำคัญที่ 1350 ในเร็วๆนี้
แนวรับ/แนวต้าน : 1350/1380 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 70% : พอร์ตหุ้น 30%
กลยุทธ์ : นักลงทุนควรถือเงินสด 70% ในพอร์ต รอดัชนีย่อลงใกล้ 1350 เพื่อเข้าสะสมหุ้นเพิ่ม เน้นปันผลสูง ผลประกอบการดี และได้ประโยชน์จากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง
นักลงทุนระยะสั้น : SVI(5.40), NUSA(1.25)
SVI(5.40) งบ Q2 ออกมาดีแล้ว ต่อไปงบ Q3 จะเข้าสู่ช่วงพีค ได้ประโยชน์จากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง ทำให้ส่งออกง่ายขึ้นและไม่ส่งออกไปจีน ทำให้ผลกระทบจากเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัวมีค่อนข้างน้อยต่อ SVI ปีนี้จะเดินเครื่องผลิตได้เต็มที่เหมือนก่อนช่วงไฟไหม้ ประกอบกับ demand จากยุโรปยังแข็งแกร่งอยู่และปีหน้าจะได้ลูกค้าใหม่จากอเมริกา 4 ราย ส่งผลให้กำไรมีโอกาสจะโตถึง 40% ในปีหน้า
NUSA (1.25) เราคาดกำไรจะโตได้สูงปีนี้ ประกอบกับราคาปัจจุบันต่ำกว่าบุ๊ค คือแค่ 0.9 เท่า P/B แถมมี Land bank ซึ่งมีต้นทุนน้อยมาก บวกกับโครงการ NUSA ONE และอีกหลายโครงการในธุรกิจรับเหมาก่อสร้างที่จะช่วยเพิ่มรายได้ให้บริษัทในระยะยาว และในครึ่งปีหลังนี้แนวโน้มการโอนโครงการจะมีเข้ามากกว่าครึ่งปีแรกอีกด้วย หลังจากครึ่งปีแรกคอนโดขายดีจนเกินเป้าแล้วครับผม
นักลงทุนระยะยาว : ADVANC (270), TVO(33.75)
ADVANC (270) UOBKH เรามองประเด็นบวกจากการประมูล 4G เป็นปัจจัยบวกที่สำคัญ อย่างที่เราเคยเก็บข้อมูลการประมูล 3G ที่ผ่านมาก็ทำให้ Telco sector ขึ้นมา 40-50%เลย ภายใน 7 วันหลังจากประมูลเสร็จ โดยเราเชื่อว่า AIS จะได้ประโยชน์จากการประมูลนี้ที่สุด เพราะจะลดความกังวลเกี่ยวกับ การขาดเเคลน spectrum โดยคลื่น 900 MHz ของ AIS จะหมดอายุสัมปทานเดือน ก.ย.ปีนี้ ขณะที่แนวโน้มผลประกอบการของ AIS ก็น่าจะทำสถิติใหม่ได้ใน Q3-Q4 เพราะไม่ต้องบันทึกค่าเสื่อมจากคลื่น 900MHz ที่ปกติจะบันทึกประมาณ 2,000 ล้านบาท/ไตรมาส ดังนั้น AIS เป็นหุ้น Top pick ของเรา Target price 270 บาท ปันผลก็สูงด้วยอยู่ที่ 5%
TVO (33.75) ตลาดมันแกว่งแรงความเสี่ยงก็เยอะ เอาหุ้นปันผลสูงๆติดพอร์ตไว้ก็ดีครับ TVO ตัวนี้ รายงานงบ Q2 ออกมาดีบวกกับ Downside risk จากราคาถั่วเหลืองตกต่ำมีน้อย เนื่องจากราคาถั่วเหลืองในตลาดโลกปัจจุบันใกล้เคียงกับราคาต้นทุนของเกษตรกรสหรัฐที่ 9USD/bushel แถมให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลปี 58 ที่ดีราว 7% โดยคาดเงินปันผลปี 58 ที่ 1.62 บาท/หุ้น ประกอบกับปัจจุบันการปลูกถั่วเหลืองในสหรัฐนั้นต่ำกว่าที่คาดไว้เพราะมีปัญหาฝนตกหนักในพื้นที่ปลูกถั่วเหลือง ช่วยเสริม sentiment บวกให้กับราคาถั่วเหลืองในระยะกลางถึงระยะยาวด้วย ดังนั้นค่อยๆเก็บสะสม TVO ถือยาวๆกินปันผลกันนะครับ
ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน
ปัจจัยภายในประเทศ
- ประธานหอการค้าฮ่องกง เร่งไทยฟื้นเชื่อมั่น เหตุระเบิดแยกราชประสงค์ แจงนักธุรกิจ - นักท่องเที่ยวฮ่องกง วิตก "ยกเลิกทัวร์-ห้องพัก" คาดกระทบระยะสั้น 1-2 เดือน หากไม่เกิดเหตุซ้ำ ด้านแอตต้า รับฮ่องกงยกเลิกทัวร์มาไทย เหตุประกันภัยไม่ครอบคลุม หลังยกระดับคำเตือนมาไทย ด้านสมาคมทัวร์จีน ขอเวลา 1 สัปดาห์ประเมินผลกระทบ ย้ำเร่งสร้างเชื่อมั่น ก่อนนักท่องเที่ยวจีนตัดสินใจซื้อแพ็คเกจทัวร์ช่วง "โกลเด้นวีค" ต้นเดือน ต.ค.นี้
- ฟิทช์จับตาผลกระทบท่องเที่ยวไทย ใกล้ชิดหลังเกิดเหตุการณ์ระเบิดแยกราชประสงค์ เผยปัจจุบันยังคงเรทติ้งประเทศไทย 'BBB+' พร้อมระบุโครงการโครงสร้างพื้นฐานจะช่วยเพิ่มโอกาสสำหรับการลงทุนระยะยาวของผู้ลงทุนไทย ขณะที่บรรษัทเงินทุนระหว่างประเทศเผยสนใจลงทุนไทยเพิ่มในกลุ่มพลังงานจากปัจจุบันมีลงทุนในไทย 4% ส่วนโบรกเกอร์ เผย เอกชน หลายแห่งเลื่อนขาย "ไอพีโอ" เข้าตลาดหุ้นแบบไร้กำหนด เหตุสถานการณ์ไม่เอื้อ ขณะที่ "เกศรา" ยอมรับ เลื่อนจัดงาน "ไทยแลนด์โฟกัส" หลัง ครม. ปรับใหญ่ทีมเศรษฐกิจ เผยรอความชัดเจนด้านนโยบายก่อน ย้ำไม่เกี่ยวเหตุบึ้มราชประสงค์
- นายอธิป พีชานนท์ นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร เปิดเผยว่า ภาคเอกชนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ได้เข้าหารือกับภาครัฐเกี่ยวกับ การใช้มาตรการกระตุ้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ หลังจากที่เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัว หากไม่มีมาตรการออกมากระตุ้นในช่วง 4-5 เดือนสุดท้ายของปีนี้สถานการณ์น่าเป็นห่วง โดยมองว่าอสังหาริมทรัพย์มีธุรกิจที่เกี่ยวข้องอยู่จำนวนมากที่สามารถช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
ปัจจัยต่างประเทศ
- ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 16,990.69 จุด ร่วงลง 358.04 จุด หรือ -2.06%
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 350 จุดเมื่อคืนนี้ (20 ส.ค.) เนื่องจากการร่วงลงของตลาดหุ้นทั่วโลกส่งผลให้เกิดความวิตกกังวลว่า เศรษฐกิจทั่วโลกอาจชะลอตัวลงด้วย นอกจากนี้ ความกังวลในเรื่องดังกล่าวยังได้บดบังปัจจัยบวกจากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจที่ดีเกินคาดของสหรัฐ รวมถึงยอดขายบ้านมือสองที่พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 8 ปี
- ดัชนี FTSE 100 ลดลง 35.56 จุด หรือ 0.56% ปิดที่ 6,367.89 จุด
ตลาดหุ้นลอนดอนปิดร่วงลงเป็นวันที่ 8 ติดต่อกันเมื่อคืนนี้ (20 ส.ค.) โดยหุ้นกลุ่มธุรกิจสุขภาพถูกเทขายหนักสุด เนื่องจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก
- ดัชนีนิกเกอิร่วงลง 189.11 จุด หรือ 0.94% ปิดที่ 20,033.52 จุด
ดัชนีนิกเกอิปรับตัวลงตั้งแต่ตลาดเปิดทำการ และเคลื่อนไหวในแดนลบตลอดช่วงเช้านี้ หลังจากดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดตลาดร่วงลง ซึ่งส่งผลให้เกิดความวิตกกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนและผลกระทบที่จะมีต่อบรรดาประเทศคู่ค้าของจีน นอกเหนือจากความกังวลเรื่องการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนแล้ว ตลาดหุ้นโตเกียวยังได้รับปัจจัยลบจากการร่วงลงของตลาดหุ้นนิวยอร์กเมื่อคืนนี้ รวมทั้งเงินเยนที่แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เปิดเผยรายงานการประชุมเดือนก.ค.เมื่อคืนนี้ โดยเจ้าหน้าที่เฟดไม่ได้ส่งสัญญาณเรื่องการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนก.ย.
- สัญญาน้ำมันดิบ ส่งมอบเดือน ก.ย.เพิ่มขึ้น 34 เซนต์ ปิดที่ 41.14 ดอลลาร์/บาร์เรล
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ตลาดนิวยอร์กปิดขยับขึ้นเมื่อคืนนี้ (20 ส.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเข้าช้อนซื้อเก็งกำไรหลังจากสัญญาร่วงลงอย่างหนักเมื่อวันก่อน นอกจากนี้ สัญญาน้ำมันดิบยังได้รับแรงหนุนจากสกุลเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลง









