วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

Market Focus (14 ส.ค.58)

คาด SET ฟื้นตัวทางเทคนิคระยะสั้น

SET View

- แนวโน้ม SET รับผลกระทบเชิงลบจากความผันผวนในตลาดทุนทั่วโลก ด้วยการปรับตัวลดลงวานนี้กว่า 4 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายหนาแน่นกว่า 4.95 หมื่นล้านบาท แต่เราเห็นสัญญาณเชิงบวกเล็กน้อยจากการฟื้นตัววานนี้ หลังจากแตะระดับต่ำสุดระหว่างวันที่ 1382 จุดและเด้งกลับมาปิดที่ 1404 จุดซึ่งเป็นจุดสูงสุดของวัน ในเชิงกราฟ ถือว่า SET ทำรูปแบบกลับตัว (Hammer) ทำให้มีโอกาสฟื้นตัวทางเทคนิค (Technical rebound) โดยมีแนวต้าน 1415 จุด

อย่างไรก็ดี ความผันผวนในตลาดทุนยังมีอยู่ แม้ธนาคารกลางจีนออกมาให้ข่าวทำให้ตลาดหุ้นฟื้นตัวระยะสั้น (ดูหัวข้อ Strategy Talk) แต่วานนี้ ราคาน้ำมันดิบกลับดำดิ่งต่อ ทั้ง WTI ปรับฐานแรง 2.47% มาปิดที่ 42.23 เหรียญฯ/บาร์เรล เช่นเดียวกับ Brent ปรับตัวลดลง 0.9% มาปิดที่ 49.22 เหรียญฯ/บาร์เรล ด้วยความเสี่ยงดังกล่าว ในเชิงกลยุทธ์ เราแนะนำเก็งกำไรระยะสั้นพร้อมกำหนดจุดตัดขาดทุน 

ข่าว/ดัชนีเศรษฐกิจ

• คาดวันนี้มีการรายงานงบของ PTT, CK, ITD, SAMART, SYNTEC

  - กลยุทธ์การลงทุน :  นักลงทุนระยะสั้น ซื้อเก็งกำไรภายในวันคาดหวังการฟื้นตัวของ SET วันนี้ ตั้งจุดตัดขาดทุนที่ 1390 จุด/ นักลงทุนระยะกลาง-ยาว SET ยังผันผวนขาลง แนะนำให้รอซื้อบริเวณ 1360-1375 จุด

    Top Daily Pick : SAPPE (มูลค่าเหมาะสม 36.90 บาท) กำไร 2Q58 เติบโตโดดเด่น +56% QoQ, +28% YoY ตามคาด, แนวโน้มกำไร 3Q58 ขึ้นสู่จุดสูงสุดของปี, ได้ประโยชน์จากเงินบาทอ่อนค่า (สัดส่วนการส่งออ 60%) และ INTUCH (มูลค่าเหมาะสม 98 บาท) หุ้นปันผลเด่น ประกาศจ่ายปันผล 2.40 บาท คิดเป็นผลตอบแทนเงินปันผล 3%

    Technical Pick : AJD BTC NEWS TVO TC (โปรดอ่านบทวิเคราะห์ Technical เพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุน)

    Theme Plays : หุ้นปันผลเด่น (IRPC, INTUCH, EGCO) / หุ้นได้ประโยชน์จากเงินบาทอ่อนค่า (KCE, SVI, SAPPE)


พอร์ตลงทุน

Trading            AAV EGCO ADVANC BANPU BBL INTUCH SVI

Growth             WORK SVI NOK PTT TMB

Dividend           ADVANC KTIS HANA SPALI ROJNA SCB

Quant               M MAJOR HANA EGCO SCCC TSC BTS

- รายงานวันนี้

Update : PTTEP (“เก็งกำไร” / มูลค่าเหมาะสม 100 บาท) ยังมีความเสี่ยงจากราคาน้ำมันที่ผันผวน

Result : AP (“ซื้อ” / มูลค่าเหมาะสม 7.80 บาท) กำไร

Strategy Talk

- เงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าต่อเนื่อง ทำให้การลดดอกเบี้ยจำเป็นน้อยลง

• ธนาคารกลางจีน กล่าวว่า ไม่มีความจำเป็นต้องลดค่าเงินหยวนเพิ่มเติมแล้ว หลังจากใช้มาตรการลดค่าเงินหยวนจนอ่อนค่าอย่างรวดเร็วจาก 6.2 มาที่ 6.4 หยวน/เหรียญฯ ภายในเวลาเพียง 3 วัน เพราะพื้นฐานเศรษฐกิจยังแข็งแกร่ง และธนาคารกลางจีนมีความสามารถในการรักษาเสถียรภาพของค่าเงิน ป้องกันการเก็งกำไร เพราะธนาคารกลางจีนยังมีทุนสำรองเงินตราระหว่างประเทศในปริมาณมาก การออกมาให้ข่าวของธนาคารกลางจีน ทำให้ความผันผวนในตลาดทุนโลกลดลงในระยะสั้น หนุนให้ตลาดหุ้นเอเชียและยุโรป กลับมาฟื้นตัววานนี้

• ฝ่ายวิจัย Bank of America Merrill Lynch (BoAML) ปรับคาดการณ์ค่าเงินบาทสำหรับปี 58 และ 59 ดังนี้

                (ดูตามไฟล์แนบ)

           

โดยรวม BoAML มองเงินบาทไทย จะอ่อนค่ามากกว่าที่เคยประเมินไว้เดิม เนื่องจาก 2 ปัจจัยสำคัญ คือ 1) การลดค่าเงินหยวน ซึ่งส่งผลกระทบวงกว้างต่อสกุลเงินหลักในเอเชีย 2) การขึ้นดอกเบี้ยของ Fed จากมุมมองต่อค่าเงินบาทดังกล่าว ทำให้ BoAML ปรับมุมมองต่อทิศทางดอกเบี้ยไทยในปีนี้ จากเดิมที่คาดจะลดดอกเบี้ย 1 ครั้ง เปลี่ยนเป็น คงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.5% ตลอดทั้งปีนี้ เพราะความจำเป็นในการลดดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นการส่งออกมีน้อยลง ซึ่งการคงดอกเบี้ย ถือเป็นบวกต่อ Sentiment กลุ่มธนาคารขนาดใหญ่

หุ้นมีประเด็น

TUF (ซื้อ, มูลค่าเหมะสม 24.30 บาท)

• วานนี้ ราคาหุ้นดีดตัวแรงในการซื้อขายภาคบ่าย จนมาปิดที่ 18.60 บาท (+9.4%) หลังจากมีการรายงานกำไรสุทธิ 2Q58 เท่ากับ 1,412 ล้านบาท (-6% QoQ, -7% YoY) ดีกว่าการคาดการณ์ของฝ่ายวิจัยภัทร (คาด 1.3 พันล้านบาท) และ Bloomberg consensus (คาด 1.2 พันล้านบาท) ด้วยแรงหนุนจากอัตรากำไรขั้นต้น (Gross profit margin) ที่เพิ่มขึ้นเป็น 16.9% ใน 2Q58 (เทียบกับ 16.1% ใน 2Q57 และ 13.8% ใน 1Q58) เพราะผลประกอบการที่แข็งแกร่งของสินค้ามีแบรนด์ในยุโรป, ราคาวัตถุดิบปรับตัวลดลง,การฟื้นตัวของ USPN (ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงในสหรัฐฯ)

• การควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ยังคงทำได้ตามเป้าหมายของบริษัท แม้ SG&A ต่อรายได้ (SG&A-to-Sales) ขยับขึ้นเป็น 9.8% ใน 2Q58 เทียบกับ 9.4% ใน 2Q57 แต่เป็นเพราะค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวสำหรับการเข้าซื้อกิจการ หากไม่รวมรายการดังกล่าว SG&A-to-Sales จะลดลงเหลือ 9.4%

• ฝ่ายวิจัยภัทร คงประมาณการกำไรทั้งปีนี้ที่ 6.8 พันล้านบาท (+33.6% YoY) ปัจจัยหนุนการเติบโตใน 2Q58 คือ การอ่อนค่าของเงินบาท, ต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลง