วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

BH - ถือ

กำไรไตรมาส 2/58 ดีกว่าเราคาด พรอ้มปรับเพิ่มประมาณการ;แนวโน้มไตรมาส 3/58 แข็งแกร่ง

มากกว่าที่เราคาด

BH รายงานกำไรหลักที่ 849 ล้านบาทในไตรมาส 2/58 เพิ่มขึ้น 35% YoY แต่ลดลง 13% QoQ มากกว่าที่เราคาด 8% เนื่องจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีกว่าที่เราคาด (40.7% เทียบกับที่เราคาด 39.0%) ทั้งนี้กำไรไตรมาส 2/58 เป็นไปตามที่ตลาดคาด บริษัทประกาศเงินสดปันผลต่อหุ้นระหว่างกาลอยู่ที่ 0.9 บาทสำหรับผลประกอบการครึ่งปีแรกปี 2558 (เราคาดไว้ที่ 1.0 บาท) ซึ่งหมายถึงอัตราผลตอบแทนเบื้องต้นประมาณ 0.4% เท่านั้น ขึ้นเครื่องหมาย XD คือวันที่ 25 ส.ค. และจ่ายเงินปันผลในวันที่ 9 ก.ย.

ประเด็นหลักผลประกอบการ

การเติบโตของกำไรที่แข็งแกร่ง YoY หนุนจากรายได้ค่ารักษาพยาบาล 4.4 พันล้านบาท แม้ว่าจะอยู่ในช่วงโลว์ซีซั่น (จากผู้ป่วยต่างชาติ 66% และคนไทย 34%) เพิ่มขึ้น 16% YoY จากการฟื้นตัวของผู้ป่วยชาวต่างชาติ (เติบโตเพิ่มขึ้น 9% YoY สำหรับผู้ป่วยใน) ปริมาณผู้ป่วยในเพิ่มขึ้น 2% YoY แต่จำนวนผู้ป่วยนอกลดลง 2.5% YoY จากจำนวนผู้ป่วยชาวไทยที่ลดลง 6% YoY ในไตรมาส 2/58 ในช่วง 2 สัปดาห์หลังจากมีการตรวจพบโรค MERS เคสแรกที่ BH อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 2.3% YoY สัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายลดลงจาก 18.3% ในไตรมาส 2/57 เป็น 17.4% ในไตรมาส 2/58 ทั้งนี้กำไรลดลง QoQ จากอัตรากำไรขั้นต้นที่บางลง 1.7% และสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายที่เพิ่มขึ้น 1.4% ตามฤดูกาล โดยบริษัทยังคงสามารถรักษาสถานะเงินสดสุทธิ ณ สิ้นเดือนมิ.ย.

แนวโน้ม

เราคาดอัตราการเติบโตของผลประกอบการทั้ง YoY และ QoQ ในไตรมาส 3/58 ยังคงดีต่อเนื่องจากรายได้ค่ารักษาพยาบาลที่สูงขึ้นและอัตรากำไรที่มากขึ้นจากผลของไฮซีซั่น (ฤดูฝนและการบินเข้ามารับการรักษาของผู้ป่วยชาวตะวันออกกลาง) กำไรในไตรมาส 3/58 ไม่น่าจะสูงกว่ากำไรในไตรมาส 1/58 ทั้งนี้เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2557 จากความไม่สงบทางการเมืองนั้นพบ่ว่าจำนวนผู้ป่วยชาวต่างที่ต่ำมากจากความไม่สงบทางการเมืองในปี 2557 จะส่งผลจนถึงสิ้นสุดไตรมาส 3/58 อัตราการเติบโตของผลประกอบการ YoY คาดกลับมาสู่ระดับปกติในไตรมาส 4/58 จากการเติบโตที่สูงแบบผิดปกติตั้งแต่ไตรมาส 1/58-3/58


สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป

เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรหลักขึ้น 10% สำหรับปี 2558 และ 9% สำหรับปี 2559 เพื่อสะท้อนผลประกอบการที่ดีเกินคาดในครึ่งปีแรกปี 2558 เรายังปรับเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นขึ้น 1.2% เป็น 39.7% ในปี 2558 และ 1.5% เป็น 40.0% ในปี 2559 เพิ่มสะท้อนอัตรากำไรขั้นที่เติบโตต่อเนื่องจากผู้ป่วยเคสรุนแรงมากขึ้น โดยเราสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายลดลง 0.9 % ที่ 16.0% ในปี 2558 และ 0.5% ที่ 15.6% ในปี 2559 จากการควบคุมค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้เราคาดกำไรหลักเติบโต 32% ในปี 2558 และ 17% ในปี 2559 กำไรหลักครึ่งแรกปี 2558 คิดเป็น 51% ของที่เราประมาณการ

คำแนะนำ

ราคาหุ้นในปัจจุบันได้สะท้อนอัตราการเติบโตที่ขยายตัวแบบดีกว่าปกติสำหรับปี 2558 ไปมากแล้ว โดยปัจจุบันซื้อขายกันที่ค่า PER ปี 2558 สูงสุดที่ 42 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยของโลกตั้งแต่ปี 2549-2557 ที่ 4 ส่วนเบียงเบนมาตรฐาน และสูงกว่าค่าเฉลี่ยโรงพยาบาลโลกที่ 38 เท่าอยู่มาก โดยอัตราการเติบโตของกำไรตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นไปคาดกลับมาสู่ระดับปกติที่ 15-20% ต่อปี ดังนั้น เรายังคงคำแนะนำ ถือ ด้วยราคาเป้าหมายใหม่ ณ สิ้นปี 2558 (คิดด้วยวิธี DCF) ที่ 188 บาท (เพิ่มจาก 155 บาท) สะท้อนการปรับประมาณการเพิ่มขึ้นดังข้างต้น อ้างอิงจาก WACC 9.0% และ terminal growth rate ที่ 2% เราแนะ นักลงทุนรอราคาเข้าซื้อสะสมที่เหมาะสมที่ราคาใกล้เคียง 184 บาท ซึ่งใกล้เคียงกับค่า PER เฉลี่ยปี 2558 ของโลก