บริษัท ศรีสวัสดิ์ พาวเวอร์ 1979 จำกัด(มหาชน) หรือ SAWAD เป็นบริษัทให้บริการสินเชื่อรายย่อยชั้นนำ
ที่เข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่ไม่สามารถขอสินเชื่อจากธนาคารได้ จากการที่ SAWAD มีทีมทวงหนี้ที่แข็งแกร่งทำให้ในปีนี้ ธุรกิจรับบริการทวงหนี้ กลายเป็นแหล่งรายได้ใหม่ที่เพิ่มกำไรให้บริษัทโดยมีธนาคารพาณิชย์หลายแห่งมาใช้บริการ
ด้านการขยายตัวของธุรกิจปีนี้SAWAD เปิดสาขาไปแล้ว 400 สาขา มากกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 350 สาขาทำให้ SAWAD ต้องเปลี่ยนเป้าหมายใหม่เป็น 600 สาขา
ด้านการคาดการณ์อัตราการเติบโตของกำไร จากการสนับสนุนของรัฐบาลที่ต้องการขจัดหนี้นอกระบบ ที่คิดดอกเบี้ยสูงเกินจริง ทำให้ SAWAD ได้ประโยชน์จากนโยบายนี้ ทำให้ปีนี้เราคาดว่าจะสามารถเติบโตได้ ที่ 35% และปีหน้าที่ 38%
SAWAD มีส่วนต่างจากอัตราดอกเบี้ยจากการให้กู้ยืมเฉลี่ยสูงถึง25% เทียบกับของธนาคารพาณิชย์ 2-3% นอกจากนี้ SAWAD ยังมีใบอนุญาตประกอบธุรกิจ Nano financing ซึ่งมีเพดานดอกเบี้ยสูงสุดที่ 36%ทำให้ SAWAD มีส่วนต่างรายได้จากอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าธนาคารพาณิชย์มาก
อย่างไรก็ตาม SAWAD จะมีความเสี่ยงในส่วนของหนี้เสียสูงกว่าธนาคารพาณิชย์ โดยที่อัตราส่วน NPLsต่อสินเชื่อรวมอยู่ที่ระดับ 5%+ขณะที่ธนาคารพาณิชย์ อยู่ที่ 2%-3% และมีความเสี่ยงว่าหากเศรษฐกิจไม่ดี หนี้ NPL จะมีแนวโน้มสูงขึ้นมากและเร็วกว่า
หากพิจารณาจากปัจจัยพื้นฐานในปัจจุบันSAWAD ถือเป็นหุ้นในลักษณะ Growth Stockโดยมีอัตราการเติบโตของกำไรสูงมากดังได้กล่าวแล้วข้างต้น นอกจากนี้ยังมีอัตราส่วนกำไรสุทธิต่อส่วนผู้ถือหุ้น (ROE) สูงที่ 30%
บล.เอเชีย เวลท์ จึงแนะนำซื้อ ที่ราคาเป้าหมายที่ 48 บาท โดยสามารถซื้อลงทุนในระยะยาว หรือจะเทรดรายวันก็ได้
ปัจจัยติดตามสัปดาห์นี้
ต่างประเทศ สัปดาห์นี้ ต้องจับตาการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจ ของ จีนหลายตัว ว่าจะยังไม่ดีเหมือนที่ผ่านมาอีกหรือไม่ ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา ต่างชาติเริ่มไม่ค่อยเชื่อถือกับตัวเลขGDPที่จีนประกาศออกมา ต้องติดตามดูว่า นักลงทุนส่วนใหญ่ตอบสนองกับตัวเลขเศรษฐกิจของจีนอย่างไร
ด้านสหรัฐ หลังการประกาศตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร(Non-farm Payroll) ของเดือน ก.ค.เมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งออกมาดีพอสมควรแม้จะต่ำกว่าที่ตลาดคาดและตัวเลขอัตราการว่างงานที่ออกมาคงตัว 5.3% ต่ำสุดในรอบ 7 ปีทำให้กลับมากลัว Federal Reserve จะเร่งขึ้นดอกเบี้ยกันอีกแล้ว จับตาตัวเลขเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่จะออกมาอีกในสัปดาห์นี้ ด้านผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน ไตรมาส 2 ของสหรัฐฯโดยรวมน่าจะออกมาไม่ดีนัก
ด้านยุโรป ธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะออกรายงานการประชุมคณะกรรมการการเงินล่าสุดออกมาวันพฤหัสซึ่งคาดว่าการขยายตัวเศรษฐกิจยุโรปน่าจะออกมาดีจากมาตรการQE กระตุ้นเศรษฐกิจที่มีอย่างต่อเนื่อง และปัญหาของกรีซที่คลี่คลาย
ด้านปัจจัยในประเทศ ยังต้องติดตามตัวเลข ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนในไตรมาส 2 ที่โดยรวมน่าจะออกมาเสมอตัว
กรอบดัชนี & กลยุทธ์การลงทุน
บล.เอเชีย เวลท์ มองกรอบดัชนีสัปดาห์นี้ที่ 1,418-1,438 จุดโดยแนะนำลงทุนในหุ้นปันผล และหุ้นกลุ่มส่งออก ที่ได้รับประโยชน์จากเงินบาทอ่อนค่า เช่น หุ้นกลุ่มอิเล็คทรอนิค









