กำไรไตรมาส 1/59 ต่ำกว่าคาดจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง
กำไรไตรมาส 1/59 ปรับตัวลดลงจากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มสูงขึ้น
STANLY รายงานกำไรไตรมาส 1/59 (เม.ย.-มิ.ย. 2558) ที่ 176 ล้านบาท ลดลง 14% YoY และ 52% QoQ ผลประกอบการต่ำกว่าประมาณการของเรา 26% และต่ำกว่าประมาณการตลาด 20% พร้อมกันนี้กำไรไตรมาส 1/58 ยังคิดเป็น 17% ของประมาณการใหม่กำไรปี 2558 ของเราที่ 1,060 ล้านบาท
ประเด็นหลักจากผลประกอบการ
รายได้เพิ่มขึ้นก้าวกระโดด 18% YoY แต่ลดลง 12% QoQ เป็น 2.4 พันล้านบาท รายได้เพิ่มขึ้น YoY ส่วนใหญ่มาจากยอดคำสั่งซื้อใหม่สำหรับมิตซูบิชิ (ไททันและแอททราจ), นิสสัน (นาว่าร่าโฉมใหม่) และฮอนด้า (แอคคอร์ดตัวใหม่) ทั้งนี้ให้สังเกตว่ายอดการผลิตยานยนต์เดือนเม.ย.-ก.ค. 2558 เป็น 4.11 แสนคัน ลดลง 22% QoQ และ 5.7% YoY อัตรากำไรขั้นต้นของ STANLY ลดลง 13.7% ในไตรมาส 1/59 จาก 20.2% ในไตรมาสก่อนหน้า และ 17.6% ในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว (จากงบลงทุนที่เพิ่มสูงขึ้นสำหรับการผลิตเพื่อหนุนโมเดลรถยนต์ใหม่) ตามที่ได้กล่าวไว้ในข้างต้น
อัตราการใช้กำลังการผลิตของสายการผลิตใหม่ของบริษัท (สายการผลิตที่เจ็ด) ปรับตัวสูงขึ้นไปใกล้เคียง 60% การที่ไม่สามารถสร้างการประหยัดของธุรกิจได้ในสายการผลิตที่เจ็ดนี้ส่วนใหญ่ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง YoY ในไตรมาส พร้อมกันนี้ ผู้บริหารคาดว่าอัตราการผลิตของสายการผลิตใหม่นี้จะขึ้นไปแตะที่ 70% ในช่วงปลายครึ่งหลังของปี 2559 (ต.ค.-มี.ค. 2559)
แนวโน้ม
เราคาดว่า STANLY จะรายงานกำไรหลักเติบโต QoQ สำหรับไตรมาส 2/59 (ก.ค.-ก.ย. 2558) จากการปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้นและยอดขาย ทั้งนี้ให้สังเกตว่าสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยคาดการณ์ว่าการผลิตรถยนต์ไทยในปี 2558 จะโต 10% เป็น 2.1 ล้านคัน หลังจากที่หดตัวลง 18% ในปี 2557 เรามองเห็นโอกาสที่สภาอุตสาหกรรมจะปรับลดประมาณการณ์ดังกล่าวลงเนื่องจากยอดการผลิตยานยนต์ในช่วงครึ่งแรกของปี 2558 หดตัวลง 2% YoY เป็น 9.35 แสนคัน
สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป
เราปรับลดประมาณการกำไรปี 2559 ลง 22% เป็น 1.06 พันล้านบาท และปี 2560 ลง 17.9% เป็น 1.2 พันล้านบาท การปรับลดประมาณการนี้เป็นการสะท้อนยอดขายลดลงกว่าประมาณการของเราก่อนหน้าโดยเราปรับลดยอดขายลงเป็นไม่เปลี่ยนแปลงจากปีก่อนจากเดิมที่คาดว่าจะโต5.0% และปรับตัวสูงขึ้น 7% ในปี 2560 จากก่อนหน้าที่คาดว่าจะโตถึง 10%
คำแนะนำ
กลุ่มยานยนต์มีแนวโน้มใช้เวลาในการฟื้นตัวมากกว่าที่เราคาดการณ์ไว้ จากเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้าลง และอุปสงค์ส่งออกยานยนต์ที่ไม่สดใส เราคาดว่าอุตสาหกรรมจะเริ่มฟื้นตัวในไตรมาส 4/58 ดังนั้น STANLY จะค่อยๆเห็นยอดคำสั่งซื้อที่แข็งแกร่งขึ้น (นิสสัน, มิตซูบิชิ และฮอนด้า) ในช่วงปลายไตรมาส 3/59 (ต.ค.-ธ.ค.2558) เป็นต้นไป เนื่องจากในหกเดือนข้างหน้าของปีนี้มีแนวโน้มชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง จากต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น, ยอดขายรถยนต์ใหม่ที่ลดลง เราจึงปรับลดคำแนะนำ STANLY ลงเป็น ขาย จากเดิมที่เป็น ซื้อ ด้วยราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2559 เหลือ 166 บาท อ้างอิงค่าเฉลี่ยกลุ่มที่ 12เท่า









