วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

MCOT - ขาย

ปรับลดประมาณการกำไรปี 2558 ลงอีกครั้ง

ประเด็นการลงทุน

ถึงแม้ว่ากำไรสุทธิและราคาหุ้นของ MCOT จะมีแนวโน้มผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วก็ตามในช่วงครึ่งแรกของปี 2558 พร้อมกับความคาดหวังว่ากำไรสุทธิมีแนวโน้มที่จะฟื้นตัวในช่วงครึ่งหลังของปี 2558 แต่เราก็ยังคงตั้งข้อสงสัยว่าการฟื้นตัวในช่วงครึ่งหลังของปี 2558 จนถึงปี 2559 จะมากเพียงใด รวมถึงความยั่งยืนของการปรับเพิ่มขึ้นของเรตติ้งช่องเอชดีและช่องแฟมิลี่จะต่อเนื่องในระยะยาวหรือไม่ การปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2558 ลงจากเดิมอีกครั้งส่งผลให้ราคาหุ้นของ MCOT ที่ซื้อขาย ณ ปัจจุบันไม่ถูกอีกต่อไปแล้ว ในขณะเดียวกันอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลถือว่าไม่ได้อยู่ในระดับที่น่าสนใจอีกต่อไป เรายังคงตั้งคำถามถึงความสามารถในการแข่งขันของ MCOT เทียบกับผู้ประกอบการทีวีดิจิตอลรายอื่นๆ ในระยะยาว เรายังคงคำแนะนำ ขาย เนื่องจากปัจจัยพื้นฐานที่ยังคงอ่อนแอ ราคาหุ้น ณ ปัจจุบันที่แพงและอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ไม่น่าสนใจ

เรตติ้งช่องเอชดีของ MCOT ฟื้นตัวในเดือนพ.ค.

เรตติ้งเฉลี่ย (ทั่วประเทศอายุตั้งแต่ 4 ปีขึ้นไป) สำหรับช่องเอชดี (ออกอากาศคู่ขนานกับช่องอนาล็อก) ของ MCOT ปรับเพิ่มขึ้นจาก 0.207 ในเดือนเม.ย.ไปเป็น 0.236 ในเดือนพ.ค.และ 0.295 ในเดือนมิ.ย. ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับผังรายการของช่องเอชดีในเดือนมี.ค. และการถ่ายทอดสดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ในเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมาผ่านทีวีพูลของช่องทีวีอนาล็อกทั้งหมด 6 ช่อง สำหรับเรตติ้งช่องแฟมิลี่ก็ปรับเพิ่มขึ้นจาก 0.007 ในเดือนก.พ. มาเป็น 0.015 ในเดือนมี.ค. และ 0.035 ในเดือนมิ.ย ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับผังรายการช่องแฟมิลี่ในเดือนพ.ค.เช่นกัน เรตติ้งช่องแฟมิลี่ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ 0.037 ในช่วงระหว่างวันที่ 1-19 ก.ค. เราคิดว่าการปรับเพิ่มขึ้นของเรตติ้งของทั้งสองช่องของ MCOT ถือว่าเป็นผลกระทบทางบวกระยะสั้นและไม่น่าจะยั่งยืนในระยะยาวเนื่องจากคุณภาพคอนเท้นต์รายการของ MCOT ที่ยังคงด้อยกว่าคู่แข่งรวมถึงราคาอัตราค่าโฆษณาซึ่งอยู่ในระดับที่แพงกว่าคู่แข่งด้วย เราคิดว่าการปรับเพิ่มขึ้น MoM ของช่องแฟมิลี่ของ MCOT ยังคงถือว่าเล็กน้อยมาก

ส่องกล้องไตรมาส 2/58—กำไรหลักลดลงอย่างมาก

เราคาดกำไรสุทธิไตรมาส 2/58 ที่ 50 ล้านบาท ลดลง 69% YoY แต่เพิ่มขึ้น 84% QoQ เนื่องจาก ณ ปัจจุบันยังคงไม่มีความชัดเจนในเรื่องวิธีการบันทึกทางบัญชีสำหรับการรับรู้รายได้/กำไรครั้งเดียวที่รับจากทรูวิชั่นส์สำหรับทรูวิชั่นส์ที่ทำการซื้อคืนอุปกรณ์ภายใต้สัญญาสัมปทานกลับคืนมาจาก MCOT เราใช้สมมติฐานอย่างอนุรักษ์นิยมว่าบริษัทจะทำการบันทึกกำไรดังกล่าวจำนวน 21 ล้านบาทในไตรมาส 2/58 และถ้าไม่รวมกำไรที่บันทึกเพียงครั้งเดียวดังกล่าว กำไรหลักมีแนวโน้มอยู่ที่ 29 ล้านบาท ลดลง 82% YoY แต่เพิ่มขึ้น 7% QoQ

กำไรหลักที่หดตัวลง YoY เนื่องจากรายได้โฆษณาที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ (ซึ่งเป็นผลมาจากภาวะการบริโภคที่ยังคงชะลอตัวและเรตติ้งของช่องที่ลดลง) รวมถึงรายได้ค่าสัมปทานที่ลดลงเช่นกัน (เนื่องจากทรูวิชั่นส์ทำการย้ายลูกค้าจากสัมปทานของ MCOT ไปยังบริษัทใหม่ที่ได้รับใบอนุญาตจากกสทช.) รวมถึงค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มสูงขึ้นจากการปรับผังรายการของทั้งสองช่องในไตรมาส 2/58 กำไรหลักที่เพิ่มขึ้น QoQ เนื่องจากเป็นช่วงไฮซีซั่น เราคาดรายได้โฆษณาทีวีมีแนวโน้มลดลง 34% YoY และรายได้สัมปทานมีแนวโน้มลดลง 39% YoY สำหรับในไตรมาส 2/58 แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม รายได้โฆษณาวิทยุยังคงมีแนวโน้มเติบโตแข็งแกร่งในไตรมาสนี้ เพิ่มขึ้น 10% YoY เราใช้สมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นที่ 26.9% ในไตรมาส 2/58 เทียบกับ 39.5% ในไตรมาส 2/57 และ 24.8% ในไตรมาส 1/58

ปรับลดประมาณการกำไรปี 2558 ลงอีกครั้ง

เราทำการปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2558 ลงอีก 49% (เป็น 204 ล้านบาท) และประมาณการกำไรหลักปี 2558 ลงอีก 54% (เป็น 183 ล้านบาท) เพื่อสะท้อนความคาดหวังต่อกำไรไตรมาส 2/58 ที่ลดลงจากเดิม รวมถึงการฟื้นตัวของกำไรในช่วงครึ่งหลังของปี 2558 ที่ล่าช้าเนื่องจากการบริโภคที่ฟื้นตัวช้ากว่าคาด