"ทวารัฐ" คาด ช่วง 3 - 6 เดือน "น้ำมัน-แอลพีจี" ราคาถูกลง ตามเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ยันไม่ยกเลิกโซฮอล์ 91 ด้าน ปตท. ชี้ดีเซลมีลุ้นแตะ 23 บาท
นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.) เปิดเผยว่า ระดับราคาน้ำมันและก๊าซหุงต้ม(แอลพีจี) ตลาดโลกจะมีทิศทางอ่อนตัวลง ภายในระยะ 3-6 เดือนข้างหน้า เนื่องจากปัจจัยภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ประกอบกับปริมาณน้ำมันตลาดโลกมีเพิ่มขึ้นจากปริมาณน้ำมันของอิหร่าน หลังบรรลุข้อตกลงด้านนิวเคลียร์กับชาติมหาอำนาจ รวมถึงการผลิตน้ำมันและก๊าซจากชั้นหินดินดานโดยเฉลี่ยปีนี้น้ำมันดิบดูไบจะอยู่ที่ 50 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลจากปีที่ผ่านมาเฉลี่ยที่ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งผู้บริโภคในประเทศจะได้รับประโยชน์ในการใช้พลังงานในระดับราคาที่ถูกลง
อย่างไรก็ตามทิศทางน้ำมันที่ลดลงจะส่งผลให้การขับเคลื่อนแผนการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนอาจได้รับผลกระทบบ้าง ซึ่งจำเป็นจะต้องปรับให้เข้มข้นมากขึ้นดังนั้นการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.) เดือนส.ค.นี้จะเสนอแผนอนุรักษ์พลังงาน( ปี58-79) ที่จะปรับเป้าหมายการอนุรักษ์พลังงานจาก 25% เป็น 30 % และกพช.ในเดือนก.ย.58 จะเสนอแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก 20 ปี แผนพัฒนาก๊าซธรรมชาติและการจัดหาระยะยาว และแผนน้ำมัน โดยในแผนน้ำมันนั้นสนพ.จะเน้นส่งเสริมแก๊สโซฮอล์ อี 20 โดยยืนยันจะไม่ยกเลิกการจำหน่ายแก๊สโซฮอล์ 91 หรือ 95 ชนิดใดชนิดหนึ่ง แต่จะกำหนดราคาน้ำมัน 2 ชนิดให้ไม่ต่างกันมากเพื่อให้ผู้บริโภคตัดสินใจที่จะเลือกใช้และในที่สุดการตลาดจะทำให้ผู้ค้าน้ำมันเห็นทางเลือกและยกเลิกจำหน่ายน้ำมันไปเอง
"รัฐได้ปรับโครงสร้างราคาน้ำมันที่ให้สะท้อนกลไกตลาดโลกและภาษีสรรพสามิตเรียบร้อยแล้วเหลือเพียงในส่วนของก๊าซฯโดยแอลพีจีก็เหลือเรื่องภาษีสรรพสามิต โดยราคาขณะนี้ตลาดโลกมีทิศทางอ่อนตัวแอลพีจีเดือนส.ค.จะปรับลดหรือไม่คงจะต้องขอนโยบายจากรัฐมนตรีก่อนเพราะถ้าหากลงไม่มากก็อาจจะเก็บเงินสะสมเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงแทน ส่วนเอ็นจีวี ยังไม่ได้ปรับราคาให้สะท้อนต้นทุนรวมถึงภาษีฯซึ่งจะติดตามราคาโลกใกล้ชิดเพราะหากอ่อนค่ามาก็อาจจะสามารถลอยตัวราคาได้ทันที"
แหล่งข่าวจากบมจ.ปตท.กล่าวยอมรับว่า หากระดับราคาน้ำมันตลาดโลกมีราคาต่ำลงก็มีโอกาสเห็นราคาดีเซลแตะระดับ 23 บาทต่อลิตรได้ในช่วง1-2 เดือนนี้แต่ก็คงจะต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดในช่วงไตรมาส 4 ที่จะเข้าสู่ฤดูหนาวที่ปกติราคาดีเซลจะสูงขึ้นเพราะความต้องการเพิ่ม









