วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

PTT - ซื้อ

ปรับเพิ่มคำแนะนำเป็น ซื้อ

เราปรับเพิ่มคำแนะนำหุ้น บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT เป็น “ซื้อ” จากแนวโน้มกำไรสุทธิที่สดใสในไตรมาสต่อไป PTT เป็น top pick ของเราในกลุ่มน้ำมันและก๊าซจากกำไรสุทธิที่แข็งแกร่งและ valuation ที่ถูกด้วย 2015F PE ที่ 9.3 เท่า ซึ่งน้อยกว่าบริษัทในกลุ่มน้ำมันและก๊าซในระดับภูมิภาคอยู่ 53.5% 

นอกจากนี้ เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิในปี 58 ขึ้น 6% เพื่อสะท้อนกำไรจากการขายหุ้น BCP และกำไรที่สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้จากการปรับราคา LPG ด้านราคาเป้าหมายอยู่ที่ 410.00 บาท

เหตุการณ์ใหม่ : มีพัฒนาการเชิงบวกหลายอย่างในช่วงเดือนที่ผ่านมารวมทั้งการปรับลด capex ท่ามกลางราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับต่ำ การขายทรัพย์สินย่อยได้แก่ BCP และธุรกิจน้ำมันปาล์มในอินโดนีเซียและประโยชน์ที่ได้รับจากการปฏิรูปพลังงานโดยการปรับขึ้นราคา LPG และ NGV

ผลบวกต่อเนื่องจากการปรับขึ้นราคา NGV The Energy Policy Administration Committee (EPAC) ได้มีคำสั่งให้สำนักงานนโยบายและแผนพลังงานเสนอเรื่องแก่คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติเพื่อทยอยปรับเพิ่มราคา NGV ขึ้นที่ 1 บาทต่อกิโลกรัมต่อเดือน ในไตรมาส 4/57 และ 0.5 บาท/กก. ในเดือน ม.ค.2558 ราคาขายปลีกของ NGV ในขณะนี้อยู่ที่ 13.0 บาท/กก. ซึ่งจะส่งผลบวกโดยตรงกับ PTT เนื่องจากราคา NGV ขณะนี้ต่ำกว่าต้นทุนการผลิตที่อยู่ที่ 14.50 บาท/กก.

ควบคู่ไปกับการปรับราคา EBI loss จาก NGV ของ PTT จะลดลงจาก 6,000 ล้านบาทในไตรมาส 4/57 มาอยู่ที่ 3,300 ล้านบาทในไตรมาส 1/58 ผู้ใช้ NGV เรียกร้องให้กระทรวงพลังงานพิจารณากำหนดราคา NGV ที่ขายในปั๊มที่ราคาครึ่งหนึ่งของราคา NGV ว่าเป็นสินค้าทดแทน ราคาดีเซลที่ขายที่ปั๊มน้ำมันอยู่ที่ประมาณ 26 บาท/ลิตร ในขณะนี้ซึ่งมีการใช้สูตรการคำนวณราคาดังกล่าวมายาวนานกว่าทศวรรษและทำให้อยู่ระหว่างการทบทวนสูตรคำนวณราคาอยู่ในขณะนี้

ผลกระทบในอนาคต : PTT ขายการลงทุนใน PT Mitra Aneka Rezeki ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทรัพย์สินของโรงผลิตน้ำมันปาล์มที่ PTT เป็นเจ้าของในอินโดนีเซียที่มูลค่า 35 ล้านดอลลาร์ ด้าน book value ของทรัพย์สินดังกล่าวอยู่ที่ 43.8 ล้านดอลลาร์ (ณ วันที่ 8 มิ.ย.2558) แม้ PTT จะบันทึกผลขาดทุนที่ 8.8 ล้านดอลลาร์ จากการขายทรัพย์สินดังกล่าวในไตรมาส 2/58 แต่เราคิดว่าเป็นการพัฒนาเชิงบวกเนื่องจาก PTT ขายทรัพย์สินที่มีผลงานที่ไม่ดีออกไป

PTT ขายหุ้น 27.2% ใน BCP ออกไปให้กองทุนวายุภักษ์และสำนักงานประกันสังคมและคาดจะบันทึกรายได้สุทธิที่ 3,200 ล้านบาทในไตรมาส 2/58

ช่องว่างของ valuation ระหว่าง SCC และ PTT มากที่สุดในรอบ 3 ปี เราเห็นช่องว่างของ forward PE ระหว่าง SCC และ PTT (forward PE ของ SCC - forward PE ของ PTT) เพิ่มขึ้นอยู่ที่ 7.1 เท่าในขณะนี้ซึ่งสูงที่สุดในรอบ 3 ปีและเกือบเท่ากับ +2SD จากระดับต่ำสุดที่ -0.4 เท่า ในเดือน ธ.ค.2556

ด้วยสาเหตุหลักจากราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับต่ำซึ่งเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของผู้ผลิตโอเลฟินส์ naphtha-based อาทิ SCC ให้ขึ้นมาเทียบเท่ากับผู้ผลิตโอเลฟินส์ gas-based (PTT และ PTTGC) อย่างไรก็ดี เราคาดว่าราคาน้ำมันจะเริ่มปรับตัวดีขึ้นในช่วง 2H58 และจะลดความสามารถในการแข่งขันของ SCC ลง
ดังนั้น ช่องว่างของ valuation ระหว่าง SCC และ PTT น่าจะแคบลงมาอยู่ที่ระดับเฉลี่ยในอดีตที่ 4.2 เท่าในอนาคตอันใกล้

คำแนะนำ : ปรับเพิ่มคำแนะนำเป็น ซื้อ ด้วยราคาเป้าหมายที่ 410.00 บาท (จาก 375.00 บาท) อิงด้วยวิธี SOTP หุ้น PTT เป็น top pick ของเราในกลุ่มน้ำมันและก๊าซในขณะนี้จากกำไรสุทธิที่แข็งแกร่งและ valuation ที่ถูกด้วย 2015F PE ที่ 9.3 เท่า เทียบกับ forward PE เฉลี่ยในรอบ 5 ปีที่ 10.3 เท่า

เรายังชอบหุ้น PTT มากกว่า SCC จากภาพรวมกำไรสุทธิที่ดีขึ้นในช่วง 2-3 ไตรมาสต่อจากนี้ เราคาดว่ากำไรสุทธิของ SCC จะสูงที่สุดในไตรมาส 2/58 และจะลดลงในช่วง 2H58 จากค่าเสื่อมราคาที่สูงขึ้นหลังโรงผลิตซีเมนต์ใหม่ที่กัมพูชาและอินโดนีเซียเริ่มดำเนินการผลิต นอกจากนี้ ช่องว่างของ valuation ระหว่าง SCC และ PTT น่าจะแคบลงมาอยู่ที่ระดับปกติที่ 4.2 เท่า