กตัวทดสอบแนวรับ 1500 จุด
SET View
- แนวโน้ม เรามีมุมมองเป็นลบต่อ SET หลังจากเมื่อวานนี้ SET อ่อนแรงกว่าที่เราคาดจนหลุดเส้นค่าเฉลี่ย 10 วันบริเวณ 1510 จุด ด้วยแรงกดดันจากกลุ่มขนส่ง (-2%), กลุ่มสื่อสาร (-1.7%) และ กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง (-1.7%) เป็นที่น่าสังเกตว่า มูลค่าการซื้อขายลดลงเหลือเพียง 2.77 หมื่นล้านบาท ต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย.58 (2.48 หมื่นล้านบาท) คาดวันนี้ SET แกว่งตัวในแดนลบเป็นส่วนใหญ่ คาดว่าจะอยู่ในกรอบ 1,500 – 1,510 จุด ปัจจัยลบหลักในช่วงนี้ คือ ปัญหาหนี้กรีซ (ดูรายละเอียดเพิ่มเติมใน Strategy Talk)
เมื่อวานนี้ รมว.คลัง เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับแผนการขายหุ้นของกระทรวงการคลังว่า เบื้องต้นจะเน้นขายหุ้นบริษัทที่อยู่นอกตลาดหลักทรัพย์ก่อน และบริษัทลูกของรัฐวิสาหกิจที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ดังนั้น เรามองว่า แรงกดดันจากข่าวนี้ ต่อราคาหุ้นในตลาดน่าจะเบาบางลง
สำหรับยอดผลิตรถยนต์เดือน เม.ย. หดตัวติดลบ 2% YoY แม้ยอดส่งออกเติบโตได้ดี 18% YoY แต่ยอดขายในประเทศกลับหดตัวมากถึง 26% YoY แต่เราประเมินยอดผลิตรถยนต์จะปรับตัวดีขึ้นใน 2H58 จาก 1) การเปิดตัวรถรุ่นใหม่ของหลายค่าย และ 2) ภาครัฐเตรียมปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ในปีหน้า ส่งผลให้ราคารถหลายรุ่นจะถูกปรับเพิ่มขึ้นในปีหน้า กระตุ้นให้ผู้ซื้อต้องเร่งซื้อรถภายในปีนี้ (ดูรายละเอียดเพิ่มเติมในบทวิเคราะห์ Sector Update เช้านี้)
- กลยุทธ์การลงทุน : SET มีความผันผวนทางลงมากขึ้น และมีโอกาสลงไปทดสอบแนวรับจิตวิทยา 1500 จุด หากหลุดระดับดังกล่าว มีความเสี่ยงทางลงได้ถึงระดับ 1485 จุด (จุดต่ำสุดเดิมที่ทำไว้เมื่อ 12 พ.ค.) กลยุทธ์เน้นปลอดภัยไว้ก่อน รอซื้อเมื่อราคาอ่อนตัว
Top Daily Pick : PTT (มูลค่าเหมาะสม 385 บาท) และ SAT (มูลค่าเหมาะสม 22 บาท)
Technical Pick : THANI CGD PRIN NYT TPOLY (โปรดอ่านบทวิเคราะห์ Technical เพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุน)
Theme Plays : Global plays หุ้นเกี่ยวข้องกับปัจจัยภายนอกมีความเสี่ยงน้อยว่าปัจจัยในประเทศ (PTT)/ หุ้นที่ได้รับคัดเลือกเข้า MSCI Global Small Cap รอบ พ.ค.58 (BEAUTY, WORK)/ หุ้นได้ประโยชน์จากเงินบาทอ่อนค่า (SVI, SAPPE)/ กลุ่มโรงแรม (MINT, ERW) จำนวนนักท่องเที่ยวเดือนเมษายนทำสถิติสูงสุดในประวัติการณ์
Strategy Talk
- หนทางที่ยากลำบากสำหรับกรีซ รออยู่ข้างหน้า
Bank of America Merrill Lynch (BoAML) เชื่อว่า กรีซจะอยู่ในยูโรโซนต่อไปและปัญหาหนี้กรีซจะมีการประนีประนอมกันได้ แต่ต้องใช้เวลาในการเจรจา และต้องรอจนถึงวินาทีสุดท้ายจึงจะพบทางออก ทาง BoAML คาดเส้นตายที่แท้จริงของการเจรจา คือ ปลายเดือน มิ.ย.นี้ ประเด็นสำคัญที่ทำให้กรีซและเจ้าหนี้ ยังตกลงกันไม่ได้ คือ แผนปฏิรูป โดยเฉพาะการตัดลดบำเหน็จบำนาญข้าราชการ และการลดจำนวนเจ้าหน้าที่รัฐ
ความกังวลต่อความเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้ของกรีซเพิ่มสูงขึ้น หลังจากคนในรัฐบาลกรีซ อย่าง รมว.คลังช่วงต้นเดือน พ.ค. และรมว.กิจการภายใน เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ออกมาตอกย้ำหลายครั้งถึงปัญหาสภาพคล่องของประเทศ
ระหว่างเดือน มิ.ย.-ก.ค. กรีซมีภาระหนี้ที่ต้องชำระแก่องค์กรอย่าง IMF และ ECB รวมกันมากถึง 6.2 พันล้านยูโร (ดูตารางด้านล่าง) และหากรวมถึงหนี้จากพันธบัตรกรีซที่ถือครองโดยภาคเอกชน จะทำให้หนี้ครบกำหนดใน 2 เดือนดังกล่าว มีมูลค่าสูงถึงกว่า 8 พันล้านยูโร ขณะที่การหารายได้ของรัฐ ทำได้ลำบากเพราะเศรษฐกิจชะลอตัวทำให้การเก็บภาษีน้อยลง กดดันให้รัฐสภากรีซผ่านกฎหมายพิเศษเพื่อให้รัฐบาลนำทุนสำรองมูลค่าราว 1.5-2.5 พันล้านยูโรเป็นกรณีพิเศษ เมื่อ 20 เม.ย.
แต่คาดว่า เงินทุนสำรองดังกล่าว จะถูกนำมาใช้ได้ถึงปลายเดือน มิ.ย.เท่านั้น เพราะภาระชำระหนี้แก่ IMF ในเดือน มิ.ย. มีมูลค่ารวมกว่า 1.6 พันล้านยูโร
ท้ายที่สุด ทางออกสำหรับปัญหานี้ อาจเป็นการยืดเทอมการชำระหนี้ของกรีซออกไป หรือ ให้พรรคการเมืองที่มีท่าทีประณีประนอมมากกว่าขึ้นมาบริหารประเทศ แต่ในระหว่างที่การเจรจายังไม่สำเร็จลุล่วง เราประเมินว่า ปัญหานี้จะมีน้ำหนักเข้ามากดดันตลาดหุ้นโลกเป็นระยะ ในช่วง 1-2 เดือนนี้









