วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

อิชิตันส่งไบเล่ลงสนามพร้อมลุยเออีซี

"อิชิตัน" ส่งไบเล่ส้ม-องุ่นแดงลงสนาม หวังชิงส่วนแบ่งตลาดน้ำผลไม้ พร้อมอัดแคมเปญใหญ่ลุยตลาดในประเทศ-อาเซียน

นายตัน ภาสกรนที กรรมการผู้อำนวยการ บมจ.อิชิตัน กรุ๊ป (ICHI) กล่าวว่า บริษัทได้ปรับภาพลักษณ์ใหม่ของน้ำผลไม้ไม่อัดลมแบรนด์ "ไบเล่" เปลี่ยนจากขวดแก้วมาเป็นขวด PET โดยส่ง 2 รสชาติแรก ได้แก่ ไบเล่ น้ำส้ม และน้ำองุ่นแดง เข้มข้น 10% ออกวางตลาดหวังชิงส่วนแบ่งตลาดน้ำผลไม้ของไทยที่มีมูลค่าถึงปีละ 1.25 หมื่นล้านบาท โดยมีเป้าหมายหลักคือกลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงานอายุ 15-25 ปี ซึ่งคาดว่าจะสร้างยอดขายได้ 600 ล้านบาทในปีแรก และจะช่วยหนุนรายได้รวมของบริษัทในปีนี้ให้ไปสู่เป้าหมาย 7.5 พันล้านบาท

"แผนการดำเนินหลังจากนี้จะพัฒนารสชาติ และ segment ใหม่ให้ครบวงจร ทั้งน้ำผลไม้ระดับ Super Economy, Economy และ Premium 100% ไปจนถึงสินค้าอื่นๆ ที่มีส่วนผสมผลไม้อีกมากมายไม่จำกัด ซึ่งจะสร้างการเติบโตและแข็งแกร่งอย่างยั่งยืนให้กับอิชิตัน กรุ๊ปต่อไป"นายตัน กล่าว

ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้ายอดขาย"ไบเล่"เพิ่มเป็นไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาทในปี 59 โดยจะมีการเพิ่มสินค้ามากกว่า 2 รสชาติ อาจออกผลิตภัณฑ์ น้ำทับทิม และน้ำแอปเปิ้ล รวมทั้งเพิ่มขนาดบรรจุที่หลากหลายไม่เฉพาะ 290 มิลลิลิตร และผลิตเป็นแบบกล่อง ทั้งนี้ คาดว่าหลังจากส่ง"ไบเล่"ออกวางตลาดจะทำให้ตลาดน้ำส้มในไทยเติบโตเร็วมาก โดยคาดว่าจะมากกว่า 10% ต่อปี จากปัจจุบันที่เติบโตเฉลี่ยราว 5% ต่อปี ซึ่งบริษัทได้เตรียมงบการตลาด 200 ล้านบาทสำหรับเปิดตัวไบเล่ในปีนี้ทั้งโฆษณาและภาพยนตร์ และคาดว่าจะมีแคมเปญใหญ่ด้วย

"เชื่อว่าพอไบเล่เข้าสู่ตลาดอีกครั้งจะทำให้ตลาดน้ำส้มโตเร็วเพราะมีงบฯโฆษณามีการทำการตลาดคึกคักกระตุ้นให้แบรนด์อื่นต้องทำการตลาดมากขึ้นด้วย ก็จะทำให้ตลาดน้ำส้มโตมากกว่า 10%ได้"นายตัน กล่าว

นายตัน กล่าวว่า บริษัทตั้งเป้าส่วนแบ่งการตลาดของไบเล่ที่ 10-15% ในปีนี้ จากปัจจุบันตลาดน้ำส้ม เป็นของมินิเมท 26% ดีโด้ 17% และกาโตะ 14% ส่วนที่เหลือกระจายไปหลายแบรนด์ นอกจากนั้นยังเตรียมวางจำหน่ายใน 3 ประเทศที่มีตัวแทนจำหน่ายเครื่องดื่มอิชิตันอยู่แล้ว ได้แก่ กัมพูชา ลาว และพม่า จากนั้นปีหน้าจะขยายไปอินโดนีเซีย ซึ่งจะทำให้ในปีนี้สัดส่วนส่งออกจะเพิ่มขึ้นเป็น 5% จากปี 57 มีไม่ถึง 1% และปี 59 จะเพิ่มเป็น 10-15% หลังจากรุกตลาด AEC มากขึ้น ขณะที่โรงงานร่วมทุนในอินโดนีเซียคาดว่าจะเริ่มผลิตและจำหน่ายได้ในไตรมาส 2/58 ปีนี้