วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

Market Focus

SET ปรับลงทดสอบ 1500 จุด

SET View

- แนวโน้มวันนี้เป็นลบ มองกรอบเคลื่อนไหว 1495 – 1515 จุด

SET มีโอกาสแกว่งตัวลง จากปัจจัยลบในประเทศ (1) กระทรวงพาณิชย์ประกาศตัวเลขส่งออกเดือนก.พ.ลดลง 6.1% ต่อเนื่องจากเดือนม.ค.ที่ปรับลงเพียง 3.5% ส่งสัญญาณเตือนว่าการส่งออกปีนี้อาจโตน้อยกว่าที่คาดไว้ (สศช.คาดทั้งปีจะโต 3.5%) และจะนำไปสู่การปรับลดคาดการณ์การเติบโตของ GDP รวมถึงกำไรของบริษัทจดทะเบียนในระยะต่อไป (2) การขึ้น XD ของ ADVANC วันนี้ (จ่ายปันผล 5.96 บาทคิดเป็นอัตราผลตอบแทน 2%) จะกระทบจิตวิทยาลงทุนหุ้นกลุ่มสื่อสารโดยภาพรวม (3) การขายสุทธิของนักลงทุนต่างชาติต่อเนื่องเป็นวันที่สองราว 1.3 พันล้านบาท (4) ปริมาณการซื้อขายที่ลดลงเหลือเพียง 3.2 หมื่นล้านบาท ต่ำกว่าระดับปกติที่ 5 หมื่นล้านบาท และต่ำสุดนับจากต้นปีบ่งบอกถึงนักลงทุนเริ่มชะลอการลงทุน ทางเทคนิค SET ยังคงแกว่งตัวใต้เส้นค่าเฉลี่ย 10 วันบริเวณ 1525 จุด อยู่ในช่วงของการปรับฐานและมีโอกาสปรับลงไปทดสอบจุดต่ำสุดบริเวณ 1500 จุดได้อีกครั้ง เว้นแต่จะกลับมาปิดเหนือ 1525 จุดเป็นสัญญาณบวก

- กลยุทธ์การลงทุน ระยะ 1-2 วัน ชะลอการลงทุน หรือหาก SET เกิด Panic Selling จนปรับลงแถว 1500 จุดหรือต่ำกว่าเป็นจังหวะเสี่ยงเข้าซื้อ เพื่อไปรอขายช่วงรีบาวน์

  Top Daily Pick: SPALI (คาดผลประกอบการจะกลับมาเติบโตโดดเด่นใน 1H58 จากการโอนโครงการขนาดใหญ่และการเปิดตัวโครงการใหม่ และได้ปัจจัยบวกด้านจิตวิทยาจากดอกเบี้ยขาลง) /BANPU (ธุรกิจโรงไฟฟ้าหงสาจะผลักดันการเติบโตก้าวกระโดดในปีนี้ รวมถึงมี Upside จากการนำธุรกิจโรงไฟฟ้าเข้ามาจดทะเบียนในตลาดฯ)

  Technical Pick : SENA IRPC PLANB TTCL SCB

  Theme Play: กลุ่มนำตลาด Laggard Play (PTT PTTEP TUF CPF PTTGC DTAC CPALL CPN) /กลุ่มพัฒนาที่อยู่อาศัย (AP LPN PS SPALI) จิตวิทยาเชิงบวกจากดอกเบี้ยขาลง


- รายงานวันนี้

Comment : JAS (อยู่ระหว่างทบทวนประมาณการ) เตรียมประมูลคลื่นความถี่ 4G ภารกิจที่ท้าทาย


Strategy Talk

- เทียบกับภูมิภาค SET ยังไม่สะท้อนการปรับลดประมาณการกำไร

• เปรียบเทียบการปรับประมาณการกำไรปี 58 ของตลาดหุ้นไทยเทียบกับตลาดสำคัญในเอเชียระหว่างเดือนเม.ย.57 กับเดือนมี.ค.58 กับการตอบสนองของดัชนีตลาด เราพบว่ามีเพียง ฮ่องกง สิงคโปร์และไต้หวันที่ถูกปรับเพิ่มประมาณการ (สะท้อนมายัง ROE ที่สูงขึ้น) ขณะที่ตลาดหุ้นไทย มาเลเซียและอินโดนีเซียถูกปรับลดประมาณการลงมากที่สุด (ROE ถูกปรับลงมากสุด)

• หากพิจารณาผลกระทบต่อดัชนีราคาหุ้น/มูลค่า (การเปลี่ยนแปลงของ P/BV) เทียบกับการปรับลดประมาณการกำไร เราพบว่าเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นที่มีการปรับลดประมาณการกำไรลงมา ดัชนีตลาดหุ้นไทยมีการตอบสนองเชิงลบน้อยที่สุด (P/BV เปลี่ยนแปลงเล็กน้อย) อีกนัยหนึ่งตลาดหุ้นไทยยังไม่ตอบสนองต่อการปรับลดประมาณการกำไรลงเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นอื่น เชื่อว่าสาเหตุหลักเป็นเพราะช่วง 2 ปีที่ผ่านมานักลงทุนไทยเป็นผู้ซื้อสุทธิหลักในตลาดหุ้นไทยจนมียอดซื้อสุทธิสะสมเกือบ 2 แสนล้านบาท ซึ่งนักลงทุนกลุ่มนี้ไม่ได้ประเมินปัจจัยเปรียบเทียบกับตลาดหุ้นในภูมิภาคเพื่อกระจายการลงทุน เหมือนกับนักลงทุนต่างชาติที่มีทางเลือกในการลงทุนมากกว่า รวมถึงนักลงทุนกลุ่มนี้ยังไม่ได้ปรับลดความคาดหวังต่อผลประกอบการลงมา

• การที่ตลาดหุ้นไทยยังไม่ตอบสนองการปรับลดประมาณการกำไรลงบ่งบอกว่าความน่าสนใจในการเข้าลงทุนในมุมมองของนักลงทุนต่างชาติ เมื่อเปรียบเทียบกับภูมิภาคจะไม่มาก และอาจต้องรอไปจนกว่าดัชนีตลาดปรับลดลงมาในระดับที่ไม่แพง หรือเกิดสภาพคล่องส่วนเกินในตลาดการเงินโลก (จากทำ QE ของยุโรป และ QQE ของญี่ปุ่น) ไหลเข้ามาลงทุน (PE Expansion) หรือการปรับเพิ่มประมาณการกำไรของบริษัทจะทะเบียน ซึ่งเรามองกว่ากรณีที่ 1 และ 2 มีความเป็นไปได้มากที่สุดในระยะ 3-6 เดือนข้างหน้า

• ในเชิงกลยุทธ์เราจึงแนะนำนักลงทุนระยะกลาง ควรรอให้ SET ปรับลดลงสะท้อนความคาดหวังต่อการปรับลดประมาณการกำไรลงมาสะท้อนความเป็นจริงมากขึ้น โดยกำหนดจุดเข้าสะสมหุ้นอีกครั้งที่บริเวณ 1445 จุดลงมา ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นราวเดือนพ.ค.ที่มีการประกาศงบ 1Q58 เรียบร้อยแล้ว