“เงินบาทฟื้นกลับมาแข็งค่า ขณะที่ดัชนีหุ้นไทยปรับลดลง จากความกังวลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ”
สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท
- เงินบาทกลับมาแข็งค่า เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ ท่ามกลางแรงกดดันจากสถานะขายสุทธิพันธบัตรไทยของนักลงทุนต่างชาติในช่วงต้นสัปดาห์ และการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ฯ ก่อนการประชุม FOMC ของเฟด อย่างไรก็ดี เงินบาทกลับมาฟื้นตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งในช่วงกลาง-ปลายสัปดาห์ตามแรงขายทำกำไรเงินดอลลาร์ฯ ภายหลังจากเฟดส่งสัญญาณหลังการประชุมว่า จะยังไม่รีบปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย แม้แถลงการณ์หลังการประชุมจะมีการปรับเปลี่ยนไป (โดยตัดคำว่า อดทนต่อการเริ่มปรับนโยบายการเงินเข้าสู่ภาวะปกติออกไป) เพื่อปูทางสำหรับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงหลายเดือนข้างหน้าก็ตาม
- สำหรับในวันศุกร์ (20 มี.ค.) เงินบาทอยู่ที่ 32.73 เทียบกับระดับ 32.91 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (13 มี.ค.)
สำหรับสัปดาห์ถัดไป (23-27 มี.ค.) ธนาคารกสิกรไทยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 32.60-32.90 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยประเด็นที่ตลาดรอจับตา คือ ตัวเลขดัชนี PMI เบื้องต้นสำหรับเดือนก.พ. ของหลายๆ ประเทศ และผลการพิจารณารายละเอียดแผนปฎิรูปของกรีซโดยยูโรโซน (ซึ่งจะมีผลต่อการอนุญาตให้กรีซสามารถเริ่มเบิกเงินช่วยเหลือได้) ขณะที่ ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ประกอบด้วย ยอดขายบ้านใหม่-บ้านมือสอง ดัชนีราคาผู้บริโภค ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน เดือนก.พ. ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนมี.ค. และจีดีพีประจำไตรมาส 4/57 (รอบสุดท้าย) นอกจากนี้ ตลาดในประเทศอาจจับตาสถานการณ์การส่งออกของไทยในเดือนก.พ. ด้วยเช่นกัน
สรุปความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย
- ดัชนี SET ขยับลง จากความกังวลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ โดยดัชนีปิดที่ระดับ 1,529.96 จุด ลดลง 0.75% จากสัปดาห์ก่อน มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันลดลง 6.96% จากสัปดาห์ก่อน มาที่ 42,777.26 ล้านบาท ส่วนตลาดหลักทรัพย์ MAI ปิดที่ 719.27 จุด ลดลง 5.65% จากสัปดาห์ก่อน
- ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงในช่วงต้นสัปดาห์ ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ก่อนที่จะขยับขึ้นในวันช่วงกลางสัปดาห์ โดยได้แรงหนุนจากการซื้อเก็งกำไรข่าวที่ทางการจะเปิดประมูล 4 จี ในช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้ รวมทั้ง การส่งสัญญาณของเฟดที่จะไม่เร่งรีบในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย อย่างไรก็ดี ตลาดหุ้นไทยร่วงลงอีกครั้งในวันศุกร์ จากการลดลงของราคาน้ำมันในตลาดโลกที่กดดันราคาหุ้นกลุ่มพลังงาน ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้มีการปรับลดจีดีพีปี 2558 ลงจาก 4.0% สู่ 3.8%
สำหรับสัปดาห์ถัดไป (23-27 มี.ค.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีมีแนวต้านที่ 1,568 และ 1,584 จุด ตามลำดับ ขณะที่แนวรับอยู่ที่ 1,512 และ 1,490 จุด โดยปัจจัยภายในประเทศที่ต้องติดตาม ได้แก่ รายงานข้อมูลการส่งออกของกระทรวงพาณิชย์ ส่วนปัจจัยต่างประเทศ ได้แก่ การเจรจาระหว่างกรีซและเจ้าหนี้ใน EU Summit รวมทั้ง รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ อาทิ เครื่องชี้ภาคอสังหาริมทรัพย์ ดัชนีราคาผู้บริโภค ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน จีดีพีไตรมาส 4/57 (รอบสุดท้าย) และความเชื่อมั่นผู้บริโภค อย่างไรก็ดี ยังต้องจับตาการรายงานข้อมูล PMI ของประเทศในยูโรโซน จีน และญี่ปุ่น








