วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

GRAMMY - ซื้อ

ปรับตัวดีขึ้น

ประเด็นการลงทุน

เรายังคงแนะนำ ซื้อ GRAMMY หนุนจากแนวโน้มการฟื้นตัวของกำไรบริษัท เราคาดว่าธุรกิจโฮมชอปปิ้งจะสามารถพลิกทำกำไรได้ในปีนี้ และมองว่าธุรกิจเพลงจะมีผลการดำเนินงานที่ปรับตัวดีขึ้น ด้านแนวโน้มระยะยาวของธุรกิจทีวีดิจิตอลยังคงดูดี หนุนจากคอนเท้นต์คุณภาพและการกระจายแหล่งรายได้ เรายังคงราคาเป้าหมายที่ 22.40 บาท

ธุรกิจปรับตัวดีขึ้นและฟื้นตัว

ธุรกิจโฮมชอปปิ้งของบริษัทมีผลการดำเนินงานที่น่าประทับใจมาโดยตลอด โดยในปี 2557 ธุรกิจดังกล่าวมียอดขายเฉลี่ยต่อวันที่ 4.5 ล้านบาท และคาดจะเติบโตเป็น 5 ล้านบาทได้ในปี 2558 ซึ่งจากแนวโน้มการเติบโตเราจึงมองว่าธุรกิจโฮมชอปปิ้งจะสามารถพลิกทำกำไรได้เป็นครั้งแรกในปีนี้หลังจากเปิดตัวในปี 2555 และแตะจุดคุ้มทุนเมื่อเดือนพ.ย. 2557 ด้านธุรกิจเพลงยังมีแนวโน้มเติบโตในปี 2558 เช่นกัน โดยเราเชื่อว่าจะมีปัจจัยหนุนจากการรับรู้รายได้จากเมืองไทย จีเอ็มเอ็ม ไลฟ์ เฮ้าส์ ส่วนแบ่งรายได้จากยูทูป และความคัดหวังต่ออีเว้นต์คอนเสิร์ตที่มากขึ้นในปีนี้ (จากภาวะการเมืองที่สงบ) 

ทีวีดิจิตอลทั้งสองช่องจะช่วยหนุนการเติบโตในอนาคต

เรตติ้ง (กลุ่มผู้ชมอายุ +4 ทั่วประเทศ) ของช่อง ONE HD ลดลงเล็กน้อยจาก 0.128 ในเดือนม.ค.เป็น 0.119 ในเดือนก.พ.หลังละครเรื่อง สงครามนางงาม ซึ่งมีผลตอบรับที่ดีมาก (เรตติ้งมากกว่า 0.1) ได้อวสาน อย่างไรก็ตาม เราเชื่อว่าเรตติ้งจะสามารถปรับตัวขึ้นได้อีก หนุนจากรายการยอดนิยมใหม่ในไตรมาส 1/58 เช่น ละครเรื่อง เลห์รตี และรายการวาไรตี้แข่งขันร้องเพลง เดอะ สตาร์ 11 (ซึ่ง GRAMMY ได้ทำการย้ายการออกอากาศจากในช่อง 9 ของ MCOT มาฉายในช่องทีวีดิจิตอลของบริษัทเอง) โดยรายได้โฆษณาของช่องเติบโตถึง 80% MoM ตั้งแต่เดือนธ.ค. 2557 ถึงเดือนม.ค. 2558 นอกจากนี้ ล่าสุด GRAMMY ยังได้ทำการเปิดตัวช่องทีวีดิจิตอลอีกช่อง (GMM25) อย่างเป็นทางการเมื่อเดือนม.ค. 2558 โดยมีกลุ่มเป้าหมายผู้ชมวัยรุ่น โดยช่องจะมุ่งเน้นไปที่การสร้างรายได้โฆษณาจากยูทูปมากกว่าการเน้นไต่อันดับเรตติ้ง หนึ่งในรายการยอดนิยมของช่องคือรายการ คลับ ฟรายเดย์ เดอะ ซีรีส์

เรามองว่ากลยุทธ์การดำเนินธุรกิจของทั้งสองช่องที่แตกต่างกันและคอนเท้นต์คุณภาพผลิตโดยทีมงานของ GRAMMY จะช่วยหนุนให้บริษัทสามารถเข้าถึงกลุ่มผู้ชมที่หลากหลายพร้อมกับกระจายแหล่งรายได้ของธุรกิจทีวีดิจิตอล แม้ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานธุรกิจทีวีดิจิตอลคาดจะยังคงอยู่ในระดับสูงตลอดช่วงครึ่งแรกของปี 2558 แต่เราเชื่อว่าการลงทุนผลิตต่างๆจะนำมาสู่ผลการดำเนินงานที่ดีขื้นในอนาคต เราตั้งสมมติฐานอัตราค่าโฆษณาสุทธิเฉลี่ยปี 2558 สำหรับช่อง ONE HD และ GMM25 ที่ 26,000 บาทต่อนาทีและ 24,000 บาทต่อนาที และอัตรายอดจองโฆษณาที่ 56% และ 50% ตามลำดับ


ผลการดำเนินงานโดยรวมฟื้นตัวขึ้นในปี 2558

ช่อง ONE HD ของ GRAMMY สามารถทำยอดขายโฆษณาได้แล้วกว่า 600 ล้านบาท ซึ่งประกันประมาณการรายได้ช่องของเราที่ 1.04 พันล้านบาทไปแล้วกว่า 58% ดังนั้นเราจึงคิดว่ารายได้ของช่องมีโอกาสที่จะเติบโตสูงกว่าประมาณการได้ นอกจากนี้ บริษัทจะไม่มีการรับรู้ขาดทุนจากธุรกิจเพย์ทีวีอีกต่อไปในปีนี้หลังได้ทำการขายธุรกิจดังกล่าวออกไปในเดือนก.ค. 2557 ดังนั้น เราจึงคาดว่าบริษัทจะสามารถมีผลการดำเนินงานที่ปรับตัวดีขึ้นมากได้ภายในปีนี้ด้วยขาดทุนสุทธิรวมที่ลดลงมากจากปีก่อน (ขาดทุน 2.31 พันล้านบาท) เป็น 736 ล้านบาท และคาดจะพลิกทำกำไรได้ในปี 2559

คาดกำไรไตรมาส 4/57 ทรงตัว YoY จากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่สูง

เราคาดการณ์กำไรไตรมาส 4/57 ที่ 9.5 พันล้านบาท ทรงตัว YoY และลดลง 24% QoQ จากการบันทึกค่าใช้จ่ายจำนวนมากช่วงสิ้นปี นอกจากนี้ เรายังคาดว่าตั้งสำรองหนี้สูญจะเพิ่มขึ้น 4% YoY (แต่ลดลง 14% QoQ) เป็น 3.1 พันล้านบาท ประมาณการของเรามีสมมติฐานอัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานต่อรายได้ที่ 51% (เพิ่มขึ้นจาก 42% จากช่วง 9 เดือนปี 2557) เราคาดว่ากำไรจากการดำเนินงานที่ไม่รวมสำรองหนี้เสียไตรมาส 4/57 จะอยู่ทื 16,700 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% YoY แต่ลดลง 18% QoQ