แนวโน้มกำไรแข็งแรงที่สุด บวกกับสินทรัพย์พลังงานแสงอาทิตย์ที่ยังไม่ถูกรับรู้ในมูลค่าหุ้น
ประเด็นการลงทุน
BCP ยังคงเป็นหุ้นตัวที่เราชอบในบรรดาหุ้นกลุ่มโรงกลั่นและปิโตรเคมี เนื่องจากช่วงโลว์ซีซั่นของค่าการกลั่นกำลังจะมาถึง กำไรของ BCP น่าจะยังคงแข็งแกร่งที่สุดในกลุ่มโรงกลั่นและปิโตรเคมีไทย หนุนโดยค่าการตลาดค้าปลีกที่แข็งแกร่ง ซึ่งมีความผันผวนน้อยกว่าค่าการกลั่น ความกังวลในเรื่องผู้ถือหุ้นรายใหม่น่าจะยุติได้ในเร็ววัน (อย่างช้าที่สุดก็ภายในไตรมาส 2/58) ยิ่งไปกว่านั้นมูลค่าหุ้นในปัจจุบันถูกกว่าที่ควรจะเป็น จากการที่ตลาดยังไม่ได้รวมมูลค่าในธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์เข้าไปในมูลค่าหุ้น เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ สำหรับหุ้น BCP
ช่วงโลว์ซีซั่นของค่าการกลั่นกำลังจะมาถึง แต่...
ค่าการกลั่นที่แข็งแกร่่งในปัจจุบันทำให้เราประหลาดใจ (เราคาดว่าค่าการกลั่นน่าจะอ่อนตัวลงในเดือนนี้) - ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ตอนนี้อยู่ที่ 9.5 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล ขึ้นมาจาก 6.0 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล ในช่วงต้นปี โดยค่าการกลั่นเฉลี่ยนับตั้งแต่ต้นไตรมาสจนถึงปัจจุบันเท่ากับ 8.0 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล (เพิ่มขึ้น 28% YoY และ QoQ) การปรับตัวดังกล่าวมาจากส่วนต่างราคาน้ำมันแก๊สโซลีนที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากมีการหยุดงานประท้วงของโรงกลั่นในสหรัฐฯ และการกักตุนสต๊อกเพื่อรองรับการปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่นในช่วงฤดูใบไม้ผลิ แต่อย่างไรก็ตามเรายังคงเชื่อว่าค่าการกลั่นจะปรับตัวลดลงในช่วงไตรมาส 2/58 เนื่องจากอุปสงค์ในช่วงฤดูหนาวจะหมดลงในเร็วๆนี้ และการหยุดงานประท้วงของโรงกลั่นในสหรัฐฯก็น่าจะจบลงเร็วๆนี้เช่นกัน จากการที่โรงกลั่นของไทยผลิตน้ำมันดีเซลเป็นหลัก เราจึงเห็นแนวโน้มที่ค่าการกลั่นตลาดของโรงกลั่นไทยจะมีส่วนลดที่มากขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ อันเป็นผลมาจากการลดลงของส่วนต่างราคาดีเซล-ดูไบ
…กำไรของ BCP มีแนวโน้มจะแข็งแกร่งที่สุด
ถึงแม้ว่าค่าการกลั่นตลาดจะเข้าสู่ช่วงโลว์ซีซั่นในไตรมาส 2/58 ค่าการกลั่นรวม (ค่าการกลั่นและค่าการตลาดค้าปลีก) ของ BCP มีแนวโน้มแข็งแกร่งที่สุดในบรรดาโรงกลั่นของไทย หนุนโดยธุรกิจ R&M ธุรกิจ R&M ของบริษัทเป็นตัวเพิ่มค่าการกลั่นรวมของ BCP ให้สูงกว่าค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ (สูงกว่า 3.7 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรลโดยเฉลี่ย) และส่งผลให้ค่าการกลั่นรวมแข็งแกร่งกว่าโรงกลั่นอื่นของไทย (สูงกว่า 2.1 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรลโดยเฉลี่ย) จากที่ค่าการตลาดค้าปลีกมีความผันผวนน้อยกว่าค่าการกลั่นตลาด แม้ว่าราคาน้ำมันดิบจะมีความผันผวนในปัจจุบัน ค่าการตลาดค้าปลีกน้ำมันสำเร็จรูปยังคงอยู่ที่ระหว่าง 1.40 – 1.50 บาทต่อลิตร หรือคิดเป็นกำไรส่วนเพิ่มเท่ากับ 3.5 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล
มูลค่าการซื้อขายที่ถูกจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ฟรี
นอกเหนือจากแนวโน้มกำไรที่แข็งแกร่งกว่าโรงกลั่นอื่น มูลค่าหุ้น BCP ณ ปัจจุบัน ก็ยังเป็นที่น่าสนใจที่สุดในบรรดากลุ่มโรงกลั่นของไทย ราคาปัจจุบันคิดเป็น PER ณ สิ้นปี 2558 ที่ 9.1 เท่า เทียบกับ 24.7 เท่าของค่าเฉลี่ยกลุ่ม ยิ่งไปกว่านั้น ราคาหุ้น ณ ปัจจุบัน สะท้อนแค่เพียงธุรกิจ R&M โดยคิดเป็น EV/bbl เท่ากับ 11,300 เหรียญสหรัฐฯ (ต่ำกว่า 11,500 เหรียญสหรัฐฯของ TOP และ 17,450 เหรียญสหรัฐฯ ของ IRPC) ซึ่งยังไม่รวมมูลค่าของธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ของ BCP หากใช้สมมติฐานต้นทุนของการลงทุนสำหรับสินทรัพย์พลังงานแสงอาทิตย์ บริษัทจะมีมูลค่าหุ้นเพิ่มอีก 9 บาทต่อหุ้น (เป็น 43 บาทต่อหุ้น) และหากใช้สมมติฐานเชิงบวก มูลค่าหุ้นจะเพิ่มอีก 13 บาทต่อหุ้น (เป็น 47 บาทต่อหุ้น) – ถ้าเราเทียบมูลค่าสินทรัพย์พลังงานแสงอาทิตย์ของ BCP กับมูลค่าของสินทรัพย์พลังงานทางเลือกของบริษัทอื่นๆ









