"พล.อ.ฉัตรชัย" ลงพื้นที่ตรวจสอบสินค้า พร้อมเล็งเพิ่มช่องทางขายข้าวให้ชาวนา สั่งประชุมทูตพาณิชย์ประเมินการส่งออกล่าสุด
พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวภายหลังลงพื้นที่ตรวจสินค้าจำเป็นในการอุปโภคของประชาชน ซึ่งนับเป็นการลงพื้นที่ด้วยตัวเองเป็นครั้งที่ 2 โดยครั้งนี้ออกตรวจที่ย่านถนนแจ้งวัฒนะ ได้แก่ เทสโก โลตัส บิ๊กซีและเซ็นทรัลแจ้งวัฒนะว่า จากการตรวจพบว่า โมเดิร์นเทรดให้ความร่วมมือกระทรวงพาณิชย์เป็นอย่างดี โดยแข่งขันกันจัดรายการส่งเสริมการขายสินค้าราคาประหยัด เช่น เนื้อหมู น้ำมันพืช ซึ่งน้ำมันพืช มีราคาต่ำกว่าราคาแนะนำที่กำหนดไว้ขวดละ 1 ลิตรที่ 42 บาท ขณะที่ไข่ไก่เบอร์ 3 ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ฟองละ 2.80 บาท การที่เข้าสู่ฤดูร้อน มีบ้างที่ผักบางอย่างมีราคาสูงขึ้นตามฤดูกาลเช่นเดียวกับทุกๆ ปี เช่น มะนาว ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง
ส่วนอาหารจานด่วนที่เซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ ซึ่งเข้าร่วม โครงการ “หนูณิชย์พาชิม” มีการจำน่าย ราคาประหยัด 35-40 บาทเท่านั้น นับเป็นราคาที่ประชาชนสามารถใช้บริการได้ โครงการนี้จะสิ้นสุดในเดือนมิถุนายนนี้ ส่วนในช่วงเปิดเทอม กระทรวงพาณิชย์อาจขอความร่วมมือกับทางห้างสรรพสินค้าให้ขยายโครงการนี้ต่อไปออกไปอีก
พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวว่า เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายข้าวให้กับชาวนา กระทรวงพาณิชย์มีนโยบายที่จะฟื้นฟูตลาดกลางค้าข้าวทั่วประเทศขึ้นมาใหม่อีกครั้ง โดยในวันที่ 24 เมษายนนี้ จะลงพื้นจังหวัดนครสวรรค์เพื่อ ติดตามการฟื้นฟูตลาดกลางค้าข้าว เพราะช่วยให้ชาวนาขายข้าวได้ในราคาที่สูงขึ้นตันละประมาณ 500-800 บาท ซี่งช่วยรองรับข้าวนาปรังที่จะออกสู่ตลาดด้วย
พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวว่า ทางคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) มีนโยบายที่จะรักษาระดับราคาข้าวเอาไว้ แต่จะไม่ใช้การแทรกแซงราคาข้าว โดยขณะนี้ มีคำสั่งซื้อจากต่างประเทศเข้ามาแล้วรวมประมาณ 3 ล้านตัน ประกอบด้วย เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาจากฮ่องกง 100,000 ตัน ฟิลิปปินส์ 200,000 ตัน ส่วนจีน 300,000 ตัน จะส่งมอบในเดือนกรกฎาคมนี้ และในวันที่ 8 พฤษภาคมนี้ จะเดินทางไปลงนามขายข้าวแก่รัฐบาลจีนจำนวนประมาณ 1 ล้านตัน ทั้งนี้จะต้องรอนายกรัฐมนตรีตัดสินใจกำหนดวันเดินทางอีกครั้ง และยืนยันว่า ขณะนี้ข้าวราคาไม่ได้ลดลง ยังมีราคาประมาณตันละประมาณ 8,000 บาท ส่วนที่ราคาขายข้าวของเกษตรกรบางรายต่ำลง เป็นเพราะคุณภาพข้าง เช่น มีปัญหาความชื้นสูง เนื่องจากเก็บเกี่ยวแล้วขายทันทีไม่ลดความชื้นลงก่อน
ทั้งนี้ รัฐบาลต้องการให้ชาวนาปลูกข้าวที่มีคุณภาพสูง เพราะมีตลาดรองรับและสามารถขายได้ราคาที่ดีกว่า ซึ่ง นบข. หารือกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อเตรียมการไปสู่การปรับเปลี่ยนพื้นที่ที่ไม่เหมาะสมกับการปลูกข้าวเปลี่ยนไปปลูกพืชชนิดอื่นแทน
อย่างไรก็ตาม ในวันจันทร์ที่ 16 มีนาคมนี้ ได้เรียกประชุมทูตพาณิชย์จากทั่วโลกเพื่อประเมินสถานการณ์การส่งออกลาสุด และหาแนวทางเจาะตลาดใหม่ เพื่อแสวงหาโอากาสส่งออกสินค้าไทยได้มากขึ้น โดยประชุมครั้งนี้ จะติดตามความคืบหน้าในการทำงานภายใต้ยุทธศาสตร์ปี 58 ก่อนจะพิจารณาว่า จำเป็นที่จะต้องปรับเป้าหมายการส่งออกทั้งปี ที่ตั้งไว้ว่า จะขยายตัวที่ร้อยละ 4 หรือไม่ และยังจะมอบนโยบบายให้ทูตพาณิชย์แต่ละประเทศส่งข้อมูลสินค้าที่แต่ละประเทศต้องการ รวมถึงรสนิยม เพื่อกระทรวงพาณิชย์ จะได้ส่งข้อมูลให้ผู้ผลิตสินค้าปรับเปลี่ยนการผลิตให้ตรงกับความต้องการของตลาดต่อไป









