SET รีบาวน์รับ QE ของ ECB
SET View
- แนวโน้มวันนี้เป็นกลาง มองกรอบเคลื่อนไหว 1,560 – 1575 จุด
SET มีโอกาสรีบาวน์ ตามความคาดหวังเชิงบวกต่อเม็ดเงิน QE ของ ECB ที่จะเริ่มเข้าซื้อสินทรัพย์ในวันนี้ ขณะที่นักลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิเป็นวันที่ 3 ติดต่อกันจะสนับสนุนจิตวิทยาการลงทุน โดยเฉพาะกลุ่มธนาคารคาดว่ามีแรงเก็งกำไรกลับเข้ามาจากความคาดหวังเชิงบวกต่อโอกาสปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุม กนง. วันพุธที่ 11 นี้ อย่างไรก็ตามการรีบาวน์อาจไปไม่ไกลและมีโอกาสจบรอบรีบาวน์ได้ทุกเมื่อจาก (1) ความวิตกการปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟดกลับมาอีกครั้งหลังการรายงานอัตราการว่างงานของสหรัฐเดือนก.พ.ลดลงมาที่ 5.5% ต่ำสุดในรอบเกือบ 6 ปี สะท้อนมายังอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปีปรับขึ้นทดสอบระดับ 2.23% สูงสุดตั้งแต่เดือนธ.ค. 57 และดัชนีดาวโจนส์ปิดลบกว่า 278 จุด (-1.5%) เมื่อวันศุกร์ ขณะเดียวกันราคาน้ำมันดิบ Brent ที่ปรับลงมาที่ US$ 58 ต่อบาร์เรล ต่ำกว่าระดับจิตวิทยาที่ US$60 ไม่สนับสนุนการรีบาวน์ของหุ้นกลุ่มพลังงาน
ทางเทคนิค SET อยู่ในช่วงของการรีบาวน์มีแนวต้านแรกบริเวณ 1580 จุด (MA 10 วัน) ปิดเหนือบริเวณนี้ได้จะเกิดสัญญาณซื้อระยะสั้น และหากปิดต่ำกว่า 1560 จุดแสดงถึงการจบรอบรีบาวน์
- กลยุทธ์การลงทุน ระยะ 1-2 วัน ชะลอการลงทุน หรือเน้นขึ้นขาย-ลงซื้อ หาก SET ปิดต่ำกว่า 1560 จุด กลับมาถือครองเงินสด
Top Daily Pick: ICHI (ผลประกอบการกำลังเข้าสู่ฤดูกาลสูง โดยเฉพาะการจัด Campaign กระตุ้นยอดขายคาดจะทำให้ผลประกอบการ 1Q58 เติบโตก้าวกระโดด) /PS (Presales ม.ค. ดีกว่ากลุ่มแสดงสัญญาณฟื้นตัวชัดเจน และได้ประโยชน์มากสุดหากมีการปรับลดดอกเบี้ยนโนบายเนื่องจากฐานลูกค้าหลักอ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ย)
Technical Pick : SIRI SOLAR SYNTEC CHG PSTC
Theme Play: กลุ่มธนาคาร (BBL KBANK KTB SCB) และพัฒนาที่อยู่อาศัย (AP LH LPN PS QH SIRI SPALI) ได้ประโยชน์หากมีการปรับลดดอกเบี้ย /กลุ่มสื่อสาร (ADVANC DTAC INTUCH THCOM) ราคาหุ้นสะท้อนข่าวเลื่อนประมูล 4 G ไปแล้ว /หุ้นแนะนำเดือนมี.ค. (AP BANPU ICHI SNC THCOM) /กลุ่มค้าปลีก-เครื่องดื่ม-เครือข่ายร้านอาหาร-ความงาม (HMPRO ROBIN CBG ICHI SAPPE M KAMART) ได้ประโยชน์จากกำลังซื้อเริ่มฟื้นตัว /เดินเรือเทกอง (PSL) ค่าระวางเรือฟื้นมีแนวโน้มฟื้นตัวไปจนถึงเดือนเม.ย.ซึ่งเป็นฤดูเก็บเกี่ยวพืชผลการเกษตร)
รายงานวันนี้
Comment : DTAC (เก็งกำไร / มูลค่าเหมาะสม 101 บาท) ความกังวลเรื่องความสามารถในการแข่งขันจะยังคงกดดันราคาหุ้น
Strategy Talk
- กลยุทธ์การลงทุนประจำสัปดาห์ (9-13 มี.ค.)
แนวโน้ม สัปดาห์นี้คาด SET จะแกว่งตัวสร้างฐานในกรอบ 1540-1590 จุด โดยมีโอกาสปรับตัวขึ้นในช่วงต้น-กลางสัปดาห์ความคาดหวังเชิงบวกต่อเม็ดเงิน QE ของ ECB ที่จะเริ่มเข้าซื้อสินทรัพย์ในวันจันทร์ที่ 9 นี้ (ตามแผนการเข้าซื้อ 6 หมื่นล้านยูโรต่อเดือน ส่วนใหญ่จะเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลในยุโรป แต่เชื่อว่าสภาพคล่องส่วนเกินที่เกิดขึ้น จะทำให้มีเม็ดเงินบางส่วนไหลเข้ามาลงทุนในภูมิภาค สำหรับบ้านเราเชื่อว่าตลาดพันธบัตรจะได้อานิสงค์เป็นลำดับแรก และตลาดหุ้นจะเป็นลำดับถัดไป แต่ความคาดหวังของตลาดจะเกิดขึ้นก่อนเม็ดเงินจริงเข้ามาและเป็นปัจจัยสนับสนุนจิตวิทยาการลงทุน) และต่อโอกาสปรับลดดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมกนง.วันที่ 11 นี้ ขณะเดียวการปรับพอร์ตของบริษัทหลักทรัพย์และการปรับลดลงของ BAY ที่กดดัน SET ให้ปรับลดลงแรงในปลายสัปดาห์ก่อนจะมีน้ำหนักน้อยลงในสัปดาห์นี้ อย่างไรก็ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ โดยเฉพาะอัตราการว่างงานเดือนก.พ.ที่ปรับลงมาที่ 5.5% จาก 5.7% ในเดือนก่อนหน้าและเป็นระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 6 ปีอาจทำให้ความวิตกต่อการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐภายในปีนี้กลับมาอีกครั้ง และอาจทำให้ตลาดผันผวนตลอดสัปดาห์ไปจนถึงการประชุมเฟดครั้งต่อไปวันที่ 17-18 มี.ค.นี้
ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตาม (1) การประชุมกนง.วันพุธที่ 11 มี.ค.นี้ หากปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะเป็นบวกต่อหุ้นกลุ่มธนาคารและอสังหาริมทรัพย์ และในทางกลับกัน (2) ราคาน้ำมันดิบ Brent ยังคงชี้นำหุ้นกลุ่มพลังงาน หากยืนเหนือ US$60 ต่อบาร์เรลได้ยังเป็นปัจจัยบวกด้านจิตวิทยา อย่างไรก็ตามการประกาศตัวเลขปริมาณคลังสำรองน้ำมันดิบของสหรัฐในงวดล่าสุดที่อยู่ในระดับสูงเป็นประวัติการณ์ไม่สนับสนุนการปรับขึ้นของราคาน้ำมันดิบในช่วงนี้ (3) ทิศทางกระแสเงินต่างชาติ หากยังอยู่ในฝั่งซื้อสุทธิจะจิตวิทยาการลงทุนหุ้นขนาดใหญ่ อย่างไรก็ตามควรติดตามทิศทางค่าเงินบาทเทียบเงินดอลลาร์สหรัฐ รวมถึงอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยอายุ 10 ปีประกอบ หากเงินบาทมีทิศทางแข็งค่าขึ้น และ/หรืออัตราดอกเบี้ยพันธบัตรปรับลดลง บ่งบอกว่าเงินไหลเข้าจะเป็นบวกต่อจิตวิทยาการลงทุนในตลาดหุ้น (4) อัตราดอกเบี้ยพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปี หากปรับขึ้นเหนือ 2.3% จะบ่งบอกความวิตกต่อการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐ และเป็นสัญญาณไม่ดีต่อสภาพคล่องส่วนเกินในสินทรัพย์เสี่ยง
กลยุทธ์การลงทุน
สำหรับการลงทุนระยะสั้น แนะนำชะลอการลงทุนไปจนกว่า SET จะกลับมาปิดเหนือ 1600 จุด หากรักความเสี่ยงหาจังหวะเล่นเก็งกำไรตามกรอบเทคนิค 1540-1590 จุด โดยระวังแนวต้านที่ 1570, 1580 และ 1590 จุด และมองแนวรับบริเวณ 1560, 1550 และ 1540 จุด แนะนำกลุ่มธนาคาร (BBL KBANK KTB SCB) และพัฒนาที่อยู่อาศัย (AP LH LPN PS QH SIRI SPALI) ได้ประโยชน์หากมีการปรับลดดอกเบี้ย /กลุ่มสื่อสาร (ADVANC DTAC INTUCH THCOM) ราคาหุ้นสะท้อนข่าวเลื่อประมูล 4 G ไปแล้ว /หุ้นแนะนำเดือนมี.ค. (AP BANPU ICHI SNC THCOM) กลุ่มค้าปลีก-เครื่องดื่ม-เครือข่ายร้านอาหาร-ความงาม (HMPRO ROBIN CBG ICHI SAPPE M KAMART) ได้ประโยชน์จากกำลังซื้อเริ่มฟื้นตัว /เดินเรือเทกอง (PSL) ค่าระวางเรือฟื้นมีแนวโน้มฟื้นตัวไปจนถึงเดือนเม.ย.ซึ่งเป็นฤดูเก็บเกี่ยวพืชผลการเกษตร)
สำหรับการลงทุนระยะปานกลาง-ยาว เน้นการถือครองหุ้นต่อหรือทยอยขายทำกำไรบางส่วน หาก SET ปรับขึ้นไปแถว 1620-1650 จุด ยังไม่สะสมหุ้นเพิ่ม









