ก.ล.ต.3 ชาติ "ไทย-มาเลเซีย-สิงคโปร์" จับมืออนุมัติขายหลักทรัพย์ หรือขอเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ระหว่างกันในอาเซียน คาดเริ่มไตรมาส3
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า ก.ล.ต.ไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ และตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ ร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อให้กระบวนการพิจารณาคำขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์ ที่เปิดเผยข้อมูลตามมาตรฐานการเปิดเผยข้อมูลอาเซียน สามารถกระทำได้รวดเร็วขึ้น (Streamlined Review Framework for ASEAN Common Prospectus) ในระหว่างการประชุมกลุ่มหน่วยงานกำกับตลาดทุนอาเซียน (ASEAN Capital Markets Forum: “ACMF”) ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย
การลงนามในบันทึกความเข้าใจในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวก ในการออกและเสนอขายตราสารทุน และตราสารหนี้แบบไม่ซับซ้อนพร้อมกันในกลุ่มประเทศที่เป็นภาคี ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามแผนปฏิบัติการเชื่อมโยงตลาดทุนอาเซียนขอกลุ่มหน่วยงานกำกับตลาดทุนอาเซียน (ASEAN Capital Markets Forum’s Implementation Plan) ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอาเซียนเมื่อปี 2552
นายวรพล โสคติยานุรักษ์ เลขาธิการ สำนักงาน ก.ล.ต. กล่าวว่า การลงนามในเอ็มโอยูครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวหนึ่งของความสำเร็จของกลุ่มหน่วยงานกำกับตลาดทุนอาเซียนในการส่งเสริมการระดมทุนและยกระดับตราสารทางการเงินในภูมิภาคให้เป็นที่ยอมรับของนักลงทุนทั่วโลก (ASEAN asset class) ซึ่งข้อตกลงนี้จะปูทางสู่การเชื่อมโยงตลาดทุนในอาเซียนและประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน โดยไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ เป็นสามประเทศแรกในอาเซียนที่ลงนามในเอ็มโอยู และคาดหมายว่าในอนาคตก็จะมีประเทศสมาชิก ACMF มาเข้าร่วมลงนามได้อีกเพิ่มเติม
ภายใต้กรอบความร่วมมือดังกล่าว ผู้ออกหลักทรัพย์ ต้องเปิดเผยข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ให้เป็นไปตามมาตรฐานกลางอาเซียนที่ได้ประกาศใช้ร่วมกัน (ASEAN disclosure standards) โดยประเทศที่ทำหน้าที่หลักในการกำกับดูแล (Home Authority) จะพิจารณาคุณสมบัติและความครบถ้วนของข้อมูลที่เปิดเผย ประสานงานกับหน่วยงานกำกับดูแลในอีกประเทศหนึ่งที่จะมีการเสนอขายหลักทรัพย์พร้อมกัน (Host Authority) และแจ้งผลการพิจารณาภายใน 3-4 เดือนนับจากวันที่ยื่นคำขอและเอกสารครบถ้วน
“กระบวนการพิจารณาอนุญาตที่รวดเร็วขึ้น และลดความซ้ำซ้อนนี้ โดยจะช่วยให้ผู้เสนอขายหลักทรัพย์ สามารถวางแผนงานการเสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น”
การอนุญาตการเสนอขายหลักทรัพย์ หรือขอเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ระหว่างกันในอาเซียนนี้ จะเริ่มได้ภายในไตรมาส 3 ปีนี้ โดยระหว่างนี้ ACMF จะร่วมกันจัดทำคู่มือ เพื่อเป็นแนวทางให้แก่ภาคเอกชนเกี่ยวกับการบริหารจัดการในด้านต่างๆ กระบวนการพิจารณา กรอบระยะเวลา และคุณสมบัติของผู้เสนอขายหลักทรัพย์”









