4Q57 ขาดทุนมากกว่าคาด
ขาดทุนจากทั้งการดำเนินงานปกติและการปิดสาขา
HOTPOT รายงานผลประกอบการ 4Q57 มีผลขาดทุน 40 ล้านบาท แย่กว่าที่เราคาด จากสาเหตุหลักคือการบันทึกขาดทุนจากการปิดสาขาที่ไม่ทำกำไร 15 สาขา เป็นจำนวน 25 ล้านบาท (3Q57 มีผลขาดทุนการปิดสาขา 5 ล้านบาท) ทำให้ ณ สิ้นปี 57 มีสาขา 144 สาขา ลดลงจาก 153 สาขา ในปี 56 ในขณะที่สัดส่วนค่าใช้จ่าย SG&A เพิ่มเป็น 58.5% จากเดิม 56.3% ใน 4Q56 จากยอดขายที่ยังไม่ฟื้นตัว ส่งผลให้มีผลขาดทุนจากการดำเนินงาน 26 ล้านบาท และผลประกอบการทั้งปี 57 มีผลขาดทุน 54 ล้านบาท
ยอดขายฟื้นตัวช้ากว่ากลุ่ม
รายได้ 4Q57 อ่อนตัวลงเป็น 519 ล้านบาท -9% YoY และ QoQ แม้เป็นช่วงไฮซีซั่น เราเชื่อว่าเป็นผลจากการแข่งขันสูงในธุรกิจสุกี้ชาบู ในขณะเดียวกันด้วยความแข็งแกร่งของภาพลักษณ์แบรนด์มองว่ายังเป็นรองคู่แข่งรายใหญ่ ส่งผลให้ SSSG ยังไม่เห็นสัญญาณฟื้นตัว แม้เราชอบกลยุทธ์ของ HOTPOT จากขยายธุรกิจออกไปในธุรกิจร้านสเต็กแบบฟิวชั่นที่การแข่งขันเบาบางกว่า และมีแผนในการปรับปรุงภาพลักษณ์แบรนด์ "ฮอต พอต" การบริการและเมนูเพิ่มเติมในปีนี้ แต่เชื่อว่าจะส่งผลดีต่อผลประกอบการระยะยาว ในขณะที่เบื้องต้นคาดผลการดำเนินงานระยะสั้นใน 1Q58 ยังมีผลขาดทุนต่อเนื่อง เพราะแหล่งรายได้หลักจากร้านอาหารแบบบุฟเฟ่ภายใต้แบรนด์ “HOT POT” ซึ่งมีสัดส่วนรวมราว 85% ยังฟื้นตัวได้ช้า
ทบทวนมูลค่าเหมาะสม
จากการผลประกอบการที่ออกมาแย่กว่าคาดจากทั้งการดำเนินงานปกติและการบันทึกขาดทุนปิดสาขาที่ไม่ทำกำไร ทำให้เราต้องติดตามข้อมูลจากผู้บริหารเพื่อทบทวนประมาณการและมูลค่าเหมาะสม (เดิม 3.50 บาท) โดยปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อประมาณการคือ 1) จำนวนสาขาที่ไม่ทำกำไรและมีโอกาสปิดเพิ่มเติม และ 2) แผนรับมือเศรษฐกิจที่ยังชะลอตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะต่างจังหวัดซึ่งเป็นแหล่งรายได้หลัก









